Digital Transformation

ส่องการปรับใช้ Digital Transformation ในรูปแบบ CRM

29 กันยายน 25667 min read
ส่องการปรับใช้ Digital Transformation ในรูปแบบ CRM

โลกเดี๋ยวนี้หมุนไวค่ะ โดยเฉพาะเรื่องราวเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่เราต้องอัปเดทเป็นประจำสม่ำเสมอ และเช่นเคย 1Moby มีเรื่องราวกระแส Digital Transformation และ CRM คืออะไร และทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร มาเล่าสู่กันฟังค่ะ

 

3785210.jpg

ความหมายของ Digital Transformation

          Digital Transformation หมายถึง กระบวนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ และปรับใช้ในทุกภาคส่วน เพื่อให้การทำงานง่ายขึ้น และส่งมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า บ้างก็เรียกย่อ ๆ ว่า DX ซึ่งเป็นคำกว้างที่นิยมพูดถึง และนำไปปรับใช้ในองค์กร

เทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจ

          ก่อนจะนำพัฒนาระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า CRM มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า Customer Relationship Management เรามาดูเทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจกันก่อน

        ว่ากันว่า แนวโน้มในอนาคต จะหันมาใช้ CRM เพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูล ใช้เชื่อมต่อการขาย การตลาด และการบริการทราบข้อมูลที่ดีขึ้น ในการพัฒนาระบบเข้าถึงลูกค้า

          หรือจะเป็นเทรนด์ Social CRM ที่นับต่อจากนี้ธุรกิจจะใช้รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าบนสื่อออนไลน์ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          ใด ๆ นี้เป็นตัวอย่างเทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจคร่าว ๆ ที่นำมาบอกเล่าให้เข้าใจเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำมาทำให้ธุรกิจดียิ่งขึ้น ช่วยให้ลูกค้าประทับใจอยู่กับธุรกิจยาวนาน

ปรับใช้ Digital Transformation กับ CRM

          หลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของ Digital Transformation และ CRM เรียบร้อย ต่อมาเรามาดูการปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ เริ่มจากขั้นตอน ดังนี้

  1. สำรวจปัญหาที่องค์กรหรือธุรกิจมีว่าต้องการแก้ไขปัญหาอะไร 
  2. มองหาเทคโนโลยี มาช่วยแก้ปัญหาให้เหมาะสม
  3. ประยุกต์ใช้ พร้อมกับตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน

ตัวอย่าง  เจอปัญหาข้อมูลเยอะเกิน ไม่รู้จะวิเคราะห์ทำข้อมูล CRM จากอะไรก่อนดี การนำ Digital Transformation มาปรับใช้ จัดเรียงข้อมูลของลูกค้าเพื่อต่อยอดการทำกิจกรรมการตลาด วิเคราะห์ได้ง่าย และฉับไวมากขึ้นก็สามารถทำได้ หลังจากนั้นอย่าลืมตรวจสอบผลลัพธ์หลังจากปรับใช้ด้วยนะ

เริ่มสนใจแล้วใช่ไหม? สนใจลงทุนพัฒนา Digital Transformation ให้กับองค์กร ผสานกับการทำ CRM สอบถาม 1Moby เราพร้อมเนรมิตแพลตฟอร์มหรือโซลูชันที่เป็นเกี่ยวข้องกับ Digital Transformation ซึ่งเป็นรูปแบบ CRM หรือ แบบอื่น ๆ ได้โดยคุณจะได้โซลูชันที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจหรือการขายของคุณ เพราะเราจะวิเคราะห์และออกแบบให้คุณโดยเฉพาะ รับประกันว่าไม่ซ้ำใครแน่นอน สามารถสอบถามได้ที่  www.1moby.com/  หรือโทร 02 798 6000

 

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

article image
Digital Transformation

การรวมข้อมูลหลากหลายแหล่งด้วยระบบ CDP: ความท้าทายและโซลูชันสำหรับองค์กรไทย

บทนำ:ในยุคที่ข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด, องค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยกำลังรับรู้ถึงความสำคัญของการจัดการและรวมข้อมูลหลากหลายแหล่งอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ Customer Data Platforms (CDP) ได้กลายเป็นโซลูชันที่สำคัญ แต่การนำไปใช้ไม่ได้ปราศจากความท้าทายเสียทีเดียว บทความนี้จะสำรวจความท้าทายเหล่านี้และแสวงหาโซลูชันที่เหมาะสม โดยเสนอมุมมองที่ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยวิเคราะห์ความท้าทายอย่างลึกซึ้ง:การนำข้อมูลหลากหลายแหล่งมารวมกันผ่านระบบ CDP มีความท้าทายที่ซับซ้อนหลายประการ:รูปแบบข้อมูลที่หลากหลาย:ความท้าทาย: ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มักมีรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน (เช่น CSV, JSON, ฐานข้อมูล SQL ฯลฯ) ทำให้การรวมข้อมูลเป็นงานที่ซับซ้อนผลกระทบ: หากไม่จัดการอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การสร้างข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันและการประมวลผลข้อมูลที่ไม่มีประสิทธิภาพคุณภาพและความถูกต้องของข้อมูล:ความท้าทาย: การรับประกันว่าข้อมูลจากหลายแหล่งมีความถูกต้องและครบถ้วนเป็นเรื่องยาก ซึ่งมักนำไปสู่ความไม่สอดคล้องของข้อมูลผลกระทบ: คุณภาพข้อมูลที่ไม่ดีอาจนำไปสู่การวิเคราะห์ที่ผิดพลาด ข้อมูลทางธุรกิจที่นำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดทาง และการตัดสินใจที่ไม่ดีปริมาณและการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่:ความท้าทาย: ปริมาณข้อมูลที่มากเกินจนล้นมือ ต้องการระบบที่เข้มแข็งสำหรับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพผลกระทบ: การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการประมวลผลข้อมูลและความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจสูญหายหรือเสียหายความปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมาย:ความท้าทาย: การรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมายเช่น พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในไทยเป็นเรื่องสำคัญผลกระทบ: การไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายและการสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้าการรวมและประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์:ความท้าทาย: การรวมและประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าผลกระทบ: การรวมข้อมูลที่ล่าช้าอาจขัดขวางการตัดสินใจที่ทันเวลาและการตอบสนองต่อลูกค้าการขยายขนาดและการพร้อมรับอนาคต:ความท้าทาย: การรับประกันว่าระบบ CDP สามารถขยายขนาดตามความต้องการข้อมูลที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีผลกระทบ: โซลูชันที่ไม่สามารถขยายขนาดได้อาจนำไปสู่ความท้าทายในการรวมข้อมูลในอนาคตและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโซลูชันองค์รวมด้วยระบบ CDP:การนำระบบ CDP มาใช้สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ:การทำให้ข้อมูลมีมาตรฐานเดียว:โซลูชัน: ระบบ CDP สามารถแปลงรูปแบบข้อมูลที่หลากหลายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้อย่างอัตโนมัติ, ทำให้การรวมข้อมูลและการวิเคราะห์เป็นไปได้ง่ายขึ้นผลประโยชน์: ช่วยให้ข้อมูลมีความสอดคล้องกันและทำให้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลง่ายขึ้นการทำความสะอาดข้อมูลและการเสริมคุณภาพข้อมูล:โซลูชัน: ระบบ CDP มีเครื่องมือสำหรับการทำความสะอาดข้อมูล, การลบข้อมูลที่ซ้ำซ้อน, และการเสริมคุณภาพข้อมูลผลประโยชน์: เพิ่มคุณภาพของข้อมูล, ทำให้การวิเคราะห์และการให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ:โซลูชัน: ระบบ CDP ที่ทันสมัยมีความสามารถในการจัดการกับปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพผลประโยชน์: ทำให้การประมวลผลข้อมูลเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงของการสูญเสียหรือการทำลายข้อมูลความมั่นคงด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย:โซลูชัน: ระบบ CDP มีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดและกลไกในการปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศผลประโยชน์: ช่วยให้แน่ใจว่าข้อมูลมีความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย, สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าความสามารถในการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์:โซลูชัน: ระบบ CDP ถูกออกแบบมาเพื่อการจับข้อมูล, การรวมข้อมูล, และการประมวลผลข้อมูลในเวลาจริงผลประโยชน์: ช่วยให้ได้ข้อมูลและการตอบสนองที่ทันท่วงที, เพิ่มประสิทธิภาพในการมีส่วนร่วมกับลูกค้าและปฏิบัติการสถาปัตยกรรมที่สามารถขยายได้และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต:โซลูชัน: ระบบ CDP มีโครงสร้างที่สามารถขยายได้และปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆผลประโยชน์: ช่วยให้แน่ใจว่าโซลูชันมีความยืนยาวและคุ้มค่าในการลงทุนด้านการจัดการข้อมูลสรุป:สำหรับองค์กรไทย, การฝ่าฟันความซับซ้อนในการรวมข้อมูลผ่านระบบ CDP ไม่เพียงแต่เป็นการท้าทายทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่มีค่า ด้วยการเข้าใจและแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ, ธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างเต็มที่, นำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้น, การมีส่วนร่วมของลูกค้า, และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน การนำระบบ CDP มาใช้ไม่เพียงแต่เป็นการอัปเกรดทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนทางยุทธศาสตร์ที่มุ่งสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอีกด้วยหากคุณสนใจที่จะนำระบบ CDP เข้ามาใช้ในธุรกิจของคุณ หรือต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำระบบ CDP เพื่อให้เกิดประโยชน์ให้กับองค์กรของคุณ สามารถติดต่อเรา เพื่อช่วยคุณในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลลูกค้าของคุณและสร้างความสำเร็จในไทย เข้าชมเว็บไซต์ UniSight แพลตฟอร์ม CDP ที่ใช้ง่าย เหมาะสำหรับองค์กรไทยโดยเฉพาะ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

7 พฤศจิกายน 25662 min read
article image
Digital Transformation

ทำไม? ธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับ Digital Transformation

สำหรับ Digital Transformation เป็นเรื่องราวที่ 1Moby นำมาแชร์และบอกเล่าอยู่เสมอ ๆ และครั้งนี้เราหยิบยกเรื่องราวความสำคัญของ Digital Transformation รวมทั้งเหตุการณ์เสี่ยง ๆ หากไม่ปรับองค์กรให้เข้าสู่ยุค Digital Transformation มาบอกเล่าเพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับองค์กรหรือธุรกิจไหนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ Digital Transformation บทความนี้เรามีข้อมูลมาให้เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะDigital Transformation มีความสำคัญต่อธุรกิจแค่ไหน?          ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำ Digital Transformation นั้นสำคัญมาก บนเป้าหมายหลัก ๆ เช่น นำเทคโนโลยีมาปรับเพื่อความอยู่รอดในยุคดิจิทัล ปรับเพื่อเพิ่มรายได้ ปรับเพื่อให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น อีกทั้ง ใช้ออกแบบและผลิตส่งมอบผลิตภัณฑ์/บริการให้ถึงมือลูกค้า รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้ลูกค้าปลื้มและประทับใจธุรกิจและองค์กรของเรามากที่สุดอยากเริ่มต้น Digital Transformation ต้องทำไง?         ธุรกิจจะเริ่มทำ Digital Transformation ได้อย่างไร กำหนดกระบวนการทางธุรกิจปรับให้ดียิ่งขึ้น เช่น รับฟังความเห็นของลูกค้าและนำมาปรับปรุง ฯลฯ เราจะต้องเริ่มอย่างมีแบบแผน ซึ่งจะต้องเริ่มสื่อสารให้คนภายในองค์กรเข้าใจตรงกัน สร้างวัฒนธรรมองค์กร มองหาเครื่องมือที่ใช่มาช่วย Digital Transformation ได้อย่างชัดเจน และจะต้องไม่ทำเรื่อยเปื่อย ต้องวาง KPI ในการลงมือทำร่วมด้วยนะคะ และถ้าอยากอ่านเพิ่ม สามารถคลิกไปที่บทความ Digital Transformation คืออะไร มีเทรนด์ไหนบ้างที่กำลังมาแรงได้นะคะทำไมเราต้องปรับตัวด้วย ? ไม่ปรับได้ไหม?          รู้ว่า การทำ Digital Transformation นั้นมีข้อดียังไงแล้ว แต่ถ้าไม่ทำล่ะจะเป็นไรไหม จะเจอกับอะไรหรือเปล่า มาดู 7 สถานการณ์ที่ต้องเจอว่า ถ้าไม่เปลี่ยนไม่ปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation มีเจ็บแน่ ๆ ตามนี้เลยค่ะ 1.เสี่ยงเจอต้นทุนสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไวยิ่งกว่าใจคนอีกค่ะ เราไม่รู้หรอกค่ะว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุณอาจจะคิดว่าการลงทุนทำ Digital Transformation นั้นมีต้นทุนแพงหลายบาท แต่อยากให้มองว่ามันคุ้มค่าค่ะ ลองนึกภาพว่า ถ้าเรายังใช้เทคโนโลยีเดิม ๆ โดยไม่ยอมลงทุน Digital Transformation คุณอาจจะต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้2.เสี่ยงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดเราไม่ปรับ แต่คู่แข่งของเราอาจจะปรับแล้ว หากคู่แข่งของเราเริ่มต้นทำ Digital Transformation ไวกว่า และประสบความสำเร็จไปแล้ว เราอาจจะแก้ไขอะไรไม่ทัน รับมือไม่ทัน และสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวไปในที่สุดค่ะ พูดง่าย ๆ ว่า แพ้แบบแก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว 3.ธุรกิจจะล้าหลังกว่าคู่แข่งคงต้องหยิบยกประโยคที่ว่า “ทําแบบเดิม ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม” หากเราไม่ปรับตัวสู่ Digital Transformation ธุรกิจของเราก็เสี่ยงล้าหลังกว่าคู่แข่ง เสียเปรียบในการแข่งขัน ร้ายแรงสุดธุรกิจของเราอาจจะจมหายไปจากสังเวียนธุรกิจเลยก็ได้นะ 4.เสี่ยงที่จะเสียลูกค้า และพลาดโอกาสหาลูกค้าใหม่ ๆอันนี้น่ากลัวนะคะ หากเรายังทำธุรกิจแบบเดิม ไม่ได้ปรับเทคโนโลยีอะไรมาใช้ ไม่มีความน่าสนใจอะไร และไม่สนใจลูกค้าเลย แน่นอนว่าลูกค้าเปลี่ยนใจชัวร์ ๆ พร้อมกับเสียโอกาสการหาฐานลูกค้าใหม่ ตลาดใหม่ ๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลล่ะค่ะ 5.เสี่ยงที่จะตัดสินใจผิด วางกลยุทธ์ผิดข้อนี้อาจจะรู้สึกงง ๆ ว่า Digital Transformation เกี่ยวอะไรกับการตัดสินใจ บอกเลยว่า เกี่ยวเต็ม ๆ ค่ะ ข้อนี้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่มีให้เป็นประโยชน์ หรือที่เรียกว่า Data-Driven Decision Making (DDDM) ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลดี ๆ ที่ช่วยให้วางกลยุทธ์ ทำธุรกิจ ตัดสินใจอะไร ๆ ได้แม่นยำขึ้นแบบไม่เสียเปล่า หากองค์กรไม่รู้จักปรับใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์และเลือกตัดสินใจตามใจตัวเอง ตามอารมณ์ส่วนตัวก็จะทำให้องค์กรหรือธุรกิจของเรามองไม่เห็นทางเป็นม้าลำปางในที่สุด ซึ่งตรงนี้  Digital Transformation ช่วยคุณได้นะ 6.ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและทำงานลดลงหากเราไม่เปลี่ยนไม่นำเทคโนโลยีมาช่วยธุรกิจก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังคำว่า "มีแต่คนบ้าเท่านั้น ที่จะทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง" จากคำกล่าวของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ น่าจะอธิบายได้ดีที่สุดหากเราไม่ปรับตัว ไม่นำ Digital Transformation มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจ นึกภาพตามว่า งานบางอย่างเราสามารถใช้เทคโนโลยีทำแทนได้โดยไม่ต้องเหนื่อย ช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำซาก ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพได้ เห็นไหมว่า ถ้าไม่ปรับองค์กรสู่โลก Digital Transformation อาจจะพลาดโอกาสได้นะคะ7.เสี่ยงที่จะเจอเหตุการณ์พนักงานเก่ง ๆ ลาออกหากไม่ปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation ชัวร์ ๆ เลยว่าต้องเจอกับสถานการณ์พนักงานเก่ง ๆ ลาออก เพราะหมดใจ หมดไฟ ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน เมื่อเจอกับสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ องค์กรของเราก็ต้องคอยลงทุนหาพนักงานใหม่บ่อย ๆ รับมาก็ต้องคอยสอนงานเทรนแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่เลี่ยงไม่ได้เลยล่ะอยากเริ่มทำ Digital Transformation แล้วใช่ไหมคะ?          เตือนแล้วนะ! ทั้งหมดนี้คือ 7 เหตุเสี่ยง ๆ เรื่องเจ็บ ๆ ว่า ทำไมองค์กรหรือธุรกิจควรปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation อยากลดความเสี่ยงเลี่ยงปัญหาดังกล่าวเรารับปรึกษา สำหรับใครที่สนใจในการปรับการทำงานให้เข้ากับ Digital Transformation เพื่อเสริมสร้างธุรกิจให้เติบโตและเหนือกว่าคู่แข่ง สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ www.1moby.com

2 ตุลาคม 25665 min read
article image
Digital Transformation

CRM คืออะไร ? ทำความรู้จัก 4 ประเภท CRM

เพราะโลกธุรกิจแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน หากเรามัวแต่วางกลยุทธ์มองหาแต่ลูกค้าใหม่อย่างเดียว ก็อาจจะทำให้เราต้องเสียงบการตลาดแบบเกินความจำเป็น ต้องจ่ายต้องลงทุนไปเรื่อย ๆ แบบเดา โดยไม่รู้เลยว่าคนกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราจริงหรือเปล่า การลงทุนนั้น ๆ เขาจะสนใจสินค้าหรือบริการเราจริงแค่ไหนก็ยังไม่รู้          เลิกเถอะค่ะ การทำการตลาดแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทุ่มทั้งเงินทุ่มทั้งแรงแล้วมองไม่เห็นผลลัพธ์อะไรเลย จะดีกว่าไหม ถ้าเราหันมาเอาใจลูกค้าที่มีอยู่แล้ว ดูแลจัดการความสัมพันธ์ลูกค้าด้วยระบบ CRM หรือ Customer Relationship Management ให้ดี เพื่อส่งต่อบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้งาน รู้จักระบบ CRM          ให้สรุปชัดเข้าใจง่าย ๆ ระบบ CRM คือ ระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร จุดนี้มีข้อดีคือเราไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าใหม่ และการหันมาทำความรู้จักและบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าให้มากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น รู้ใจแบบไม่ต้องเดาใจ ตรงกับความต้องการสูงสุด4 ประเภทของ CRMกำลังอยากเริ่มต้น และอยากทำความรู้จัก CRM ให้มากขึ้น เรามาดู 4 ประเภทของระบบ CRM มาบอกเล่าสู่กันฟังค่ะ เผื่ออยากเอาไปเลือกใช้งานกันได้1. Operational CRM บริหารจัดการ          บริหารดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! รู้หรือเปล่าว่า ระบบ CRM ไม่ได้เพียงแค่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเท่านั้น แต่ช่วยบริหารจัดการธุรกิจได้ด้วยนะ โดย Operational CRM แบ่งเป็นรูปแบบตามนี้           Sales Automation ระบบการขายอัตโนมัติ ช่วยจัดระเบียบให้การซื้อขายง่ายยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบดังกล่าว จะทำให้เราพยากรณ์ยอดขายได้แม่นยำขึ้นเยอะMarketing Automation ระบบการตลาดอัตโนมัติ เป็นการหาช่องทางการโปรโมท นำเสนอผลิตภัณฑ์ กระตุ้นการซื้อซ้ำ บริการให้เข้าถึงลูกค้าของเราแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องเหนื่อยอัตโนมือแล้ว เช่น การส่งอีเมล ส่งข้อความ SMS หรือการยิง Ads โฆษณาบนออนไลน์ ระบบนี้ก็ข้ามาช่วยได้นะ          Service Automation ระบบบริการอัตโนมัติ จุดนี้เป็นการช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด ส่วนใหญ่จะใช้กับคอลเซนเตอร์เป็นหลัก          จะเห็นได้ว่า Operational CRM ดังล่าว ช่วยเพิ่มความสะดวกให้การทำงาน ลดเวลาการทำงานให้ทีมการตลาดและทีมขาย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เพิ่มประสิทธิภาพได้เยอเลยนะ 2. Analytical CRM เน้นวิเคราะห์ข้อมูล          การสร้างรายงานและการวิเคราะห์ก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ Analytical CRM ด้วยความที่เป็น CRM วิเคราะห์เชิงลึกที่ผู้บริหารนิยมใช้ค่ะ เนื่องจากจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมดของการบริการลูกค้าในทุกช่องทาง ซึ่งความหินของ Analytical CRM คือ จะต้องรวบรวมข้อมูลให้หมดจะได้เห็นภาพว่า ต้องทำยังไงต่อไป ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพยังไง เพื่อให้ลูกค้าอยากอยู่กับเราไปนาน ๆ มีความภักดีในแบรนด์สินค้าและบริการ (Brand Loyalty) ต่อไป 3. Collaborative CRM การทำงานร่วมกัน          สำหรับ  Collaborative CRM อันนี้เป็นระบบที่บางครั้งก็ถูกเรียกว่า Strategic CRM ก็มีค่ะ โดยจะเป็นการรวมข้อมูลทั้งองค์กรแบบขนานใหญ่ เน้นการแบ่งปันข้อมูลของลูกค้าในหน่วยธุรกิจต่าง ๆ เช่น ทีมขาย ทีมการตลาด ทีมเทคนิค และฝ่ายสนับสนุน หรือทีมคอลเซนเตอร์ ฯลฯ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแชร์ข้อมูลกัน ร่วมกันมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน          ในส่วน Collaborative CRM นี้มีไว้แก้ปัญหาให้กับบริษัท ธุรกิจ หรือองค์กรที่ไม่รู้ว่า จะต้องวางแผนยังไงต่อไป ยิ่งถ้ากำลังรู้สึกเบื่อ ๆ กับการวางกลยุทธ์แบบไม่รู้ว่าลูกค้าคิดอะไร ? เพื่อให้การตลาดยั่งยืน รู้หรือไม่ว่า หลังจากที่เราทำ สิ่งนี้จะช่วยวางกลยุทธ์ให้กับธุรกิจได้ด้วย โดยข้อมูลดังกล่าว ช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลได้ง่าย เช่น รู้ว่าลูกค้าชอบอะไร ชอบสินค้าไหน ชอบโปรโมชั่นอะไร หรือมีความต้องการยังไง ตรงนี้ถือว่าเป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์แบบคนรู้ใจที่ไม่ต้องเดาไปเอง เนื่องจากข้อมูลนี้ค่อนข้างเยอะ บางครั้งก็จะใช้ระบบซอฟท์แวร์มาช่วยวิเคราะห์ เก็บข้อมูล และตัดสินใจร่วมด้วยค่ะ4. Social CRM โซเชียลก็ช่วยได้          เพราะโซเชียลทำให้เราใกล้กันมากขึ้น ยิ่งตอนนี้คนเล่นโซเชียลกันทุกวัน ทุกเวลาค่ะ ดังนั้น รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าบนช่องทาง Social CRM ก็เป็นอีกทางที่น่าสนใจ โดยระบบ CRM ประเภทนี้เราจะต้องเน้นการสื่อสารให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้ยินดีที่จะแชร์ คอมเมนต์ แชทหา โดย Socail CRM นั้นทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกค้า หรือสื่อสารกันแบบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันขึ้นกับชาวเน็ต และเก็บข้อมูลเอาไปต่อยอดบริการในขั้นต่อไปได้ค่ะ นอกจากนี้เรายังหยิบข้อมูลในโซเชียลมีเดียที่เรามีมาวิเคราะห์ต่อยอดการตลาดได้อีกด้วยนะแล้วจะทำยังไงให้ CRM ประสบความสำเร็จ          เพราะความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัวค่ะ เพื่อให้การทำ CRM แม่นยำแบบไม่คิดไปเอง เราจะต้องตั้งโจทย์ที่ต้องการ ว่า เราทำ CRM เพื่ออะไร มีเป้าหมายอะไร หลังจากนั้นต้องเก็บข้อมูล Data พอสมควรเลยค่ะ โดยจะต้องเก็บข้อมูลให้ตรงกับที่เราต้องการใช้งาน และต้องวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ด้วยนะ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายของมือใหม่ที่อยากลองทำ CRM พอสมควรเลยล่ะ          และถ้าอยากเริ่มทำระบบ CRM แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ปรึกษา 1Moby ได้นะคะ เรายินดีให้คำปรึกษาทุกธุรกิจ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องตามเป้าหมายของธุรกิจคุณ ปรึกษาฟรีค่ะ 

2 ตุลาคม 25666 min read