Digital Transformations

ทำไม ? ธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับ Digital Transformation

22 พฤษภาคม 25665 min read
ทำไม ? ธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับ Digital Transformation

สำหรับ Digital Transformation เป็นเรื่องราวที่ 1Moby นำมาแชร์และบอกเล่าอยู่เสมอ ๆ และครั้งนี้เราหยิบยกเรื่องราวความสำคัญของ Digital Transformation รวมทั้งเหตุการณ์เสี่ยง ๆ หากไม่ปรับองค์กรให้เข้าสู่ยุค Digital Transformation มาบอกเล่าเพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับองค์กรหรือธุรกิจไหนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ Digital Transformation บทความนี้เรามีข้อมูลมาให้เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ


Digital Transformation มีความสำคัญต่อธุรกิจแค่ไหน?

          ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำ Digital Transformation นั้นสำคัญมาก บนเป้าหมายหลัก ๆ เช่น นำเทคโนโลยีมาปรับเพื่อความอยู่รอดในยุคดิจิทัล ปรับเพื่อเพิ่มรายได้ ปรับเพื่อให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น อีกทั้ง ใช้ออกแบบและผลิตส่งมอบผลิตภัณฑ์/บริการให้ถึงมือลูกค้า รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้ลูกค้าปลื้มและประทับใจธุรกิจและองค์กรของเรามากที่สุด


อยากเริ่มต้น Digital Transformation ต้องทำไง?

         ธุรกิจจะเริ่มทำ Digital Transformation ได้อย่างไร กำหนดกระบวนการทางธุรกิจปรับให้ดียิ่งขึ้น เช่น รับฟังความเห็นของลูกค้าและนำมาปรับปรุง ฯลฯ เราจะต้องเริ่มอย่างมีแบบแผน ซึ่งจะต้องเริ่มสื่อสารให้คนภายในองค์กรเข้าใจตรงกัน สร้างวัฒนธรรมองค์กร มองหาเครื่องมือที่ใช่มาช่วย Digital Transformation ได้อย่างชัดเจน และจะต้องไม่ทำเรื่อยเปื่อย ต้องวาง KPI ในการลงมือทำร่วมด้วยนะคะ และถ้าอยากอ่านเพิ่ม สามารถคลิกไปที่บทความ Digital Transformation คืออะไร มีเทรนด์ไหนบ้างที่กำลังมาแรงได้นะคะ


ทำไมเราต้องปรับตัวด้วย ? ไม่ปรับได้ไหม?

          รู้ว่า การทำ Digital Transformation นั้นมีข้อดียังไงแล้ว แต่ถ้าไม่ทำล่ะจะเป็นไรไหม จะเจอกับอะไรหรือเปล่า มาดู 7 สถานการณ์ที่ต้องเจอว่า ถ้าไม่เปลี่ยนไม่ปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation มีเจ็บแน่ ๆ ตามนี้เลยค่ะ

 

1.เสี่ยงเจอต้นทุนสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไวยิ่งกว่าใจคนอีกค่ะ เราไม่รู้หรอกค่ะว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุณอาจจะคิดว่าการลงทุนทำ Digital Transformation นั้นมีต้นทุนแพงหลายบาท แต่อยากให้มองว่ามันคุ้มค่าค่ะ ลองนึกภาพว่า ถ้าเรายังใช้เทคโนโลยีเดิม ๆ โดยไม่ยอมลงทุน Digital Transformation คุณอาจจะต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้


2.เสี่ยงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาด
เราไม่ปรับ แต่คู่แข่งของเราอาจจะปรับแล้ว หากคู่แข่งของเราเริ่มต้นทำ Digital Transformation ไวกว่า และประสบความสำเร็จไปแล้ว เราอาจจะแก้ไขอะไรไม่ทัน รับมือไม่ทัน และสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวไปในที่สุดค่ะ พูดง่าย ๆ ว่า แพ้แบบแก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว

 

3.ธุรกิจจะล้าหลังกว่าคู่แข่ง
คงต้องหยิบยกประโยคที่ว่า “ทําแบบเดิม ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม” หากเราไม่ปรับตัวสู่ Digital Transformation ธุรกิจของเราก็เสี่ยงล้าหลังกว่าคู่แข่ง เสียเปรียบในการแข่งขัน ร้ายแรงสุดธุรกิจของเราอาจจะจมหายไปจากสังเวียนธุรกิจเลยก็ได้นะ

 

4.เสี่ยงที่จะเสียลูกค้า และพลาดโอกาสหาลูกค้าใหม่ ๆ
อันนี้น่ากลัวนะคะ หากเรายังทำธุรกิจแบบเดิม ไม่ได้ปรับเทคโนโลยีอะไรมาใช้ ไม่มีความน่าสนใจอะไร และไม่สนใจลูกค้าเลย แน่นอนว่าลูกค้าเปลี่ยนใจชัวร์ ๆ พร้อมกับเสียโอกาสการหาฐานลูกค้าใหม่ ตลาดใหม่ ๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลล่ะค่ะ

 

5.เสี่ยงที่จะตัดสินใจผิด วางกลยุทธ์ผิด
ข้อนี้อาจจะรู้สึกงง ๆ ว่า Digital Transformation เกี่ยวอะไรกับการตัดสินใจ บอกเลยว่า เกี่ยวเต็ม ๆ ค่ะ ข้อนี้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่มีให้เป็นประโยชน์ หรือที่เรียกว่า Data-Driven Decision Making (DDDM) ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลดี ๆ ที่ช่วยให้วางกลยุทธ์ ทำธุรกิจ ตัดสินใจอะไร ๆ ได้แม่นยำขึ้นแบบไม่เสียเปล่า หากองค์กรไม่รู้จักปรับใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์และเลือกตัดสินใจตามใจตัวเอง ตามอารมณ์ส่วนตัวก็จะทำให้องค์กรหรือธุรกิจของเรามองไม่เห็นทางเป็นม้าลำปางในที่สุด ซึ่งตรงนี้  Digital Transformation ช่วยคุณได้นะ

 

6.ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและทำงานลดลง
หากเราไม่เปลี่ยนไม่นำเทคโนโลยีมาช่วยธุรกิจก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังคำว่า "มีแต่คนบ้าเท่านั้น ที่จะทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง" จากคำกล่าวของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ น่าจะอธิบายได้ดีที่สุดหากเราไม่ปรับตัว ไม่นำ Digital Transformation มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจ นึกภาพตามว่า งานบางอย่างเราสามารถใช้เทคโนโลยีทำแทนได้โดยไม่ต้องเหนื่อย ช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำซาก ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพได้ เห็นไหมว่า ถ้าไม่ปรับองค์กรสู่โลก Digital Transformation อาจจะพลาดโอกาสได้นะคะ


7.เสี่ยงที่จะเจอเหตุการณ์พนักงานเก่ง ๆ ลาออก
หากไม่ปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation ชัวร์ ๆ เลยว่าต้องเจอกับสถานการณ์พนักงานเก่ง ๆ ลาออก เพราะหมดใจ หมดไฟ ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน เมื่อเจอกับสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ องค์กรของเราก็ต้องคอยลงทุนหาพนักงานใหม่บ่อย ๆ รับมาก็ต้องคอยสอนงานเทรนแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่เลี่ยงไม่ได้เลยล่ะ


อยากเริ่มทำ Digital Transformation แล้วใช่ไหมคะ?

          เตือนแล้วนะ! ทั้งหมดนี้คือ 7 เหตุเสี่ยง ๆ เรื่องเจ็บ ๆ ว่า ทำไมองค์กรหรือธุรกิจควรปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation อยากลดความเสี่ยงเลี่ยงปัญหาดังกล่าวเรารับปรึกษา สำหรับใครที่สนใจในการปรับการทำงานให้เข้ากับ Digital Transformation เพื่อเสริมสร้างธุรกิจให้เติบโตและเหนือกว่าคู่แข่ง สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ www.1moby.com

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

article image
Digital Transformations

Integrating Diverse Data Sources with CDP Systems: Challenges and Solutions for Thai Corporations

Introduction:In an age where data is king, Thai corporations are increasingly recognizing the importance of effectively managing and integrating diverse data sources. Customer Data Platforms (CDP) have emerged as a critical solution, but their implementation is not without challenges. This blog delves into these challenges and explores practical solutions, offering insights tailored for the Thai corporate landscape.In-Depth Analysis of Challenges:The path to effective data integration via CDP systems involves navigating several complex challenges:Diverse Data Formats:Challenge: Data from different sources often comes in varied formats (CSV, JSON, SQL databases, etc.), making integration a complex task.Impact: Without proper handling, this leads to data silos, inconsistent data sets, and inefficient data processing.Data Quality and Accuracy:Challenge: Ensuring the accuracy and completeness of data from multiple sources is difficult, often leading to data inconsistencies.Impact: Poor data quality can result in flawed analytics, misleading business insights, and poor decision-making.Big Data Volume and Management:Challenge: The sheer volume of data can be overwhelming, requiring robust systems for efficient management.Impact: Inadequate handling of big data leads to slow processing times and potential data loss or corruption.Data Security and Compliance:Challenge: Ensuring data security and compliance with laws like PDPA (Personal Data Protection Act) in Thailand is crucial.Impact: Non-compliance can result in legal ramifications and loss of customer trust.Real-time Integration and Processing:Challenge: Integrating and processing data in real-time demands advanced technological infrastructure.Impact: Delayed data integration can hinder timely decision-making and customer response.Scalability and Future-proofing:Challenge: Ensuring the CDP system can scale with the growing data needs and technological advancements.Impact: Non-scalable solutions can lead to future integration challenges and additional costs.Comprehensive Solutions with CDP:Implementing a CDP system can effectively address these challenges:Unified Data Formats:Solution: CDPs can automatically convert diverse data formats into a unified standard, facilitating smoother integration.Benefit: This ensures consistency across data sets and simplifies data processing and analysis.Advanced Data Cleansing and Enrichment:Solution: CDPs offer sophisticated tools for data cleansing, deduplication, and enrichment.Benefit: Enhances data quality, ensuring reliable analytics and insights.Efficient Big Data Management:Solution: Modern CDPs are equipped with the capability to handle large volumes of data efficiently.Benefit: This results in faster data processing and reduced risk of data loss or corruption.Robust Security and Compliance:Solution: CDPs incorporate strong security measures and compliance mechanisms in line with local and international regulations.Benefit: Ensures data security and legal compliance, building customer trust.Real-time Data Capabilities:Solution: CDPs are designed for real-time data capture, integration, and processing.Benefit: Allows for immediate insights and actions, enhancing customer engagement and operational responsiveness.Scalable and Future-proof Architecture:Solution: CDPs provide scalable solutions that can grow with the business and adapt to new technologies.Benefit: Ensures long-term viability and cost-effectiveness of the data management strategy.Conclusion:For Thai corporations, navigating the complexities of data integration via CDP systems is a journey filled with challenges but also rich with opportunities. By understanding and effectively addressing these challenges, businesses can leverage the full power of their data, leading to enhanced decision-making, customer engagement, and operational efficiency. The implementation of a CDP system is not just a technical upgrade but a strategic investment towards a data-driven future.If you're interested in implementing a CDP system in your Thai business or would like to learn more about how CDPs can benefit your organization, don't hesitate to contact us. We're here to help you take your customer data management to the next level and drive success in the Thai market. Visit our CDP system UniSight, Effortless Customer Data Platform (CDP) for more information and resources.

7 พฤศจิกายน 25662 min read
article image
Digital Transformations

ไม่ควรพลาด การทำ Digital Transformation เพื่อสร้าง Engage ในธุรกิจปัจจุบัน

หลังจาก 1Moby เคยเขียนบทความ Digital Transformation คืออะไร พร้อมตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว เพื่อบอกเล่าความหมายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนแปลงปรับปรุงประสิทธิภาพทางธุรกิจหรือองค์กรให้สามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นอีกทั้งช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และเพื่อต่อยอดไอเดียรอบนี้เรามาต่อกันกับหัวข้อการทำ Digital Transformation โดยการใช้ Metaverse โลกเสมือนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์กันค่ะทำไมเราต้องสร้าง Engage ให้กับ Brand          การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า หรือที่เรียกว่า Engagement หรือบ้างก็เรียกว่า Engage นั้นมีความสำคัญ เพราะช่วยผลักดันให้ลูกค้าสามารถจำแบรนด์เราได้ มีความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งสร้าง Engage ได้ดีเท่าไหร่ เราก็ช่วยสร้างประสบการณ์ประทับใจ สร้างความพึงพอใจ อีกทั้ง ได้ฐานลูกค้าใหม่ และช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้อยู่ในระยะยาว           หากนึกไม่ออกว่าการสร้าง Engage คืออะไร? 1Moby อยากให้คุณนึกถึงการที่ลูกค้า/กลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่ติดตามคุณมากดไลค์ (Like) กดแชร์ (Share) พิมพ์คอมเมนต์ (Comment) และร่วมกิจกรรมชาเลนจ์ต่าง ๆ ในบทความนี้จะพูดถึงการสร้าง Engage แบบ Digital Transformation สร้างประสบการณ์แบบใหม่ด้วยการใช้ Metaverse โลกเสมือนจริงที่สามารถโต้ตอบได้ทันทีเป็นหลักค่ะ ถามว่า Engage กับ Digital Transformation เกี่ยวข้องกันอย่างไร          ให้การกำหนดกลยุทธ์ชัดเจนไม่สับสน เราจะต้องเข้าใจว่า Digital Transformation คือ การนำเทคโนโลยีและโซลูชั่น เช่น Metaverse ฯลฯ มาช่วยให้แบรนด์สร้าง Engage ได้อย่างแตกต่าง ช่วยสะท้อนตัวตนของธุรกิจได้ชัดเจน ภายใต้เป้าหมายการทำ Customer Engagement ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมที่ตอบโจทย์ธุรกิจให้มากที่สุด สร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว มอบประสบการณ์ราบรื่น ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าได้อย่างเข้าใจภายในโลกเสมือนจริงดังกล่าว  หรือถ้ายังไม่เต็มอิ่มต้องการอ่านบทความเกี่ยวกับ Digital Transformation สามารถอ่านบทความ Digital Transformation คืออะไร มีเทรนด์ไหนบ้างที่กำลังมาแรงได้นะคะ ทีมงาน 1Moby เราเขียนสรุปเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ยกตัวอย่างการทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage          กระแส Metaverse นั้นเกิดขึ้นหลังจากการที่ Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook เปลี่ยนชื่อตัวเอง เปิดตัว Meta และพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่โลกเสมือนหรือ Metaverse เมื่อเรารู้และเข้าใจว่า Metaverse เป็นสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ รวมสื่อ ความบันเทิง ซอฟแวร์ และเกมส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Tranformation ช่วยสร้าง Engage ได้ เช่น ให้ลูกค้าเลือกดูรายละเอียดสินค้า และสามารถทดลองสวมใส่ได้ และสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่/พนักงาน ผ่านโลกเสมือนนั้น ๆ ได้ทันทีทุกที่แบบไม่ต้องเดินทางไปสาขา ฯลฯ          เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เดี๋ยวเรามาดู 2 ตัวอย่างธุรกิจ 2 กรณีศึกษาที่ทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage สนับสนุนความต้องการของลูกค้าไปพร้อมกันเลยค่ะ1.NIKELAND ดินแดนในฝันของคนรักกีฬาเริ่มจากสร้าง Metaverse เพิ่ม Engage ของ Nike ยักษ์ใหญ่แห่งวงการกีฬาที่ลงทุนสร้างโลกเสมือนจริงร่วมกับแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ Roblox เกมแนว Sandbox ชื่อว่า NIKELAND โลกเสมือนที่เป็นสนามกีฬา แข่งกีฬาแบบมินิเกมที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเกม Fortnite อยู่เหมือนกันสำหรับโลกเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ NIKELAND on Roblox เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเปิดให้แฟนคลับไนกี้เข้าไปสร้างตัวอวตาร์ (Avatar) จะสวมใส่ไอเทมเสื้อผ้า กางเกง รองเท้าสนีกเกอร์ กระเป๋า ฯลฯ รวมทั้งใช้เทสสินค้าใหม่ในโลกเสมือนที่เป็น Digital Showroom โชว์รูมออนไลน์ว่า สินค้านั้น ๆ มีคนสนใจไหม ? หากมีคนสวมใส่เยอะ มีความนิยม ก็จะเปิดจำหน่ายจริง ๆ เหมือนเป็นการทดสอบหรือโปรโมทสินค้าก่อนขายจริง ๆ อ่ะล่ะแหล่งที่มา Nike Basketballอย่างไรก็ดี Nike นั้นจริงจังสุด ๆ ในเรื่องการลงทุน Metaverse อย่างมาก เห็นได้จากการรุกหนักเข้าซื้อกิจการ RTFKT Studio (อาร์ติแฟกต์) สตาร์ทอัพบริษัทผลิตรองเท้าและแฟชั่นดิจิทัล NFT โดยล่าสุดได้ทำการเปิดขายรองเท้าผ้าใบ Metaverse รุ่นแรกของ Nike ใช้ชื่อว่า Nike Dunk Genesis CryptoKicks หรือสั้น ๆ ว่า CryptoKicks บนเครือข่าย Ethereum ซึ่งเป็นคอลเลกชั่น NFT เพื่อสร้างชุมชนเกี่ยวกับอุปกรณ์สวมใส่เสมือนจริง2.Uniqlo กับ Animal Crossing  ต่อกันที่ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่น ก็เป็นอีกแบรนด์ที่ขอเข้าไปแจมในโลก Metaverse แบบเบา ๆ จับมือกับเกมส์ Animal Crossing สำหรับ Nintendo Switch เกมส์สไตล์ฟาร์มสร้างบ้านเมืองบนเกาะร้างในป่าใหญ่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระตามต้องการ พร้อมๆ กับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผองเพื่อนสัตว์โลกสุดน่ารักบนเกาะ เป็นอีกเกมส์โปรดของลิซ่า Blackpink เลยนะ โดย Uniqlo เนี้ยะเลือกเปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ 2021 Sping/Summer Collection ในเกม Animal Crossing ให้ได้เดินเลือกช้อปแบบ STOP by Uniqlo Island เดินเลือกใส่เสื้อยืดคอลเลคชัน UT กางเกง กระเป๋า ฯลฯ ปรับแต่งตัวละครในเกมส์ตามสบายมีเสื้อผ้ากว่า 22 แบบให้ลองโหลดใส่มิกซ์แอนด์แมช์สนุก ๆ และมีขายจริงในช้อปด้วยค่ะ ยกตัวอย่างการทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage          เห็นภาพและเข้าใจกันแล้วใช่ไหมคะ แต่ใด ๆ  Digital Transformation ไม่ได้สัมพันธ์กับการทำ Engage อย่างเดียวเท่านั้นนะ ยังมีอีกหลายรูปแบบที่ Digital Transformation เข้าไปเกี่ยวข้องและสามารถนำมาประยุกต์เพื่อทำประโยชน์ต่อองค์กรได้อีกเพียบ          และในฐานะที่ 1Moby เราเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาทุกธุรกิจที่อยากเริ่มใช้เทคโนโลยีให้เกิดรายได้ สามารถทักเข้ามาเพื่อปรึกษาเราได้เสมอค่ะ เราพร้อมช่วยคุณ Transformation ให้เหมาะสมกับธุรกิจแบบพิเศษเฉพาะตัว ไม่ต้องกลัวปวดหัว เพราะ 1Moby เราพร้อมทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องง่ายและไม่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจอีกต่อไปค่ะ

22 สิงหาคม 25668 min read
article image
Digital Transformations

CRM คืออะไร ? ทำความรู้จัก 4 ประเภท CRM กันเถอะ

เพราะโลกธุรกิจแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน หากเรามัวแต่วางกลยุทธ์มองหาแต่ลูกค้าใหม่อย่างเดียว ก็อาจจะทำให้เราต้องเสียงบการตลาดแบบเกินความจำเป็น ต้องจ่ายต้องลงทุนไปเรื่อย ๆ แบบเดา โดยไม่รู้เลยว่าคนกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราจริงหรือเปล่า การลงทุนนั้น ๆ เขาจะสนใจสินค้าหรือบริการเราจริงแค่ไหนก็ยังไม่รู้          เลิกเถอะค่ะ การทำการตลาดแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทุ่มทั้งเงินทุ่มทั้งแรงแล้วมองไม่เห็นผลลัพธ์อะไรเลย จะดีกว่าไหม ถ้าเราหันมาเอาใจลูกค้าที่มีอยู่แล้ว ดูแลจัดการความสัมพันธ์ลูกค้าด้วยระบบ CRM หรือ Customer Relationship Management ให้ดี เพื่อส่งต่อบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้งาน รู้จักระบบ CRM          ให้สรุปชัดเข้าใจง่าย ๆ ระบบ CRM คือ ระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร จุดนี้มีข้อดีคือเราไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าใหม่ และการหันมาทำความรู้จักและบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าให้มากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น รู้ใจแบบไม่ต้องเดาใจ ตรงกับความต้องการสูงสุด4 ประเภทของ CRMกำลังอยากเริ่มต้น และอยากทำความรู้จัก CRM ให้มากขึ้น เรามาดู 4 ประเภทของระบบ CRM มาบอกเล่าสู่กันฟังค่ะ เผื่ออยากเอาไปเลือกใช้งานกันได้1. Operational CRM บริหารจัดการ          บริหารดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! รู้หรือเปล่าว่า ระบบ CRM ไม่ได้เพียงแค่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเท่านั้น แต่ช่วยบริหารจัดการธุรกิจได้ด้วยนะ โดย Operational CRM แบ่งเป็นรูปแบบตามนี้           Sales Automation ระบบการขายอัตโนมัติ ช่วยจัดระเบียบให้การซื้อขายง่ายยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบดังกล่าว จะทำให้เราพยากรณ์ยอดขายได้แม่นยำขึ้นเยอะMarketing Automation ระบบการตลาดอัตโนมัติ เป็นการหาช่องทางการโปรโมท นำเสนอผลิตภัณฑ์ กระตุ้นการซื้อซ้ำ บริการให้เข้าถึงลูกค้าของเราแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องเหนื่อยอัตโนมือแล้ว เช่น การส่งอีเมล ส่งข้อความ SMS หรือการยิง Ads โฆษณาบนออนไลน์ ระบบนี้ก็ข้ามาช่วยได้นะ          Service Automation ระบบบริการอัตโนมัติ จุดนี้เป็นการช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด ส่วนใหญ่จะใช้กับคอลเซนเตอร์เป็นหลัก          จะเห็นได้ว่า Operational CRM ดังล่าว ช่วยเพิ่มความสะดวกให้การทำงาน ลดเวลาการทำงานให้ทีมการตลาดและทีมขาย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เพิ่มประสิทธิภาพได้เยอเลยนะ 2. Analytical CRM เน้นวิเคราะห์ข้อมูล          การสร้างรายงานและการวิเคราะห์ก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ Analytical CRM ด้วยความที่เป็น CRM วิเคราะห์เชิงลึกที่ผู้บริหารนิยมใช้ค่ะ เนื่องจากจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมดของการบริการลูกค้าในทุกช่องทาง ซึ่งความหินของ Analytical CRM คือ จะต้องรวบรวมข้อมูลให้หมดจะได้เห็นภาพว่า ต้องทำยังไงต่อไป ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพยังไง เพื่อให้ลูกค้าอยากอยู่กับเราไปนาน ๆ มีความภักดีในแบรนด์สินค้าและบริการ (Brand Loyalty) ต่อไป 3. Collaborative CRM การทำงานร่วมกัน          สำหรับ  Collaborative CRM อันนี้เป็นระบบที่บางครั้งก็ถูกเรียกว่า Strategic CRM ก็มีค่ะ โดยจะเป็นการรวมข้อมูลทั้งองค์กรแบบขนานใหญ่ เน้นการแบ่งปันข้อมูลของลูกค้าในหน่วยธุรกิจต่าง ๆ เช่น ทีมขาย ทีมการตลาด ทีมเทคนิค และฝ่ายสนับสนุน หรือทีมคอลเซนเตอร์ ฯลฯ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแชร์ข้อมูลกัน ร่วมกันมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน          ในส่วน Collaborative CRM นี้มีไว้แก้ปัญหาให้กับบริษัท ธุรกิจ หรือองค์กรที่ไม่รู้ว่า จะต้องวางแผนยังไงต่อไป ยิ่งถ้ากำลังรู้สึกเบื่อ ๆ กับการวางกลยุทธ์แบบไม่รู้ว่าลูกค้าคิดอะไร ? เพื่อให้การตลาดยั่งยืน รู้หรือไม่ว่า หลังจากที่เราทำ สิ่งนี้จะช่วยวางกลยุทธ์ให้กับธุรกิจได้ด้วย โดยข้อมูลดังกล่าว ช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลได้ง่าย เช่น รู้ว่าลูกค้าชอบอะไร ชอบสินค้าไหน ชอบโปรโมชั่นอะไร หรือมีความต้องการยังไง ตรงนี้ถือว่าเป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์แบบคนรู้ใจที่ไม่ต้องเดาไปเอง เนื่องจากข้อมูลนี้ค่อนข้างเยอะ บางครั้งก็จะใช้ระบบซอฟท์แวร์มาช่วยวิเคราะห์ เก็บข้อมูล และตัดสินใจร่วมด้วยค่ะ4. Social CRM โซเชียลก็ช่วยได้          เพราะโซเชียลทำให้เราใกล้กันมากขึ้น ยิ่งตอนนี้คนเล่นโซเชียลกันทุกวัน ทุกเวลาค่ะ ดังนั้น รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าบนช่องทาง Social CRM ก็เป็นอีกทางที่น่าสนใจ โดยระบบ CRM ประเภทนี้เราจะต้องเน้นการสื่อสารให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้ยินดีที่จะแชร์ คอมเมนต์ แชทหา โดย Socail CRM นั้นทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกค้า หรือสื่อสารกันแบบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันขึ้นกับชาวเน็ต และเก็บข้อมูลเอาไปต่อยอดบริการในขั้นต่อไปได้ค่ะ นอกจากนี้เรายังหยิบข้อมูลในโซเชียลมีเดียที่เรามีมาวิเคราะห์ต่อยอดการตลาดได้อีกด้วยนะแล้วจะทำยังไงให้ CRM ประสบความสำเร็จ          เพราะความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัวค่ะ เพื่อให้การทำ CRM แม่นยำแบบไม่คิดไปเอง เราจะต้องตั้งโจทย์ที่ต้องการ ว่า เราทำ CRM เพื่ออะไร มีเป้าหมายอะไร หลังจากนั้นต้องเก็บข้อมูล Data พอสมควรเลยค่ะ โดยจะต้องเก็บข้อมูลให้ตรงกับที่เราต้องการใช้งาน และต้องวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ด้วยนะ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายของมือใหม่ที่อยากลองทำ CRM พอสมควรเลยล่ะ          และถ้าอยากเริ่มทำระบบ CRM แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ปรึกษา 1Moby ได้นะคะ เรายินดีให้คำปรึกษาทุกธุรกิจ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องตามเป้าหมายของธุรกิจคุณ ปรึกษาฟรีค่ะ 

23 มิถุนายน 25666 min read