Communications

รวมเคล็ดลับการสื่อสารแบบ Marketing Communication ที่มีประสิทธิภาพ

2 ตุลาคม 25668 min read
รวมเคล็ดลับการสื่อสารแบบ Marketing Communication ที่มีประสิทธิภาพ

“การสื่อสารที่ดีทำให้ธุรกิจมีชัยไปกว่าครึ่ง” เพราะคนเราจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้การสื่อสารเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิต และถ้าต้องการทำการตลาดให้เข้าถึงผู้คนให้มากที่สุด หรือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Target) ที่เราต้องการมากที่สุด เราก็จะต้องใส่ใจกับการทำ Marketing Communication หรือการสื่อสารการตลาดอย่างเข้าใจ เรามีเคล็ดลับมาบอกเล่าให้ฟังค่ะ

Marketing Communication คืออะไร?

แปลกันตรงตัว Marketing Communication คือ การสื่อสารการตลาด หรือบางที่ก็ชอบเรียกแบบย่อว่า Marcom (อ่านว่า มาร์คอม) ถามว่า Marketing Communication มีไว้ทำไม ก็อาจจะสรุปรวมยอดได้ว่า 

  • Marcom มีไว้สื่อสารธุรกิจ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างการรับรู้ สร้างการเข้าถึง โดยมีจุดเป้าหมายคือกระตุ้นการขาย เพิ่มความจงรักภัคดีให้กับแบรนด์ โดยรวมทั้งการตลาดทางตรง การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการขายแบบโปรโมชั่น ล้วนแล้วแต่อยู่ในคำ ๆ นี้ Marketing Communication
  • ส่วนใหญ่ Marcom จะนิยมการสื่อสารกแบบสองทาง (Two-way Communication) เพื่อโน้มน้าวใจให้ลูกค้ามาอุดหนุนสินค้าและบริการของเรานั้นเอง

1. สื่อสารผ่านข้อความ

          เคยได้ยินคำว่า “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจไหมคะ” เช่นกันค่ะ “การสื่อสารก็เป็นหัวใจของ Marcomm เหมือนกัน” เพราะ Marketing Communication คือการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ ก่อนจะลุยทำ Marketing Communication แบบเต็มตัวสิ่งที่อยากให้เข้าใจเบื้องต้น เตรียมตัวก่อน เราควรมี Key Message ที่ชัดเจน และมี Mood & Tone ของการสื่อสารผ่านข้อความ 

 

          เพื่อให้การสื่อสารผ่านข้อความทรงพลัง ไม่ควรเปลี่ยน Key Message ไปมาบ่อย ๆ อาจจะเน้นมองหาใช้คำพูดที่น่าสนใจ หรือโน้มน้าวใจให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตาม เพื่อเกิดการจดจำเราผ่านการอ่าน หรือการพบเห็นนั้นเองค่ะ และการสื่อสารผ่านข้อความ Key Message นั้นจะต้องสอดคล้องกับความเป็นแบรนด์ รวมทั้งตอบโจทย์ของบริษัทด้วยนะ 

 

          ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการตั้งคำถามพื้นฐานค่ะ “What, Who, Why?” ธุรกิจหรือองค์กรของเราทำอะไร ? เราเป็นใคร ? และเรามีไว้ทำไม ? หลังจากตอบครบถ้วนก็กลับไปดูเป้าหมายของบริษัท วัตถุประสงค์ พร้อมกับกลยุทธ์ทางการตลาด และดูผลิตภัณฑ์/บริการของเราว่า จะต้องการนำเสนอแบบไหน ต้องการข้อความ คำพูด หรือแนวคิดที่แตกต่างจากธุรกิจคู่แข่งอย่างไร  

หลักการคิด Key Message ที่ดี

  • Key Message ต้องกระชับ ชัดเจน ไม่เวิ่นเว้อ
  • Key Message ต้องง่าย ไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการจดจำ
  • Key Message สร้างความแตกต่าง
  • Key Message ช่วยโน้มน้าวใจได้ในไม่กี่คำ
  • Key Message เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ตรงกับความต้องการ ช่วยแก้ปัญหา มีประโยชน์ ฯลฯ
  • Key Message สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ไม่สร้างความกังวลใจ

 

           แต่ถ้าหากคิดไม่ออกว่า… จะเริ่มสื่อสารอย่างไร ด้วยถ้อยคำแบบไหน แนะนำให้ลองวิเคราะห์ข้อมูลก่อนลงมือทำ และถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ปรึกษา Magnus ได้นะคะ 

 

2. สื่อสารผ่านการออกแบบ 

          การมี Key Message ปัง ๆ อย่างเดียวนั้นไม่พอ การทำ Marketing Communication พังแน่ หากการออกแบบไม่ได้เรื่อง เพราะภาพหนึ่งภาพแทนคำเป็นล้านคำ ดังนั้น เราต้องกลับมาใส่ใจกับออกแบบให้ชัดเจนตามที่เราต้องการสื่อสารค่ะ และจะต้องมีความเข้าใจพื้นฐานในการสร้างคาแรคเตอร์ให้ชัดเจนตรงกับความเป็นแบรนด์ธุรกิจ

          เพื่อให้โดดเด่นในยุคที่การแข่งขันสูงปริ๊ด การสื่อสารที่ดี การออกแบบก็สำคัญมาก ๆ นะคะ เช่น การออกแบบภาพโฆษณาบน FB หรือการออกแบบแบนเนอร์ GDN รวมทั้งการตัดต่อ VDO Content ก็ล้วนแล้วแต่ช่วยให้การสื่อสารทรงพลังมากยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มการจดจำได้เยอะเลยนะคะ 

 

3. รับฟังฟีคแบคต่าง ๆ 

          การทำธุรกิจต้องปรับตัวให้ทัน เพื่ออยู่ทนในวิกฤต และอยู่รอดในทุกสถานการณ์สำคัญสุด Marketing Communication ที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น เราจะไม่แค่สื่อสารออกไปอย่างเดียวเท่านั้น เราจะต้องหมั่นเก็บผลการตอบรับ (Feedback)อยู่เสมอ ต้องคอยสอดส่อง และเก็บข้อมูล คำติชมต่าง ๆ ที่ได้รับ เพื่อนำมาปรับใช้ต่อไป ยิ่งการทำการตลาดออนไลน์ในยุคสมัยนี้การรับฟีคแบคต่าง ๆ ไม่ยากแล้วค่ะ เพราะมีเครื่องมือ Social listening เอาไว้คอยดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ ว่าสิ่งที่สื่อสารออกไปนั้น ได้รับผลลัพธ์เป็นอย่างไร อย่างเช่น ThaiBulkSMS เองก็เช่นเดียวกัน เรามีการเก็บฟีคแบคต่าง ๆ และนำมาปรับใช้หรือปรับปรุงบริการเช่นเดียวกัน

          หากทำ Marketing Communication ได้รับฟีคแบคดีคำวิจารณ์เชิงบวกเราก็นำมาต่อยอดได้ หรือถ้าเจอกับคำวิจารณ์เชิงลบก็อาจจะปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้การทำ Marketing Communication ดีที่สุด เราจะต้องเก็บฟีคแบคอย่างเป็นกลาง ไม่เข้าข้างตัวเอง เพื่อจะได้พัฒนาต่อยอดการสื่อสารการตลาดให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้นเองค่ะ 

 

อยากเริ่มทำ Marketing Communication แล้วใช่ไหมคะ?

การวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารที่ทรงพลังก็ทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จได้ เราพร้อมช่วยเหลือให้คุณจบทุกปัญหาที่เคยเจอ พร้อมช่วยให้ธุรกิจคุณสำเร็จได้มากกว่า ปรึกษา 1Moby ได้นะคะ เรามีผู้ช่วยด้านการสื่อสารอย่างเช่น ThaiBulkSMS หรือ MBOX ที่ตอบโจทย์การทำงานของคุณแน่นอนค่ะ

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

article image
Communications

สรุปเนื้อหา CPaaS ปลดล็อกศักยภาพการสื่อสาร โดยคุณธารินทร์ จงประเจิด CEO 1Moby

งาน ISV Solutions Unleashed Powered by AWS เมื่อวันที่ 3 พย. 2023 ที่ผ่านมา  คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO ของ 1Moby  ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน Specker ร่วมแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานได้รับฟัง ซึ่งในบทความนี้เราจะมาสรุปเนื้อทั้งหมดเพื่อให้ทุกท่านเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น ในหัวข้อ Communications Platform as a Service  : The Master Key unlocked (endless) communication potential  สรุปเนื้อหาสำคัญ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกช่องทางในการทำ Marketing แต่ธุรกิจต่างเฟ้นหาและมีช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าที่แตกต่างกัน แต่ยังน้อยนักที่จะรู้วิธีที่จะใช้วิธีการสื่อสารนั้นให้เกิดประสิทธิภาพและขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแท้จริง Communications Platform as a Service หรือ CPaaS จึงได้เริ่มเข้ามามีบทบาท ที่จะทำให้คุณมีวิธีการสื่อที่ถูกต้องและครบวงจรมากขึ้น แต่ก่อนที่จะไปทราบว่า CPaas นั้นคืออะไร อยากให้ทุกท่านรู้จักกับวิวัฒนาการของการสื่อสารก่อนค่ะ  วิวัฒนาการของการสื่อสาร   ยุค 90s - 2010 : Telecom provider driver marketเป็นยุคที่เราเริ่มใช้วิธีการสื่อสารแบบง่าย ๆ ที่จะทำให้เราติดต่อกันได้ไวมากขึ้น เช่น การใช้ SMS/Voice, Call Center หรือการส่งข้อความทีละมาก ๆ อย่าง Bulk SMS 2010 - 2015 : Rising over-the-top (OTT) Messaging  เป็นช่วงเวลาที่อินเทอร์เน็ตกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เราทุกใช้ประโยชน์จากอินเทอร์ในการใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร เช่น การส่งข้อความหรือโทรผ่านอินเทอร์เน็ต 2015 - 2020 : Scope Expansionช่วงเวลาแห่งการขยายวิธีการสื่อสารให้หลากหลายและเด่นชัดมากขึ้น ซึ่งช่วงเวลานี้เราจะแห่งเทคโนโลยีหรือโซลูชันต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสื่อสารมาให้เราได้ลองเล่นกัน และได้มีการแบ่งกลุ่มการสื่อสาร as-a-service [aas] ที่ชัดเจนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น UCaaS, CCaas, CPaas  และบริษัท 1Moby เรามีผลิตภัณฑ์ที่จัดอยู่ในหมวด CPaas ด้วยเช่นกันค่ะ แต่ตั้ง 2020 : Hybrid model reference ยุคของการผสมผสานและนำฟีเจอร์ต่าง ๆ มาผนวกเข้าด้วยกัน มีการเชื่อมต่อ (integration) ระหว่างระบบบนคลาวน์และแพลตฟอร์มการสื่อสารต่าง ๆ   จากวิวัฒนาการจะเห็นได้ว่าช่วงเวลา 2015 - 2020 : Scope Expansion เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงและมีบทบาทมากที่สุด ดังนั้นเราจะเจาะลึกลงไปอีกหน่อย เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจมากขึ้นค่ะ ทำความรู้จักรูปแบบของ as-a-service As-a-service คือ การพัฒนาจากการเป็นโปรแกรมแบบ on premise ต้องมีการ install ในระบบ จนปัจจุบัน ได้ปรับเปลี่ยนเป็นการใช้ Software ผ่าน Cloud แทน เพื่อให้สะดวกและ seamless มากขึ้นโดยแบ่งออกมาเป็น level ให้เห็นชัดขึ้น ได้ดังนี้ Level1 : IaaS (Infra Structure as a service) เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT  เช่น การประมวลผล การจัดเก็บและระบบเครือข่าย  ตัวอย่างเช่น AWS ของ Amazon   Level2: PaaS (Platform as a service)  เป็นชั้นที่สองโดยกลุ่มคนที่จะใช้ยังคงเป็นโปรแกรมเมอร์  โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกใช้และเชื่อมต่อได้ปรับแต่งได้ เช่น ระบบการต่อผ่าน API ของ ThaiBulkSMS ผลิตภัณฑ์ของ 1Moby ก็จัดว่าเป็น PaaS  Level3: SaaS (Software as a service)  เป็นชั้นสุดท้ายให้บริการ Software Application ทั้งหมดผ่าน Internet เรียกว่าสำเร็จรูปแล้ว กลุ่มคนใช้จะเป็น End User ตัวอย่างเช่น Console ของ ThaiBulkSMS  แล้ว CPaas คืออะไร? CPaas คือ Platform ตัวกลางที่ใช้เชื่อมระหว่าง Communication Software ต่างๆ เข้ากับกระบวนการทำงานของธุรกิจ สามารถเชื่อมต่อและจัดการการสื่อสารต่างๆได้ตั้งแต่ ข้อความ (Text), เสียง (Voice), Video, และรูปแบบการสื่อสารอื่นๆ อีกมากมายให้แต่ละธุรกิจเลือกใช้ตามความเหมาะสม  ทำไมเราต้องใช้  CPaaS อย่างที่กล่าวไป CPasS เป็นตัวกลางระหว่างการสื่อสารด้วยแพลตฟอร์มต่าง ๆ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกองค์กรจะต้องใช้งาน ซึ่ง 1Moby เรามีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ CPaaS อย่าง ThaiBulkSMS ผู้ให้บริการการสื่อสารด้วย SMS อันดับ 1 ในประเทศไทย และ Movider ผู้ให้บริการ CPaaS ระดับ global เราสามารถแนะนำช่องทางและจังหวะในการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านการสื่อสารด้วยบริการของเรา เพื่อให้คุณสามารถนำ CPaaS ไปใช้เป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าได้อย่างก้าวกระโดด    CPaaS ขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างไร เราขอยกตัวอย่าง Use Case ของธุรกิจที่นำ CPaaS ไปใช้ในทุก ๆ การทำงาน เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นไอเดียและประโยชน์ของ CPaaS ค่ะ1.ธุรกิจ E Commerce  สามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่ลูกค้าหรือผู้ใช้งานทำการค้นหาสินค้า เลือกซื้อ จนกระทั่งทำจ่ายสำเร็จ ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าทำการกดเลือกสินค้าไว้ที่รถเข็น หากเราตั้งค่าระบบให้แจ้งเตือนในเวลาที่กำหนด เมื่อถึงเวลาระบบจะทำการส่ง SMS ไปเตือนว่ายังมีของที่ค้างชำระ, การส่ง SMS เพื่อนำเสนอสินค้าและโปรโมชันที่ผู้ใช้งานอาจสนใจ หรือแม้กระทั่งการใช้ SMS OTP ส่งรหัสยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมูลทางออนไลน์  2.ธุรกิจ Logistic  การขนส่งอย่างเช่นการขนส่งทางเรือ หากไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ยังสามารถส่งข้อความด้วย SMS ซึ่งธุรกิจ logistic ใช้ SMS ส่งข้อความเพื่อรายงานสถานะต่าง ๆ แบบ Real-time และการใช้ส่ง SMS รับความคิดเห็นของลูกค้า ที่สำคัญเรามีระบบข้อมูลและวิเคราะห์ลูกค้า (CDP) ด้วยเช่นกัน ทำให้ทุกข้อมูลของลูกค้าจะถูกเก็บไว้ สามารถนำมาสื่อสารด้านการตลาดต่อไปได้อีก  1Moby สามารถเป็นที่ปรึกษาและเสนอแผนที่จะนำ CPaaS ไปใช้ให้ธุรกิจของคุณสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างก้าวกระโดด ด้วยผลิตภัณฑ์ของเราอย่าง ThaiBulkSMS และ Movider นอกจากนี้เรายังมีผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้ธุรกิจแข็งแกร่งมากขึ้นอย่าง UniSight - Custome Data Platform  และบริการ 1Moby Software Service ที่สามารถพัฒนาระบบซอฟแวร์ให้ธุรกิจของคุณได้อย่างเหมาะสม สุดท้ายนี้ขอขอบคุณงาน AWS ที่ให้เราได้เป็น 1 ใน Speaker งาน ISV Solutions Unleashed Powered by AWS เพื่อพูดคุย แชร์ความรู้ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ 1Moby ด้วยนะคะ    เก็บตกภาพบรรยากาศ      

8 พฤศจิกายน 25664 min read
article image
Communications

7 ขั้นตอนการวางแผน Marketing Communication Plan ให้กับแบรนด์หรือสินค้า

เพราะมนุษย์เราจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา และการสื่อสารนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างการเข้าถึงให้กับธุรกิจของเรา เพื่อการสื่อสารดีมีประสิทธิภาพสูงสุด เราจะต้องมีการวางแผน หรือที่เรียกว่า Marketing Communication Plan ก็เป็นอีกสิ่งจำเป็นที่ต้องรู้ขั้นตอนการทำให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้การสื่อสารการตลาดหลงทางและพลาดเป้า โดยเราได้สรุป 7 ขั้นตอนการวางแผนการตลาดมาให้ตามนี้  1.วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจสำหรับขั้นตอนแรก เหมาะกับคนที่ไม่รู้ว่าจะวางแผนอย่างไร หรือไม่รู้จะทำอะไรใน Marketing Communication Plan ขอแนะนำว่า ก่อนจะลงมือวางแผน Marketing Communication Plan ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของธุรกิจว่าตอนนี้เป็นอย่างไร ยกตัวอย่างชื่อเสียงของธุรกิจเป็นอย่างไรเอกลักษณ์ของแบรนด์มีคนจดจำได้ไหม ประสบการณ์ของลูกค้าเขารู้สึกกับแบรนด์เราแบบไหนแนวโน้มการตลาดสถานะการแข่งขันในตลาดตอนนี้เราเป็นรองหรือครองอันดับแชมป์           รวมทั้งมองหาดูว่าตอนนี้ธุรกิจของเรามีจุดเจ็บปวด หรือ Pain Point อะไรบ้างที่ต้องการแก้ไขอะไรบ้าง เช่น ตอนนี้แบรนด์ไม่เป็นที่รู้จักหรือยังโนเนมอยู่, แบรนด์เจอกับปัญหาดราม่าหรือภาวะวิกฤต (Brand Crisis) ฯลฯ ลองมองหาปัญหาที่ธุรกิจกำลังเจออยู่ เพื่อวางแผน Marketing Communication Plan เบื้องต้น             เว้นเสียแต่ถ้าคุณมีธงในใจหรือมีเป้าหมายอยู่แล้วว่าอยากทำ Marketing Communication Plan เกี่ยวกับหัวข้ออะไรก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้ 2.ตั้งวัตถุประสงค์การสื่อสารทางการตลาด          ให้การวางกลยุทธ์ไม่หลุดไม่ฟุ้งก็ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า ทำ Marketing Communication Plan เพื่ออะไร เช่น ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ต้องการประชาสัมพันธ์หรือโปรโมทโปรโมชั่น/แคมเปญใหม่ ฯลฯ          หรือถ้าคิดวัตถุประสงค์ Marketing Communication Plan ไม่ออกอาจจะเริ่มจากถามคำถามว่า  เราต้องการประสบความสำเร็จใน…เรื่องอะไรทำไมเราถึงต้องการประสบความสำเร็จใน…เรื่องนั้น?ทำไม…เรื่องนั้นนั้นถึงสำคัญ?            นึกไม่ออกว่าจะสร้างวัตถุประสงค์ยังไง เดี๋ยวยกตัวอย่างสถานการณ์ธุรกิจเจอปัญหาเจอเรื่องดราม่า Brand Crisis ในโลกโซเชียล และสร้างผลกระทบที่ทำให้แบรนด์ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ และส่งผลต่อยอดขายเราต้องการประสบความสำเร็จในเรื่อง.. แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูดีขึ้นเพื่อกลบกระแสดราม่าเราต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์อีกครั้ง เพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตได้อย่าง\ยั่งยืนเรื่องนี้สำคัญเพราะจะช่วยให้แบรนด์รอดพ้นจากวิกฤตที่เกิดขึ้น           เมื่อเราได้ข้อสรุปแบบนี้ก็จะทำให้มองเห็นภาพชัดเจนว่าควรวางวัตถุประสงค์กู้วิกฤตเรียกความเชื่อมั่นของแบรนด์ให้กลับคืนมา และอย่าลืมกำหนดระยะเวลาการสื่อสาร Marketing Communication Plan ให้ชัดเจน และก็เป็นอะไรที่ทำได้จริง ไม่มโนไปเองนะ 3.ตั้งกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ          อย่างที่รู้กันว่าคนเรานั้นใช้ภาษาสื่อสารแตกต่างกันออกไป เพื่อให้ Marketing Commnunication Plan ไม่แป้ก เราควรเริ่มต้นกำหนดกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ (Persona) เพื่อให้การสื่อสารทางการตลาดทรงพลังมากที่สุด การตั้งกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ให้ชัดเจน เช่นกำหนดเพศ อายุ รายได้ การศึกษา อาชีพ พฤติกรรม ความชอบ ความเชื่อ ฯลฯ กำหนดเป้าหมายหลักของบริษัทฯออกมาให้ก่อนลงมือวางแผนกลยุทธ์ Marketing Communication Plan            เมื่อเรารับรู้แล้วว่า การตั้งกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ในการทำ Marketing Communication ให้ตรงจุด ตรงประเด็น ตรงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ รวมทั้งตรงกับกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการสื่อสารด้วย เพราะถ้าเราสื่อสารผิดกลุ่มถึงแม้จะสร้างการรับรู้ได้ก็จริง แต่อาจจะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการได้ 4.วางแผนกลยุทธ์สื่อสารการตลาด กำหนดงบประมาณ          ให้การทำ Marketing Communication Plan เกิดขึ้นจริง มาถึงขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำแล้ว คือการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ธุรกิจ วัตถุประสงค์ และกลุ่มเป้าหมาย เข้าด้วยกันเพื่อวางกลยุทธ์เฉพาะ (Specific tactics) ตลาดเพื่อให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งกำหนดงบประมาณ Marketing Communication Plan ให้ชัดเจน และกำหนดเวลาในการโปรโมทสื่อสารพร้อมกับสร้างแผนการปฏิบัติงาน (Action Plan) ด้วย  5.ผลิตเนื้อหา หรือคอนเทนต์และข้อความที่ต้องการสื่อสาร          มาถึงขั้นตอน Marketing Communication Plan การลงมือทำเมื่อมีกลยุทธ์ รู้เป้าหมาย มีวัตถุประสงค์ก็ลงมือตามแผนที่วางไว้ ด้วยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ แคปชั่น ภาพ (Artwork) ต่าง ๆ ให้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย และตอบโจทย์ที่ต้องการ โดยจะต้องเลือกภาษาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น ภาษาเข้าใจง่าย ภาษาทางการ ภาษากึ่งทางการ หรือภาษาท้องถิ่น แบบไหนต้องเลือกให้ตรงกับแผน  Marketing Communication Plan ด้วยล่ะ ซึ่งจุดนี้จะทำให้แต่ละแบรนด์มีการสื่อสารที่แตกต่างกันนั้นเอง 6.เลือกช่องทางโปรโมทคอนเทนต์หรือข้อความนั้น          มาถึงการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ เพื่อให้เข้าถึงได้มากที่สุด สร้างการรับรู้ได้สูงสุด หลังจากลงมือผลิตคอนเทนต์หรือข้อความที่ต้องการสื่อสาร Marketing Communication Plan ครบจบก็มาเลือกช่องทางโปรโมทให้กลุ่มเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้พบเห็น ผ่านการสื่อสารในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายพบเห็นและนิยมใช้งานเป็นประจำ เช่น หนังสือพิมพ์ อีเมลทางการตลาด เว็บไซต์ โทรทัศน์ ข้อความ SMS โซเชียลมีเดีย (Facebook, LINE OA, YouTube, TikTok, Twitter) รวมทั้งช่องทางการยิงแอดต่าง ๆ ก็กำหนดให้เหมาะสมตามกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยจะต้องเลือกใช้สิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ไม่เกินงบที่วางเอาไว้ และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 7.ตั้งเป้าหมายและวัดผลประเมินผล          กลยุทธ์ Marketing Communication Plan จะทรงพลังได้ถ้าเรามีเป้าหมายและมีการวัดผลประเมินผลการสื่อสารทางการตลาด โดยเราจะต้องตรวจสอบเป็นระยะว่าสิ่งที่สื่อสารออกไปนั้นเป็นอย่างไร มีกระแสตอบรับแบบไหน เป็นไปในทิศทางที่ดีหรือเปล่า เพื่อปรับปรุงและแก้ไขให้กลยุทธ์การสื่อสารดียิ่งขึ้น อาจจะเริ่มจากการลองทำแบบสำรวจ แบบสอบถาม หรือลงมือเก็บข้อมูล Social Listening ก็ช่วยได้เยอะ           เพื่อให้การสื่อสารทางการตลาดเฟอร์เฟคที่สุด จำไว้ว่า Marketing Communication Plan จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อวางแผนและมีเป้าหมายชัดเจนก่อนลงมือทำ รวมทั้งมีการวัดผลลัพธ์อยู่เสมอ 

2 ตุลาคม 25665 min read
article image
Communications

เผยกลยุทธ์ Marketing Communication เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก

หมดยุคการทำการตลาดแบบขี่ช้างจับตั๊กแตนกันแล้ว ในโลกออนไลน์วันนี้ธุรกิจขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องตามธุรกิจขนาดใหญ่อีกต่อไป โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์ Marketing Communication ที่ธุรกิจขนาดเล็กทำได้เองแบบไม่ต้องเลียนแบบใคร ด้วยความที่กลยุทธ์ดีก็ทำให้ธุรกิจไปได้ไกลและช่วยให้แผนธุรกิจชัดเจน โดยเฉพาะการวางแผนการสื่อสารการตลาดหรือที่เรียกทับศัพท์ว่า Marketing Communication          หลายคนอาจจะเข้าใจว่า การทำ Marketing Communication นั้นมีเฉพาะการซื้อ หรือลงโฆษณา (Advertising) เท่านั้น เราอยากให้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่า การโฆษณาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการทำการสื่อสารการตลาดเพียงเท่านั้น          และด้วยความที่ Marketing Communication ยังมีส่วนอื่น ๆ ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย เดี๋ยวบทความนี้จะบอกเล่าให้เข้าใจนะคะ ว่าเราจะวางกลยุทธ์อะไรยังไงบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กค่ะ1.กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัด          เคยได้ยินคำว่า “One size doesn't fit all.” ไหมคะ กลยุทธ์สื่อสารการตลาดของธุรกิจขนาดเล็กก็เช่นกันค่ะ เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับทุกคนในตลาด ลองเปลี่ยนมาสื่อสารกลุ่มลูกค้าที่ใช่ หรือกลุ่มลูกค้าเฉพาะ (Niche Customers) เจาะจงมากขึ้นก็ช่วยให้การสื่อสารการตลาดของเราทรงพลัง สร้างยอดขายได้จริง และไม่เปลืองงบประมาณเยอะ          อย่างไรก็ดี การมองหาลูกค้าอย่างเข้าใจ พร้อมกับวางกลยุทธ์สื่อสารด้วยโปรดักส์และบริการของเราโดยตรง เป็นสิ่งที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องเริ่มต้นให้ไว โดยสตาร์ทจากการทำข้อมูลสรุปหาลูกค้าตัวจริงให้ได้ เริ่มต้นธุรกิจให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีด้วย Customer Journey และมองหา Persona ของผู้ซื้อสินค้า เมื่อเราเข้าใจลูกค้าก็จะสามารถส่งต่อคอนเทนต์ โฆษณา หรือกิจกรรมทางการตลาดอื่น ๆ ได้ตรงกับที่ลูกค้ากำลังมองหาได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ช่วยเพิ่ม Conversion ได้อย่างยั่งยืนเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเราเข้าใจที่จะสื่อสารกับลูกค้า ยอดขายก็จะมาเองค่ะ2.ต้องรู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร           ไม่อยากให้โลภค่ะ ก่อนทำ Marketing Communication จะต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า เรากำลังต้องการอะไร อยากทำอะไร มีอะไรที่เราต้องการหรือเปล่า จะต้องตอบให้ชัดเจนก่อนวางแผนกลยุทธ์ Marketing Communication นะคะ เช่น          ต้องการวางแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness) ด้วยการส่งต่อโฆษณา หรือโพสต์คอนเทนต์ที่ถูกใจให้กับกลุ่มลูกค้า ต้องการสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ก็อาจจะมองหากิจกรรมให้มีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ต้องการสร้างยอดขาย (Conversions) เป็นหลักก็อาจจะจัดโปรโมชั่น หรือส่วนลดมาเพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า          โดยการกำหนดเป้าหมายดังกล่าวนั้น ทำให้เราไม่หลงทาง และช่วยให้ให้การสื่อสารชัดเจนไม่ซับซ้อน ตรงประเด็น เข้าใจไม่ยากเกินไปนั้นเอง3.สร้างแบรนด์ให้ชัดเจน และเป็นที่ไว้วางใจ          การทำ Marketing Communication นอกจากการสร้างแบรนด์ให้ชัดเจน มีเอกลักษณ์ ปั้นโลโก้ที่เหมาะสม สโลแกนที่ใช่ พร้อมกับการวางวิสัยทัศน์ พันธกิจที่เหมาะสม ตามด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าไว้วางใจก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ค่ะ ซึ่งจุดนี้เองอาจจะต้องอาศัยความร่วมมือจากพนักงาน และลูกจ้างที่จะบริการลูกค้าให้ดีที่สุด และมีแนวทางที่เหมาะสม สร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ หรือซื้อสินค้าซ้ำอีกครั้ง เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าใหม่ ๆ รวมทั้งสร้างกลยุทธ์การสื่อสารอย่างมีคุณภาพต่อไปในระยะยาว 4.สร้างตัวตนให้เป็นที่จดจำให้ได้           หลังจากเรารู้จักกลุ่มลูกค้า รู้เป้าหมาย สร้างแบรนด์ให้ชัดเจนแล้ว กลยุทธ์สร้างการจดจำก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ยิ่งถ้าเราทำธุรกิจมีคู่แข่งจำนวนมาก การสร้างตัวตนให้คนจำได้ว่า เราเป็นใคร ทำอะไร มีบริการ หรือสินค้าอะไร เป็นอีกกลยุทธ์ Marketing Communication ที่ต้องลงมือทำ ยกตัวอย่างการสื่อสารการตลาดของธุรกิจขนาดเล็กที่ปังและน่าสนใจ เช่น ร้านขายอุปกรณ์การเกษตรแอ็กกี้โฮม (@aggiehomeonline) จากอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์          แอ็กกี้โฮม  กวาดกระแสไวรัลโกยยอดวิวหลักล้านบนแพลตฟอร์ม TikTok และก็สร้างเสียงหัวเราะได้ด้วยการรีวิวสินค้าแบบไม่เหมือนใคร เน้นพูดน้อย แอคติ้งหน้านิ่ง และเน้นการจดจำได้ด้วยคาแรกเตอร์ผู้ชายตาโต ๆ เน้นฮาไว้ก่อน ก็พรีเซนต์ขายของบวกกับความครีเอทีฟให้เข้ากับกระแส ช่วยสร้างความจดจำได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียวล่ะ 5.ลงมือทำ วัดผล และปรับปรุง          ในข้อนี้อาจจะไม่ใช้กลยุทธ์ Marketing Communication แบบโดยตรงค่ะ แต่ะเป็นขั้นตอนสำคัญ หากเราวางแผนกลยุทธ์อย่างเดียวการสื่อสารที่ดีก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น หลังจากวางแผนกลยุทธ์เสร็จ เราจะต้องลงมือทำ วัดผลลัพธ์ที่ได้แบบไม่หลอกตัวเอง และปรับปรุงมองหาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้กลยุทธ์สดใหม่ตลอดเวลานั้นเองค่ะ สรุป Marketing Communicationทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ Marketing Communication การสื่อสารการตลาดแบบน้อยแต่มากให้ธุรกิจขนาดเล็กนะคะ หากต้องการผู้ช่วยคอยดูแลธุรกิจคุณ ปรึกษา Magnus ได้เสมอนะคะ พวกเรายินดีให้คำปรึกษาวางแผนการตลาดแบบครบวงจร วัดผลลัพธ์ได้จริง แบบคุ้มค่าที่สุด 

2 ตุลาคม 25668 min read