Marketing Technology

Martech คืออะไร ทำไมถึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การตลาดยุคดิจิทัล

22 พฤศจิกายน 2566 • 4 min read
Martech คืออะไร  ทำไมถึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การตลาดยุคดิจิทัล

Martech หรือ Marketing Technology กำลังเป็นที่พูดถึง เพราะปัจจุบันทุกธุรกิจจำเป็นต้องพึ่งเทคโนโลยีในการผลักดันและพัฒนาธุรกิจ ในบทความนี้ 1Moby จะชวนมาทำความรู้จักกันมากขึ้น

 

Martech คืออะไร

Martech (Marketing Technology) หมายถึง เป็นการผสานระหว่างเทคโนโลยีกับการตลาดให้ผนวกเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลลัพธ์ให้มากขึ้น เพราะการตลาดในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง จึงต้องการเครื่องมือที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพเพื่อเข้าถึงลูกค้าและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ Martech จึงกลายเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำทางในตลาดดิจิทัลได้สำเร็จ

 

ประเภทของ  Martech

1. Advertising & Promotion Technologies : เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย เช่น แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์, เครื่องมือการจัดการโฆษณา, และเครื่องมือวิเคราะห์ผลโฆษณา

2. Content & Experience Technologies : เทคโนโลยีที่ช่วยในการสร้างและจัดการเนื้อหา เช่น ระบบการจัดการเนื้อหา (CMS), แพลตฟอร์มการตลาดผ่านเนื้อหา (content marketing platforms), และเครื่องมือการจัดการประสบการณ์ลูกค้า (customer experience management)

3. Social & Relationships Technologies : เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าและการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น แพลตฟอร์มการจัดการสื่อสังคมออนไลน์ (social media management platforms), CRM (Customer Relationship Management), และเครื่องมือวิเคราะห์ความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย

4. Commerce & Sales Technologies : เทคโนโลยีที่สนับสนุนการขายและการค้าอีคอมเมิร์ซ เช่น แพลตฟอร์มการค้าอีคอมเมิร์ซ, เครื่องมืออัตโนมัติการขาย, และเครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลการขาย

5. Data Technologies : เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการเก็บ, วิเคราะห์, และจัดการข้อมูล เช่น แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูล, เครื่องมือการจัดการฐานข้อมูล, และเครื่องมือวิเคราะห์ big data

6. Management & Administration Technologies : เทคโนโลยีที่ช่วยในการจัดการและดำเนินงาน เช่น ระบบการจัดการโปรเจ็กต์, เครื่องมือการจัดการทรัพยากร, และแพลตฟอร์มการติดตามและวิเคราะห์ผลการทำงาน

 

ข้อดีของ Martech 

Martech (Marketing Technology) เป็นการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเสริมสร้างและยังสามารถปรับกลยุทธ์การตลาดได้อย่างหลากหลาย เราขอยกตัวอย่างข้อดีของ Martech คร่าว ๆ ดังนี้ 

1. เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด 

Martech ช่วยให้การตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกสบายและได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง เช่น Marketing Automation , การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล, และการปรับแต่งแคมเปญให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่มหรือบุคคลโดยเฉพาะ

2. การวิเคราะห์ข้อมูลและข้อมูลเชิงลึก

Martech ช่วยในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่เราไม่สามารถจัดเก็บแบบ manual  ซึ่งเครื่องบางประเภทจะช่วยในการตัดสินใจและการวางแผนการตลาดให้คุณได้

3. การมีส่วนร่วมของลูกค้า

Martech ช่วยเพิ่มการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมของลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย, อีเมล, และเว็บไซต์ อีกทั้งยังช่วยด้านการทำ Loyalty program 

4. การปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า

ด้วยการใช้เครื่องที่ทันสมัยขึ้น เช่น AI และ Machine Learning Martech สามารถช่วยให้ธุรกิจเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น

5. การประหยัดต้นทุน

การใช้เทคโนโลยีสามารถช่วยลดต้นทุนในการดำเนินกิจกรรมการตลาด เพราะเทคโนโลยีจะช่วยกรองหรือแนะนำการทำการตลาดที่ถูกต้องและคุณสามารถเลือกเครื่องมือด้วยงบประมาณที่กำหนดไว้ได้

6.การเติบโตและการขยายตลาด

Martech เปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถขยายตลาดและเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ 

 

วิธีการเลือกใช้ Martech

แน่นอนว่าทุกเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ Martech บางอย่างไม่ได้ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณทั้งหมด ดังนั้นคุณควรเลือกว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับการใช้งาน Martech อย่างไรบ้าง โดยดูจากองค์ประกอบดังนี้

1. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของธุรกิจ : กำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเช่น เพิ่มยอดขาย, สร้างแบรนด์, หรือปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า เพื่อให้เลือก Martech ที่จะสามารถตอบโจทย์จุดประสงค์ของคุณทั้งหมดได้อย่างตรงจุด                                                    

2. การเชื่อมต่อ API : เลือกเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องมือหรือระบบที่ธุรกิจของคุณใช้อยู่แล้วได้หรือไม่ เพื่อความสะดวกในการจัดการข้อมูลและกระบวนการทำงาน            

3. งบประมาณ : คำนึงถึงงบประมาณที่มีอยู่สำหรับการลงทุน Martech tools  และเปรียบเทียบกับผลตอบแทนที่คาดหวังได้จากการใช้งานเทคโนโลยีนั้น เพื่อให้คุณมั่นใจว่าต้องการใช้ Martech tools  เหล่านั้นจริง ๆ.                          

4. การรองรับแผนในอนาคต : พิจารณาว่า Martech นั้นสามารถขยายความต้องการได้ตามการเติบโตของธุรกิจหรือแผนในอนาคตหรือไม่          

5.ความปลอดภัยของข้อมูล : ควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล                               

 

ยกตัวอย่าง Martech ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ 1Moby

 1Moby เราบริษัท Martech (Marketing Technology) ที่ผลิต product ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง คุณสามารถเลือกใช้งาน product ของ 1Moby ได้ตามจุดประสงค์ที่คุณต้องการ

 

Customer Communication การสื่อสารที่จะทำให้คุณสามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

Thaibulksms :   ผู้ให้บริการ  SMS  และ  Email  Platform อันดับ 1 ของประเทศไทย ให้คุณสามารถส่งข้อความ กระจายข้อมูลข่าวสาร หรือการแจ้งเตือนไปยังลูกค้าผ่าน SMS หรือ Email 

Movider : ผู้ให้บริการการสื่อสาร CPaaS ระดับโกลบอล ให้คุณสามารถสื่อสารกับลูกค้าประเทศต่าง ๆ ด้วยรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลาย 
 

 

Customer Data Management เก็บข้อมูลลูกค้า เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรม นำไปสู่การวางแผนทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพ

 

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

UniSight : CDP (Customer Data Platform) tools  เก็บข้อมูล วิเคราะห์พฤติกรรมและแนะนำการทำการตลาดได้อย่างตรงจุด เครื่องมือ CDP ที่มีความสามารถเทียบเท่ากับโกลบอล แต่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของคนไทยโดยเฉพาะ

 

Customer Engagement 

สะท้อนตัวตนขององค์กรผ่านสื่อดิจิทัลต่าง ๆ เพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น

 

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

Metaverse : สร้างจุดขายเพิ่มลูกเล่นให้ลูกค้าใช้เวลาร่วมกับกับแบรนด์ของเราให้มากที่สุด

Minigame : การสร้างเกมเชิงธุรกิจบนแพลตฟอร์มที่คุณใช้งาน เพื่อดึงดูดความสนใจให้แก่สินค้าหรือแคมเปญของคุณได้อย่างไม่ยากเย็น

 

Martech ในปัจจุบันไม่เพียงแค่เป็นการใช้เทคโนโลยีในการทำการตลาดอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการวางแผนกลยุทธ์, การวิเคราะห์ข้อมูล, และการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ของลูกค้าและผลลัพธ์ทางธุรกิจ และถ้าคุณต้องการเครื่องมือ Martech ที่ตรงใช้คุณสามารถพูดคุยกับเราได้ เพราะเราสามารถพัฒนาเครื่องมือหรือโซลูชันใหม่ที่้เหมาะกับธุรกิจของคุณ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไปข้างต้นค่ะ

 

 

ให้แนะได้แนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

เว็บไซต์ https://www.1moby.com/

อีเมล contact@1moby.com  

โทร +66 (0)2 798 6000

 

ที่มา : -

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

article image
Marketing Technology

ลดภาระ Call Center ประกันภัยด้วย LINE OA เชื่อมต่อ Core System เดิม

"จัดการปัญหา Call Center Overload ในธุรกิจประกันภัย ด้วยระบบ Self-Service ผ่าน LINE OA ที่เชื่อมต่อตรงกับ Core System เดิม" หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ศูนย์บริการลูกค้าของธุรกิจประกันภัยรับภาระงานสูง คือข้อมูลในระบบหลังบ้านยังไม่เชื่อมต่อกับช่องทางที่ลูกค้าใช้งาน ลูกค้าจึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อมูล แม้ข้อมูลนั้นจะมีอยู่ในระบบแล้วงานพื้นฐาน เช่น การตรวจสอบความคุ้มครอง การติดตามสถานะเคลม และการสอบถามวันครบกำหนดชำระเบี้ย จึงใช้เวลาของทีมบริการอย่างต่อเนื่อง และส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานเวลาจัดการต่อเคสเพิ่มขึ้น  เจ้าหน้าที่ต้องค้นหาข้อมูลและตอบคำถามซ้ำ ทำให้มีเวลาน้อยลงสำหรับเคสที่ซับซ้อนคิวรอนานขึ้น อาจกระทบระดับการให้บริการที่กำหนดไว้ หรือ SLA และคะแนนความพึงพอใจของลูกค้า หรือ CSATต้นทุนงานบริการเพิ่มตามปริมาณงาน  องค์กรต้องจัดสรรบุคลากรเพิ่มเติมเพื่อรองรับงานพื้นฐานที่สามารถพัฒนาเป็นบริการอัตโนมัติได้ เปลี่ยนข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นบริการที่ลูกค้าเข้าถึงได้LINE Official Account หรือ LINE OA สามารถเป็นช่องทางให้ลูกค้ารับบริการด้วยตนเอง โดยเชื่อมต่อกับระบบบริหารกรมธรรม์ ระบบเคลม และระบบหลักขององค์กร หรือ Core Systemการเชื่อมต่อนี้ช่วยเปลี่ยนงานสอบถามและติดตามข้อมูลให้เป็นบริการอัตโนมัติ รองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงตามความพร้อมของระบบที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้เจ้าหน้าที่มีเวลาสำหรับงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น1. ตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ด้วยตนเองหลังยืนยันตัวตน ลูกค้าสามารถเรียกดูสถานะกรมธรรม์ รายละเอียดความคุ้มครอง วันครบกำหนดชำระเบี้ย และช่องทางชำระเงินผ่าน LINE OA ตามข้อมูลและบริการที่ระบบขององค์กรรองรับบริการนี้ช่วยลดการโทรสอบถามข้อมูลพื้นฐานและเวลาค้นหาข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งสนับสนุนการลดเวลาเฉลี่ยในการจัดการต่อเคส หรือ AHT2. ติดตามสถานะเคลม พร้อมรับการแจ้งเตือนอัตโนมัติลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะเคลมล่าสุดจากระบบที่เชื่อมต่อ และรับข้อความแจ้งเตือนเมื่อมีความคืบหน้าตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การรับเรื่อง การขอเอกสารเพิ่มเติม และการอนุมัติจ่ายสินไหม รวมถึงส่งเอกสารผ่าน LINE ตามรูปแบบบริการที่รองรับการเข้าถึงสถานะด้วยตนเองช่วยลดสายโทรเข้าและข้อความสอบถามซ้ำ พร้อมทำให้ลูกค้าเห็นความคืบหน้าของเคสและสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อได้ชัดเจนขึ้น3. แจ้งเตือนต่ออายุและเชื่อมต่อการชำระเบี้ยเมื่อข้อมูลใน Core System เข้าเงื่อนไขกรมธรรม์ใกล้ครบกำหนด ระบบจะส่งข้อความแจ้งเตือนตามรอบเวลาที่กำหนด ลูกค้าสามารถตรวจสอบความคุ้มครอง ยืนยันข้อมูล และเข้าสู่ช่องทางชำระเงินที่องค์กรรองรับจาก LINE OAกระบวนการนี้ช่วยลดงานโทรติดตามรายบุคคล และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าต่ออายุกรมธรรม์ได้อย่างต่อเนื่อง 3 ขั้นตอนงานประกันที่จัดการได้ง่ายขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติบน LINE OA1. ใช้ระบบเดิมเป็นศูนย์กลางข้อมูล1Moby ออกแบบบริการให้เชื่อมต่อตรงกับ Core System เดิม โดยไม่ต้องรื้อทำใหม่ LINE OA ทำหน้าที่เป็นช่องทางบริการ ขณะที่ระบบหลักยังคงเป็นแหล่งข้อมูลขององค์กรระบบเรียกใช้ข้อมูลผ่านช่องทางที่องค์กรกำหนด โดยอาจใช้ API สำหรับรับส่งข้อมูลระหว่างระบบ หรือมีระบบตัวกลางเพื่อแปลงข้อมูลและจัดลำดับการทำงานให้เหมาะกับโครงสร้างระบบเดิมขอบเขตการประเมินครอบคลุมระบบบริหารกรมธรรม์ ระบบเคลม ระบบลูกค้าสัมพันธ์ ระบบติดตามงานภายใน และระบบชำระเงินหากระบบเดิมยังไม่มี API ที่เหมาะสม ทีมงานจะประเมินแนวทางใช้ระบบตัวกลาง พร้อมพิจารณาข้อจำกัดและผลกระทบก่อนพัฒนา เพื่อให้การเพิ่มบริการสอดคล้องกับการดำเนินงานขององค์กร 2. ออกแบบความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลให้เหมาะกับธุรกิจประกันภัยบริการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลกรมธรรม์ ข้อมูลเคลม และข้อมูลส่วนบุคคล ต้องกำหนดทั้งวิธีเข้าถึงข้อมูลและวิธีตรวจสอบการใช้งานอย่างชัดเจน1Moby พิจารณามาตรการตามความเสี่ยงของแต่ละบริการและนโยบายองค์กร ครอบคลุมการยืนยันตัวตน การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง การรักษาความปลอดภัยของช่องทางเชื่อมต่อ การเข้ารหัสระหว่างรับส่งข้อมูล และการบันทึกประวัติการใช้งานการใช้ข้อมูลและการจัดการความยินยอมจะออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้าน PDPA และนโยบายภายในขององค์กร1Moby ได้รับการรับรอง ISO/IEC 27001 ด้านระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และ ISO/IEC 29110 ด้านกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรขนาดเล็ก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผู้ให้บริการของฝ่ายไอที ฝ่ายกำกับดูแล และฝ่ายจัดซื้อขอบเขตและมาตรการความปลอดภัยของแต่ละโครงการจะพิจารณาร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้เหมาะกับระบบและบริการที่จะนำไปใช้งาน3. ตัดสินใจจากภาระงาน ความพร้อม และผลที่วัดได้บริการที่ควรเริ่มพัฒนาต้องพิจารณาทั้งปริมาณงาน ความพร้อมของข้อมูล และความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อ 1Moby จึงดำเนินงานผ่าน 4 ขั้นตอนประเมินงานที่ควรเริ่มวิเคราะห์ปริมาณเคส ขั้นตอนที่เกิดความล่าช้า และความพร้อมของระบบเดิมออกแบบบริการและการเชื่อมต่อกำหนดการรับส่งข้อมูล ความปลอดภัย และขั้นตอนที่ลูกค้าใช้งานได้เข้าใจง่ายพัฒนาและนำไปใช้งานเชื่อมต่อระบบโดยคำนึงถึงความเสถียรและปริมาณการใช้งานพร้อมกันที่ต้องรองรับวัดผลและปรับปรุงติดตามปริมาณสายเข้า เวลาเฉลี่ยในการจัดการต่อเคส คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า และผลต่อระดับการให้บริการที่กำหนดไว้องค์กรจึงมีข้อมูลสำหรับพิจารณาการลงทุน และประเมินได้ว่าบริการที่พัฒนาช่วยลดภาระงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้เพียงใดค้นหางานบริการที่พร้อมเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติประเมินว่างานตรวจสอบกรมธรรม์ ติดตามเคลม หรือแจ้งเตือนชำระเบี้ยส่วนใดสามารถพัฒนาเป็นบริการตนเองผ่าน LINE OA โดยใช้ข้อมูลจาก Core System เดิมทีมที่ปรึกษาโซลูชันของ 1Moby พร้อมช่วยประเมินความพร้อมของระบบและแนวทางการเชื่อมต่อเบื้องต้น เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าควรเริ่มจากบริการใดสนใจประเมินความพร้อมของระบบ https://bit.ly/4BbicfN

15 ตุลาคม 2569 • 0 min read
article image
Marketing Technology

“อย่าทำให้ข้อมูลที่เรามีเป็นเหมือนเงินฝาก ต้องเอาไปต่อยอดไปให้เกิดประโยชน์” สรุปข้อคิดที่ได้จากงาน Martech Martalk 2024 โดยคุณธารินทร์ จงประเจิด CEO แห่ง 1Moby และคุณภาณุพงษ์ CEO แห่ง Enoactic

“ยุคนี้ข้อมูลเปรียบเหมือนสินทรัพย์อย่าเก็บข้อมูลไว้เหมือนเงินสด เงินฝาก เพราะมันไม่งอกงามต้องเอาไปต่อยอด ลงทุนให้ธุรกิจเติบโต” คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO แห่ง 1Moby ได้กล่าวไว้ในงาน Martech Martalk 2024 เซสชัน Experience Matters: Elevating Customer Journeys  7 พฤศจิกายน 2567 คุณธารินทร์ นำขบวน 1Moby ออกบูธงาน  Martech Martalk 2024 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ และในปีนี้คุณธารินทร์ได้ร่วมเป็น Speaker ร่วมพูดคุยในหัวข้อ Experience Matters: Elevating Customer Journeys ร่วมกันกับคุณภาณุพงษ์ CEO แห่ง Enoactic ที่มาแชร์และเสนอมุมมอง Customer Journeys ในปัจจุบัน อะไรเป็นส่วนสำคัญที่ธุรกิจจำเป็นต้องโฟกัส, วัดผล KPIs ถูกนำเข้ามาปรับใช้ได้อย่างไร หรือ  Martech tools ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังจำเป็นอยู่ไหม ในการใช้เพื่อ Customer Journeys, Customer Experience ของลูกค้าที่เข้ามาต่อแบรนด์  และอีกประเด็นที่น่าสนใจ Digital Marketing มีมากมายในปัจจุบัน อะไรคือสิ่งสำคัญในการวาง Customer Experience ของคนทำธุรกิจ? เริ่มต้นประเด็นแรกใน ‘เซสชัน Experience Matters: Elevating Customer Journeys’ โดยคุณภาณุพงษ์ อยากให้เราโฟกัส 2 ประเด็นสำคัญ ในการวาง Customer Experience คือ User Needs และ Business Goals  User Needs : ให้ดูทุกส่วนของการทำงาน ไม่ใช่แค่การออกแบบ Solutions ต้องใส่ใจเรื่องของ Performance ต่าง ๆ และการ Develop ด้วยเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดสิ่งลูกค้าต้องการจริง ๆ คืออะไร นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด  Business Goals : โฟกัสเรื่องตัวเงินและกำไร เป็นหลักอยู่แล้ว แต่เรา Insight อย่างหนึ่งคือเรื่องการขายแบบ Direct Sales ปัจจุบันลูกค้าไม่รังเกียจการขายประเภทนี้ เพียงแต่เราควรขายแต่พอดี ไม่รบกวนลูกค้ามากจนเกินไป หรือที่เรียกว่าจุด Sweet Spot แนะนำ Tools ที่เสริมสร้าง Customer Engagement ให้กับแบรนด์ได้ลองใช้งาน ประเด็นที่น่าสนใจเพราะเป็นการสร้างให้ลูกค้าสนใจในตัวแบรนด์ของเรา จำเป็นต้องมี Tools ที่ดีในการเข้าซัพพอร์ตธุรกิจ ซึ่งหัวข้อนี้ คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO แห่ง 1Moby กล่าวว่า ขั้นนี้สนุกมากเพราะเราจะได้เริ่มมีปฎิสัมพันธ์กับลูกค้า โดยบอกเคล็ดลับไว้ว่า “การเลือก Tools ดีก็อีกเรื่อง แต่ที่สำคัญคือทำอย่างไรให้ Tools นั้นมีประสิทธิภาพ” ซึ่งการทำ Customer Engagement ควรมีศูนย์กลางคือ DATA จึงขอแชร์มุมมองทางเลือก นอกจากการใช้ CDP และ CRM นั่นคือ 1.SMS และ Email เครื่องมือคลาสสิค ตรงไปตรงมา ที่ทุกคนรู้จักกันดี นั่นคือ SMS และ Email  ตอนนี้เราหว่านส่งปกติไม่ได้แล้ว ต้องปรับปรุงเนื้อหาและข้อความให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ควรทำให้ลูกค้าแต่ละคน ได้รับข้อความที่ตรงใจมากขึ้น ให้ลูกค้ารู้สึกถึงความ Priviate  ส่งแต่พอดี ไม่รำคาญ 2. LONช่องทางที่กำลังมา ซึ่งเป็นการบริการใหม่ของ 1Moby และเป็นฟีเจอร์ของ LINE ที่พึ่งเปิดตัวไม่นาน นั่นคือ LON หรือ LINE Official Notification หลักการคือหลายธุรกิจใช้ LINE OA ในการสื่อสาร ซึ่งเงื่อนไขคือการ User จำเป็นต้องแอด Friend เพิ่ม ID LINE ถึงจะสื่อสารกันได้  แต่ตัว LON ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เราสามารถสื่อสารหากันได้โดยไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน นั่นคือการใช้หมายเลขโทรศัพท์ส่งได้เลย  3.  Voice & Videoช่องทางที่กำลังมาแรง เหมาะกับธุรกิจที่มีความซับซ้อนและใช้เวลาพูดคุยนาน 4. Gamification หลายแบรนด์ใหญ่ ๆ นิยมใช้งาน เป็นมินิเกมให้ผู้ใช้งานเข้ามาเล่นเกมภายในแอปพลิเคชัน ช่วยเพิ่ม Engement ได้เป็นอย่างได้ เพิ่ม Traffic และมีโอกาสต่อยอดด้านการขายได้อีกด้วย ซึ่งคุณภาณุพงษ์ เสริมมาว่าทั้งหมดนี้ควรโฟกัสเรื่อง Toch point เป็นสิ่งสำคัญ เรื่องความสำคัญในการจอง การค้นหาบนออนไลน์ หรือ Branding ต่าง ๆ    การเชื่อมต่อ Tools ต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันได้ จะช่วยยกระดับการสร้าง Customer Experience ได้ให้กับแบรนด์อย่างไร คุนธารินทร์เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า เราควรเชื่อมต่อ Tools ต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกัน เพราะการสร้าง Customer Journeys หรือ Customer Experience  เราไม่จำเป็นต้นเลือก Tool ชนิดเดียวในการสร้าง เราสามารถใช้งานร่วมกันได้และทำให้ได้ผลที่ดีขึ้น เราควรเอาเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ให้ตรงประเด็น เช่น ธุรกิจร้านเสื้อค้า พนักงานจะทำการกรองลูกค้าว่าเป็นลูกค้ากลุ่มไหน เพศ อายุ สไตล์การแต่งตัว จากนั้นจะทำการโฆษณาสินค้าเพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าที่ตรงใจที่สุด เมื่อเกิดการซื้อ จะมีการเก็บข้อมูล เช่น ลงทะเบียนลูกค้า ทำให้เราสามารถส่งโปรโมชันหรือสินค้าได้ ทุกขั้นตอนมี Tools คอยซัพพอร์ตอยู่แล้ว แต่การใช้งานร่วมกันจะทำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในอนาคต Martech Tools จะมีความสำคัญอย่างไรกับ Customer Experience บ้าง ในมุมมองของคุณธารินทร์ มองว่าในยุคนี้ใคร ๆ ก็ทำ Marketing ดังนั้นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเหลือนักการตลาดจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ และเราจำเป็นต้องใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ เพราะเครื่องมือจะทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้น ใครเร็วกว่าย่อมได้เปรียบกว่า อนาคตเครื่องมือจะเก่งขึ้นไปอีก เพื่อรองรับความคาดหวังของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มากขึ้นเช่นเดียวกัน นั่นเท่ากับว่าเราจะทำการตลาดยากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นรอดูได้เลยทุกอย่างจะเร็วขึ้นเพราะเครื่องมือโดยเฉพาะ AI   ช่วงสุดท้ายทั้ง 2 ท่าน ได้ให้คำแนะนำเรื่องของ Customer Journeys และ Customer Experience แบรนด์และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจไว้ด้วย โดยที่คุณภาณุพงษ์  เน้นเรื่องของ people ว่าเราควรจะเข้าไปเข้าในจุดไหนของ Journeys  ลูกค้า ธุรกิจคือเรื่องของผู้คน สุดท้ายเราต้องกลับไปดูเรื่องของผู้คน (back to besic)  ควรลงลึกและเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงด้านคุณธารินทร์ให้คำแนะนำว่าไม่อยากให้ยึดติด tools ให้เริ่มจากเบสิก อย่างการเริ่มเก็บข้อมูล ถ้ามีข้อมูลใช่ เหมาะกับลูกค้าของเรา จะทำให้พัฒนาธุรกิจได้ชัดเจน ยุคนี้ข้อมูลเหมือนทองคำ แต่เราไม่เอาไปต่อยอด เพราะฉะนั้น อย่าเอาข้อมูลไปเป็นเหมือนเงินฝาก อย่างวู่วามในการใช้ แต่อยากให้เอาไปใช้เกิดประโยชน์ ต่อยอดให้งอกงาม       

8 พฤศจิกายน 2567 • 4 min read
article image
Marketing Technology

มาส่องเทรนด์ Martech ปี 2025 มีแนวโน้มจะเติบโตอย่างไร

การตลาดมักจะมีกระแสใหม่ ๆ มาให้เราจับตาอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่เข้ามาแล้วเกิดกระแสที่แมสจนไม่มีทางที่จะถึงขาลงง่าย ๆ นั่นคือ Martech หรือ Marketing Technology หลายธุรกิจต่าง ๆ ใช้งานเครื่องมือเหล่านี้กันอย่างแพร่หลายทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ จนถึงตอนนี้ Martech ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตการทำงานของเราอย่างไม่รู้ตัวและกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่เราขาดไม่ได้แล้ว  ในบทความนี้เรามาร่วมคาดคะเนทิศทางของ Martech ว่าจะยังอะไรบ้างที่จะยังอยู่  การเติบโตของอุตสาหกรรม Martechอย่างที่กล่าวไป Martech ถูกใช้งานและพูดถึงอย่างแพร่จนเราขาดไม่ได้ ทำให้มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นในด้านการใช้งานและมีเครื่องมือใหม่ ๆ มาให้เราใช้งานในปี 2025 นี้รอดูได้เลยว่า หลายแบรนด์ดังที่เรารู้จักกันดีและแบรนด์ใหม่ ๆ จะงัดไม้เด็ดเปิดตัวเครื่องมือที่เกี่ยวกับ Martech มาให้เราได้ลองเล่นกันแน่นอน   สิ่งที่จะเข้ามาเสริมบทบาท Martech ให้มากขึ้น1. การเติบโตของ AI และ Machine Learningไม่พูดถึงก็คงไม่ได้สำหรับ AI หรือ Automation Intelligence และ Machine Learning เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่มีบทบาทเป็นมากในการทำให้วงการ Martech เติบโตอย่างก้าวกระโดด และในปี 2025 ที่จะถึงนี้ ผู้พัฒนาจะต้องคิดค้นสิ่งที่จะเข้ามาเติมเต็มให้  AI และ Machine Learning ฉลาดและมีประโยชน์ต่อธุรกิจมากขึ้น  2. การรับข้อมูลแบบ Real-Timeเมื่อไม่นานกระแสการทำ Real-Time Marketing กำลังมาแรง นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจต่างพูดถึง ดังนั้นปี 2025 วงการ Martech จะต้องปรับตัว พัฒนาเครื่องมือให้สามารถรับข้อมูลได้ Real Time มากยิ่งขึ้น มีการปรับตัวให้เข้าใกล้คำว่า CDP ที่มีเอกลักษณ์ในการรวมข้อมูลของลูกค้าได้จากทุกที่แบบ  Real-Time(บางแบรนด์)  UniSight เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งของ 1Moby ซึ่งเป็น DCP Platform ที่มีระบบรวบรวมข้อมูลแบบ Real-Time ไม่ต้องรอปี 2025 สามารถใช้งานเครื่อง Martech ที่มีระบบ Real-Time ได้วันนี้ คุณสามารถทดลองฟรี 2 เดือนได้เพียงติดต่อเราที่ 02 798 6024 หรือ Contact@1moby.com 3. การจัดการข้อมูลที่จะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยมากขึ้นกฏหมายการคุ้มครองข้อมูล เช่น GDPR,  CCPA หรือในไทยคือ PDPA จะมีความเข้มข้นมากขึ้นเพราะลูกค้าเริ่มป้องกันข้อมูลของตนเองมากขึ้น ทำให้หลายแบรนด์เริ่มตื่นตัวกับกฏหมายดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้น Martech จะออกแบบเครื่องมือให้เข้ามามีบทบาทด้านการเป็นสะพายเชื่อมต่อระหว่างคุณและข้อมูลลูกค้าให้ได้มาง่ายและหลายช่องทางมากขึ้น โดยทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กฏหมายคุ้มครองข้อมูลลูกค้าอย่างโปร่งใส  4. กระแสการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Work)จริง ๆ แล้วการทำงานแบบไฮบริดเริ่มเป็นเช็กลิสหนึ่งที่พนักงานมองหาในที่ทำงาน เหตุผลหลัก ๆ มีอยู่ 2 ประการ คือ 1.ความเคยชินจากสถานะการ Covid-19 ที่ทุกองค์กรให้ทำงานที่บ้าน และ 2.วัยทำงานเริ่มขยับมาที่กลุ่มเจนซี (Generation Z) ที่ต้องการอิสระในการทำงานและความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น ดังนั้นเครื่องมือ Martech ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยทำงานไฮบริด จะได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น เครื่องมือการประชุมผ่านทางไกล เครื่องมือที่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ หรือการจัดการทำงารเสมือนจริง เป็นต้น 5. การตลาดผ่านเทคโนโลยีเสียง (Voice Search & Voice Assistants)การสั่งงานด้วยเสียงเป็นอะไรที่นิยมมากในปัจจุบัน เราจะเห็น Marketing Technology แบบนี้อยู่รอบตัวเรามากขึ้น และผู้ช่วยเสียง  (Voice Assistants) อย่าง SIRI, Alexa หรือ Google Assistant นอกจากจะเป็นผู้ช่วยที่คอยโต้ตอบหรือทำตามคำสั่งของเราแล้ว ต่อไปในอนาคต (ไม่แน่ว่าปี 2025 นี้) เราอาจจะได้เห็นการทำโฆษณาหรือขายของผ่านเครื่องมือเหล่านี้  ถ้าจะให้เห็นภาพมากขึ้น ลองมาดูกรณีศึกษาของ “Domino pizza ร่วมมือกับ Alex”ให้คุณได้กินพิซซ่าของ Domino โดยที่ไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ เพียงพูดว่า “Alexa, open Domino’s.” Alexa จะทำการติดต่อไปที่ Domino สาขาใกล้บ้านจากนั้นทำการสั่งและรอทานได้เลย หากอยากรู้ว่าเมื่อไหร่พิซซ่าจะมา ก็สามารถสอบถาม Alexa ได้เช่นเดียวกัน ด้วยคำสั่ง “Alexa, open Dominos and track my order”  ดูตัวอย่างจากสั่ง Domino pizza ด้วย Alex รูปแบบการสั่งด้วยเสียงแบบนี้จะถูกพัฒนาให้มีความหลากหลายในการนำไปใช้งานได้มากขึ้น ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นอะไรแบบนี้ในปี 2025 ก็เป็นได้   Martech จะยังถูกพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในปี 2025 นี้เราในฐานะคนทำงานหรือผู้ที่ใช้งานเทคโนโลยี เรามาจับตาดูว่าจะมีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่น่าสนใจและเหมาะที่มาเป็นผู้ช่วยเราใยอนาคต ซึ่ง 1Moby เองในฐานะที่บริษัท Martech เราก็จะไม่หยุดพัฒนาและจะนำเสนอเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างแน่นอนค่ะ

17 ตุลาคม 2567 • 3 min read