บทความทั้งหมด

article image
Marketing Technology

“อย่าทำให้ข้อมูลที่เรามีเป็นเหมือนเงินฝาก ต้องเอาไปต่อยอดไปให้เกิดประโยชน์” สรุปข้อคิดที่ได้จากงาน Martech Martalk 2024 โดยคุณธารินทร์ จงประเจิด CEO แห่ง 1Moby และคุณภาณุพงษ์ CEO แห่ง Enoactic

“ยุคนี้ข้อมูลเปรียบเหมือนสินทรัพย์อย่าเก็บข้อมูลไว้เหมือนเงินสด เงินฝาก เพราะมันไม่งอกงามต้องเอาไปต่อยอด ลงทุนให้ธุรกิจเติบโต” คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO แห่ง 1Moby ได้กล่าวไว้ในงาน Martech Martalk 2024 เซสชัน Experience Matters: Elevating Customer Journeys  7 พฤศจิกายน 2567 คุณธารินทร์ นำขบวน 1Moby ออกบูธงาน  Martech Martalk 2024 ณ สามย่าน มิตรทาวน์ และในปีนี้คุณธารินทร์ได้ร่วมเป็น Speaker ร่วมพูดคุยในหัวข้อ Experience Matters: Elevating Customer Journeys ร่วมกันกับคุณภาณุพงษ์ CEO แห่ง Enoactic ที่มาแชร์และเสนอมุมมอง Customer Journeys ในปัจจุบัน อะไรเป็นส่วนสำคัญที่ธุรกิจจำเป็นต้องโฟกัส, วัดผล KPIs ถูกนำเข้ามาปรับใช้ได้อย่างไร หรือ  Martech tools ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังจำเป็นอยู่ไหม ในการใช้เพื่อ Customer Journeys, Customer Experience ของลูกค้าที่เข้ามาต่อแบรนด์  และอีกประเด็นที่น่าสนใจ Digital Marketing มีมากมายในปัจจุบัน อะไรคือสิ่งสำคัญในการวาง Customer Experience ของคนทำธุรกิจ? เริ่มต้นประเด็นแรกใน ‘เซสชัน Experience Matters: Elevating Customer Journeys’ โดยคุณภาณุพงษ์ อยากให้เราโฟกัส 2 ประเด็นสำคัญ ในการวาง Customer Experience คือ User Needs และ Business Goals  User Needs : ให้ดูทุกส่วนของการทำงาน ไม่ใช่แค่การออกแบบ Solutions ต้องใส่ใจเรื่องของ Performance ต่าง ๆ และการ Develop ด้วยเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดสิ่งลูกค้าต้องการจริง ๆ คืออะไร นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด  Business Goals : โฟกัสเรื่องตัวเงินและกำไร เป็นหลักอยู่แล้ว แต่เรา Insight อย่างหนึ่งคือเรื่องการขายแบบ Direct Sales ปัจจุบันลูกค้าไม่รังเกียจการขายประเภทนี้ เพียงแต่เราควรขายแต่พอดี ไม่รบกวนลูกค้ามากจนเกินไป หรือที่เรียกว่าจุด Sweet Spot แนะนำ Tools ที่เสริมสร้าง Customer Engagement ให้กับแบรนด์ได้ลองใช้งาน ประเด็นที่น่าสนใจเพราะเป็นการสร้างให้ลูกค้าสนใจในตัวแบรนด์ของเรา จำเป็นต้องมี Tools ที่ดีในการเข้าซัพพอร์ตธุรกิจ ซึ่งหัวข้อนี้ คุณธารินทร์ จงประเจิด CEO แห่ง 1Moby กล่าวว่า ขั้นนี้สนุกมากเพราะเราจะได้เริ่มมีปฎิสัมพันธ์กับลูกค้า โดยบอกเคล็ดลับไว้ว่า “การเลือก Tools ดีก็อีกเรื่อง แต่ที่สำคัญคือทำอย่างไรให้ Tools นั้นมีประสิทธิภาพ” ซึ่งการทำ Customer Engagement ควรมีศูนย์กลางคือ DATA จึงขอแชร์มุมมองทางเลือก นอกจากการใช้ CDP และ CRM นั่นคือ 1.SMS และ Email เครื่องมือคลาสสิค ตรงไปตรงมา ที่ทุกคนรู้จักกันดี นั่นคือ SMS และ Email  ตอนนี้เราหว่านส่งปกติไม่ได้แล้ว ต้องปรับปรุงเนื้อหาและข้อความให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ควรทำให้ลูกค้าแต่ละคน ได้รับข้อความที่ตรงใจมากขึ้น ให้ลูกค้ารู้สึกถึงความ Priviate  ส่งแต่พอดี ไม่รำคาญ 2. LONช่องทางที่กำลังมา ซึ่งเป็นการบริการใหม่ของ 1Moby และเป็นฟีเจอร์ของ LINE ที่พึ่งเปิดตัวไม่นาน นั่นคือ LON หรือ LINE Official Notification หลักการคือหลายธุรกิจใช้ LINE OA ในการสื่อสาร ซึ่งเงื่อนไขคือการ User จำเป็นต้องแอด Friend เพิ่ม ID LINE ถึงจะสื่อสารกันได้  แต่ตัว LON ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เราสามารถสื่อสารหากันได้โดยไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน นั่นคือการใช้หมายเลขโทรศัพท์ส่งได้เลย  3.  Voice & Videoช่องทางที่กำลังมาแรง เหมาะกับธุรกิจที่มีความซับซ้อนและใช้เวลาพูดคุยนาน 4. Gamification หลายแบรนด์ใหญ่ ๆ นิยมใช้งาน เป็นมินิเกมให้ผู้ใช้งานเข้ามาเล่นเกมภายในแอปพลิเคชัน ช่วยเพิ่ม Engement ได้เป็นอย่างได้ เพิ่ม Traffic และมีโอกาสต่อยอดด้านการขายได้อีกด้วย ซึ่งคุณภาณุพงษ์ เสริมมาว่าทั้งหมดนี้ควรโฟกัสเรื่อง Toch point เป็นสิ่งสำคัญ เรื่องความสำคัญในการจอง การค้นหาบนออนไลน์ หรือ Branding ต่าง ๆ    การเชื่อมต่อ Tools ต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันได้ จะช่วยยกระดับการสร้าง Customer Experience ได้ให้กับแบรนด์อย่างไร คุนธารินทร์เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า เราควรเชื่อมต่อ Tools ต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกัน เพราะการสร้าง Customer Journeys หรือ Customer Experience  เราไม่จำเป็นต้นเลือก Tool ชนิดเดียวในการสร้าง เราสามารถใช้งานร่วมกันได้และทำให้ได้ผลที่ดีขึ้น เราควรเอาเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ให้ตรงประเด็น เช่น ธุรกิจร้านเสื้อค้า พนักงานจะทำการกรองลูกค้าว่าเป็นลูกค้ากลุ่มไหน เพศ อายุ สไตล์การแต่งตัว จากนั้นจะทำการโฆษณาสินค้าเพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าที่ตรงใจที่สุด เมื่อเกิดการซื้อ จะมีการเก็บข้อมูล เช่น ลงทะเบียนลูกค้า ทำให้เราสามารถส่งโปรโมชันหรือสินค้าได้ ทุกขั้นตอนมี Tools คอยซัพพอร์ตอยู่แล้ว แต่การใช้งานร่วมกันจะทำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในอนาคต Martech Tools จะมีความสำคัญอย่างไรกับ Customer Experience บ้าง ในมุมมองของคุณธารินทร์ มองว่าในยุคนี้ใคร ๆ ก็ทำ Marketing ดังนั้นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเหลือนักการตลาดจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ และเราจำเป็นต้องใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ เพราะเครื่องมือจะทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้น ใครเร็วกว่าย่อมได้เปรียบกว่า อนาคตเครื่องมือจะเก่งขึ้นไปอีก เพื่อรองรับความคาดหวังของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มากขึ้นเช่นเดียวกัน นั่นเท่ากับว่าเราจะทำการตลาดยากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นรอดูได้เลยทุกอย่างจะเร็วขึ้นเพราะเครื่องมือโดยเฉพาะ AI   ช่วงสุดท้ายทั้ง 2 ท่าน ได้ให้คำแนะนำเรื่องของ Customer Journeys และ Customer Experience แบรนด์และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจไว้ด้วย โดยที่คุณภาณุพงษ์  เน้นเรื่องของ people ว่าเราควรจะเข้าไปเข้าในจุดไหนของ Journeys  ลูกค้า ธุรกิจคือเรื่องของผู้คน สุดท้ายเราต้องกลับไปดูเรื่องของผู้คน (back to besic)  ควรลงลึกและเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงด้านคุณธารินทร์ให้คำแนะนำว่าไม่อยากให้ยึดติด tools ให้เริ่มจากเบสิก อย่างการเริ่มเก็บข้อมูล ถ้ามีข้อมูลใช่ เหมาะกับลูกค้าของเรา จะทำให้พัฒนาธุรกิจได้ชัดเจน ยุคนี้ข้อมูลเหมือนทองคำ แต่เราไม่เอาไปต่อยอด เพราะฉะนั้น อย่าเอาข้อมูลไปเป็นเหมือนเงินฝาก อย่างวู่วามในการใช้ แต่อยากให้เอาไปใช้เกิดประโยชน์ ต่อยอดให้งอกงาม       

8 พฤศจิกายน 25674 min read
article image
Marketing Technology

มาส่องเทรนด์ Martech ปี 2025 มีแนวโน้มจะเติบโตอย่างไร

การตลาดมักจะมีกระแสใหม่ ๆ มาให้เราจับตาอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่เข้ามาแล้วเกิดกระแสที่แมสจนไม่มีทางที่จะถึงขาลงง่าย ๆ นั่นคือ Martech หรือ Marketing Technology หลายธุรกิจต่าง ๆ ใช้งานเครื่องมือเหล่านี้กันอย่างแพร่หลายทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ จนถึงตอนนี้ Martech ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตการทำงานของเราอย่างไม่รู้ตัวและกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่เราขาดไม่ได้แล้ว  ในบทความนี้เรามาร่วมคาดคะเนทิศทางของ Martech ว่าจะยังอะไรบ้างที่จะยังอยู่  การเติบโตของอุตสาหกรรม Martechอย่างที่กล่าวไป Martech ถูกใช้งานและพูดถึงอย่างแพร่จนเราขาดไม่ได้ ทำให้มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นในด้านการใช้งานและมีเครื่องมือใหม่ ๆ มาให้เราใช้งานในปี 2025 นี้รอดูได้เลยว่า หลายแบรนด์ดังที่เรารู้จักกันดีและแบรนด์ใหม่ ๆ จะงัดไม้เด็ดเปิดตัวเครื่องมือที่เกี่ยวกับ Martech มาให้เราได้ลองเล่นกันแน่นอน   สิ่งที่จะเข้ามาเสริมบทบาท Martech ให้มากขึ้น1. การเติบโตของ AI และ Machine Learningไม่พูดถึงก็คงไม่ได้สำหรับ AI หรือ Automation Intelligence และ Machine Learning เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่มีบทบาทเป็นมากในการทำให้วงการ Martech เติบโตอย่างก้าวกระโดด และในปี 2025 ที่จะถึงนี้ ผู้พัฒนาจะต้องคิดค้นสิ่งที่จะเข้ามาเติมเต็มให้  AI และ Machine Learning ฉลาดและมีประโยชน์ต่อธุรกิจมากขึ้น  2. การรับข้อมูลแบบ Real-Timeเมื่อไม่นานกระแสการทำ Real-Time Marketing กำลังมาแรง นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจต่างพูดถึง ดังนั้นปี 2025 วงการ Martech จะต้องปรับตัว พัฒนาเครื่องมือให้สามารถรับข้อมูลได้ Real Time มากยิ่งขึ้น มีการปรับตัวให้เข้าใกล้คำว่า CDP ที่มีเอกลักษณ์ในการรวมข้อมูลของลูกค้าได้จากทุกที่แบบ  Real-Time(บางแบรนด์)  UniSight เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งของ 1Moby ซึ่งเป็น DCP Platform ที่มีระบบรวบรวมข้อมูลแบบ Real-Time ไม่ต้องรอปี 2025 สามารถใช้งานเครื่อง Martech ที่มีระบบ Real-Time ได้วันนี้ คุณสามารถทดลองฟรี 2 เดือนได้เพียงติดต่อเราที่ 02 798 6024 หรือ Contact@1moby.com 3. การจัดการข้อมูลที่จะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยมากขึ้นกฏหมายการคุ้มครองข้อมูล เช่น GDPR,  CCPA หรือในไทยคือ PDPA จะมีความเข้มข้นมากขึ้นเพราะลูกค้าเริ่มป้องกันข้อมูลของตนเองมากขึ้น ทำให้หลายแบรนด์เริ่มตื่นตัวกับกฏหมายดังกล่าวมากขึ้น ดังนั้น Martech จะออกแบบเครื่องมือให้เข้ามามีบทบาทด้านการเป็นสะพายเชื่อมต่อระหว่างคุณและข้อมูลลูกค้าให้ได้มาง่ายและหลายช่องทางมากขึ้น โดยทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กฏหมายคุ้มครองข้อมูลลูกค้าอย่างโปร่งใส  4. กระแสการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Work)จริง ๆ แล้วการทำงานแบบไฮบริดเริ่มเป็นเช็กลิสหนึ่งที่พนักงานมองหาในที่ทำงาน เหตุผลหลัก ๆ มีอยู่ 2 ประการ คือ 1.ความเคยชินจากสถานะการ Covid-19 ที่ทุกองค์กรให้ทำงานที่บ้าน และ 2.วัยทำงานเริ่มขยับมาที่กลุ่มเจนซี (Generation Z) ที่ต้องการอิสระในการทำงานและความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น ดังนั้นเครื่องมือ Martech ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยทำงานไฮบริด จะได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น เครื่องมือการประชุมผ่านทางไกล เครื่องมือที่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ หรือการจัดการทำงารเสมือนจริง เป็นต้น 5. การตลาดผ่านเทคโนโลยีเสียง (Voice Search & Voice Assistants)การสั่งงานด้วยเสียงเป็นอะไรที่นิยมมากในปัจจุบัน เราจะเห็น Marketing Technology แบบนี้อยู่รอบตัวเรามากขึ้น และผู้ช่วยเสียง  (Voice Assistants) อย่าง SIRI, Alexa หรือ Google Assistant นอกจากจะเป็นผู้ช่วยที่คอยโต้ตอบหรือทำตามคำสั่งของเราแล้ว ต่อไปในอนาคต (ไม่แน่ว่าปี 2025 นี้) เราอาจจะได้เห็นการทำโฆษณาหรือขายของผ่านเครื่องมือเหล่านี้  ถ้าจะให้เห็นภาพมากขึ้น ลองมาดูกรณีศึกษาของ “Domino pizza ร่วมมือกับ Alex”ให้คุณได้กินพิซซ่าของ Domino โดยที่ไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ เพียงพูดว่า “Alexa, open Domino’s.” Alexa จะทำการติดต่อไปที่ Domino สาขาใกล้บ้านจากนั้นทำการสั่งและรอทานได้เลย หากอยากรู้ว่าเมื่อไหร่พิซซ่าจะมา ก็สามารถสอบถาม Alexa ได้เช่นเดียวกัน ด้วยคำสั่ง “Alexa, open Dominos and track my order”  ดูตัวอย่างจากสั่ง Domino pizza ด้วย Alex รูปแบบการสั่งด้วยเสียงแบบนี้จะถูกพัฒนาให้มีความหลากหลายในการนำไปใช้งานได้มากขึ้น ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นอะไรแบบนี้ในปี 2025 ก็เป็นได้   Martech จะยังถูกพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในปี 2025 นี้เราในฐานะคนทำงานหรือผู้ที่ใช้งานเทคโนโลยี เรามาจับตาดูว่าจะมีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่น่าสนใจและเหมาะที่มาเป็นผู้ช่วยเราใยอนาคต ซึ่ง 1Moby เองในฐานะที่บริษัท Martech เราก็จะไม่หยุดพัฒนาและจะนำเสนอเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างแน่นอนค่ะ

17 ตุลาคม 25673 min read
article image
Marketing Technology

SaaS, PaaS, IaaS คืออะไรและแตกต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันมีคำศัพท์เกี่ยวกับ Martech เยอะมาก จนบางครั้งเราก็ตามไม่ทัน อย่างเช่นคำว่า SaaS, PaaS และ IaaS ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร ลองมาดูความหมายของทั้ง 3 คำนี้กันค่ะ  SaaS (Software as a Service) คืออะไรSaaS หรือ Software as a Service คือบริการซอฟต์แวร์รูปแบบหนึ่ง ที่ให้บริการซอฟแวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต  โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง ซอฟต์แวร์จะทำงานบนคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ และสามารถใช้งานได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งเป็นระบบซอฟแวร์ที่นิยมอย่างมากในตอนนี้  ข้อดีของ SaaS:ลดต้นทุนเพราะไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ต้องติดตั้งภายในองค์กรผู้ใช้งานจะได้รับการอัพเดตอัตโนมัติจากระบบ ทำให้เราได้รับฟีเจอร์และความสามารถใหม่อยู่เสมอ สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ตค่าบริการมักจะเป็นแบบสมัครสมาชิก ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการลงทุนได้ดีมีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนแผนการใชข้งานได้ตลอด สามารถเพิ่มหรือลดพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล หรือซื้อฟีเจอร์ที่ต้องการใช้ได้  PaaS (Platform as a Service)PaaS หรือ Platform as a Service คือบริการแพลตฟอร์มที่ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันสามารถใช้สร้าง ทดสอบ และปรับใช้แอปพลิเคชันของตนได้โดยไม่ต้องจัดการกับระบบปฏิบัติการหรือฮาร์ดแวร์โดยตรง PaaS ให้ความยืดหยุ่นในการพัฒนาและลดความซับซ้อนในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานPaaS (Platform as a Service) คือบริการที่ให้แพลตฟอร์มหรือโครงสร้างพื้นฐานที่นักพัฒนาสามารถใช้เพื่อสร้าง พัฒนา ทดสอบ และใช้งานแอปพลิเคชันโดยไม่ต้องจัดการกับฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์พื้นฐานเอง ผู้ให้บริการ PaaS จะจัดการเรื่องเซิร์ฟเวอร์ การจัดเก็บข้อมูล ระบบปฏิบัติการ และเครื่องมือการพัฒนาให้นักพัฒนามุ่งเน้นไปที่การเขียนและปรับปรุงโค้ด ข้อดีของ PaaS:ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแอปพลิเคชัน ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการระบบมีเครื่องมือและเฟรมเวิร์กที่พร้อมใช้งานสำหรับการพัฒนาสามารถปรับขนาดการใช้งานได้ตามความต้องการลดเวลาพัฒนา ช่วยให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาและใช้งานแอปได้เร็วขึ้น เนื่องจากมีแพลตฟอร์มพร้อมใช้งานรองรับการทำงานร่วมกัน: นักพัฒนาหลายคนสามารถทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มเดียวกันได้อย่างราบรื่น  IaaS (Infrastructure as a Service)IaaS หรือ Infrastructure as a Service คือบริการที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและจัดการทรัพยากรฮาร์ดแวร์ เช่น เซิร์ฟเวอร์, ที่เก็บข้อมูล และเครือข่าย ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยที่ผู้ใช้งานสามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชันตามความต้องการ ข้อดีของ IaaS:ความยืดหยุ่นสูงสุดในการจัดการและปรับแต่งโครงสร้างพื้นฐานช่วยลดต้นทุนในการซื้อฮาร์ดแวร์จริงสามารถปรับขนาดทรัพยากรได้ตามความต้องการของธุรกิจ ความแตกต่างระหว่าง SaaS, PaaS, และ IaaSSaaS: เน้นที่การให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ผู้ใช้สามารถใช้ได้ทันทีPaaS: เน้นที่การให้แพลตฟอร์มเพื่อการพัฒนาและปรับใช้แอปพลิเคชันIaaS: เน้นที่การให้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ที่ผู้ใช้สามารถจัดการได้ตามความต้องการ   

17 กันยายน 25672 min read
article image
Marketing Technology

6 เครื่องมือ Martech แบบ Communication Platform ที่คุณไม่ควรพลาด

เครื่องมือ Martech ที่ช่วยให้เราสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ อย่างเครื่องมือประเภท Communication Platform มีรูปแบบอะไรบ้าง ในบทความนี้เรามีตัวอย่างมาแนะนำให้คุณเลือกใช้งานค่ะ  Communication Platform คือระบบหรือเครื่องมือที่ช่วยในการสื่อสารระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคลผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การส่งข้อความเสียง, ตัวอักษร, ภาพ, ลิงก์ หรือไฟล์ต่าง ๆ ซึ่ง Martech แบบ Communication Platform สามารถมีได้ทั้งในรูปแบบซอฟต์แวร์ที่ใช้งานบนคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือ เครื่องมือประเภทนี้มักจะใช้เพื่อการสื่อสารรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการสื่อสารภายในทีม หรือติดต่อกับลูกค้า Communication Platform ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Martech (Marketing Technology) หากแพลตฟอร์มนั้นถูกนำมาใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อการตลาดและการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า Communication Platform จะมีฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตลาดและการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management)   ตัวอย่างของ MarTech ประเภท Communication Platform 1. Email Marketing Platformsแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งอีเมลการตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารได้หลายจุดประสงค์ ทั้งการส่งข้อมูลข่าวสาร, แจ้งเตือน, การกระตุ้นยอดขาย, บอกต่อโปรโมชัน รวมถึงมีการติดตามและวิเคราะห์ผลลัพธ์ของแคมเปญ  การส่งอีเมลมีความสามารถที่อำนวยความสะดวกแก่นักการตลาดได้อีก เช่น การวาง Email Automation วาง Flow อีเมลเพื่อส่งหาลูกค้าตามเงื่อนไขที่วางไว้, ระบบจัดการอีเมลเข้าข่ายเกิดสแปม, ส่งอีเมลแบบ Personalization เป็นต้น  2. SMS Marketing Platformsระบบการส่งข้อความ SMS เพื่อการตลาดหรือการแจ้งเตือนต่าง ๆ โดยสามารถรวมเข้ากับเครื่องมือการตลาดอื่น ๆ เพื่อสร้างแคมเปญการตลาดที่มีประสิทธิภาพ นิยมใช้เพื่อทำการส่งข้อความสั้น ๆ เน้นกระชับ ตรงเข้าประเด็น SMS มีฟีเจอร์ที่หลาดหลายแบ่งไปตามจุดประสงค์ที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น SMS Broadcast ส่งข้อความครั้งเดียวในปริมาณมากSMS OTP  ส่งรหัสผ่านครั้งเดียว เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนSMS Tracking รู้ว่าใครที่เปิดอ่านข้อความ SMS ของเรา ด้วยการวางลิงก์ให้ผู้รับคลิกSMS API เชื่อมต่อ SMS API เพื่อส่งข้อความได้บนระบบของตนเอง 3. Chatbot and Live Chat Platformsแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางการสนทนาแบบสด (Live Chat) หรือการใช้ Chatbot เพื่อการบริการลูกค้าและการส่งข้อความการตลาดแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Button-Based Chatbot, Keyword Recognition Chatbot หรือ Contextual Chatbot ก็ล้วนแต่เป็น Martech แบบ Communication Platform ทั้งสิ้น   4. Social Media Management Toolsแพลตฟอร์มอย่าง Hootsuite, Sprout Social, หรือ Buffer ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการและติดตามการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย เช่น การโพสต์ข้อความ, การตอบกลับความคิดเห็น, และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแคมเปญการตลาด 5. Unified Communications Platformsแพลตฟอร์มที่รวมการสื่อสารหลากหลายช่องทาง เช่น อีเมล, โทรศัพท์, SMS, และการประชุมผ่านวิดีโอ เช่น Microsoft Teams, Slack, หรือ Zoom สามารถใช้เพื่อการตลาดและการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้เช่นกัน  6. Web Push Notification Platformsเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งการแจ้งเตือนผ่านเบราว์เซอร์ไปยังผู้เข้าชมเว็บไซต์ แม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้เปิดใช้งานก็ตาม การแจ้งเตือนรูปแบบนี้จะปรากฏขึ้นบนหน้าของผู้รับในรูปแบบของข้อความป๊อปอัป  Web Push Notification มักจะถูกใช้งานธุรกิจต่าง ๆ เพื่อแจ้งเตือนลูกค้า เพื่อกระตุ้นการเข้าชมซ้ำหเสนอโปรโมชัน ข่าวสาร หรืออัปเดตต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้กลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์อีกครั้ง  ผลิตภัณฑ์ของ 1Moby เครื่องมือ Martech tools ประเภท Communication Platform จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารและการตลาดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น  ซึ่ง 1Moby เราเป็นบริษัท Martech ที่สร้างผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีมาอย่างมากมาย และมี Communication Platform เช่น  Thaibulksms - Multi Channel Communication ให้บริการส่ง SMS, Email และ LINE LON สามารถแยกส่งแต่ละช่องทางหรือใช้งานทุกช่องทางร่วมกันใน 1 แคมเปญUniSight  - แพลตฟอร์ม CDP ที่เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลแบบรู้จักและรู้ใจลูกค้าอย่างแท้จริงได้ง่ายกว่าที่เคย ด้วยการรวมข้อมูลจากหลากหลายช่องทางมาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ด้วยความสามารถที่ช่วยรวมแชทจากทุกช่องทางให้ตอบได้ในที่เดียว และบริการ Web Push Notification 1Moby Software - สามารถออกแบบ Chatbot ทั้ง 3 รูปแบบอย่าง Button-Based Chatbot, Keyword Recognition Chatbot หรือ Contextual Chatbot เพื่อใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้

22 สิงหาคม 25673 min read
article image
Marketing Technology

สรุป Mobile Marketing Technology กลยุทธ์และเครื่องมือน่าใช้ปี 2024

การตลาดบนมือถือได้กลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาด จะเห็นได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่นๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน ทำให้การตลาดบนมือถือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง บทความนี้เรามาสรุปแนวโน้มล่าสุด, กลยุทธ์ด้านการตลาดบนมือถือ และแนะนำเครื่องมือ Martech น่าใช้งานที่เกี่ยวข้องกับมือถือ แนวโน้มในการตลาดบนมือถือ1.การยอมรับ 5G เพิ่มขึ้นการเปิดตัวเครือข่าย 5G กำลังเปลี่ยนแปลงการตลาดบนมือถือ โดยการให้ความเร็วข้อมูลที่เร็วขึ้นและความหน่วงที่ต่ำลง สิ่งนี้ทำให้เกิดประสบการณ์ที่มีการโต้ตอบและมีชีวิตชีวามากขึ้น เช่น ความเป็นจริงเสริม (AR) และความเป็นจริงเสมือน (VR) เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า2.การปรับแต่งเนื้อหาบนมือถือมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในเรื่องของการปรับแต่งเนื้อหาให้เหมาะสมกับการใช้งานบนมือถือ ตอนนี้กำลังมาแรงกับการใช้ AI และการเรียนรู้ของเครื่องในการนำเสนอเนื้อหาที่ตรงเป้าหมายและเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ การวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจพฤติกรรมและความชอบของผู้ใช้ ทำให้สามารถปรับแต่งในเวลาจริงได้3.การค้นหาด้วยเสียงและการค้าด้วยเสียง เมื่อผู้ช่วยเสียงอย่าง Siri, Google Assistant และ Alexa ถูกผนวกเข้ากับชีวิตประจำวัน การปรับตัวสำหรับการค้นหาด้วยเสียงและการพัฒนากลยุทธ์การค้าด้วยเสียงกำลังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักการตลาดบนมือถือ จะเห็นได้ว่าหลายแอปพลิเคชันเริ่มเพิ่มฟีเจอร์คำสั่งเสียงเพื่อให้เราใช้งานหรือเลือกค้นหาสินค้าได้ง่ายมากขึ้น4.การชำระเงิน การชำระเงินออนไลน์ หรือการชำระเงินแบบไร้สัมผัสกำลังเพิ่มขึ้นและมีวิธีที่หลากหลาย นักการตลาดนั้นกำลังผนวกรวมตัวเลือกการชำระเงินผ่านมือถือในแคมเปญของตน เพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวก เพิ่มประสบการณ์ของลูกค้าโดยรวม5.ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล นักการตลาดบนมือถือต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบเช่น GDPR และ CCPA การปฏิบัติข้อมูลอย่างโปร่งใสและการจัดการข้อมูลลูกค้าที่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างความไว้วางใจ เครื่องมือสำคัญสำหรับการตลาดบนมือถือ1.เครื่องมือวิเคราะห์แอปมือถือเครื่องมือเช่น Firebase, Mixpanel และ App Annie ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้, การมีส่วนร่วม และการเก็บรักษา แพลตฟอร์มวิเคราะห์เหล่านี้ช่วยให้นักการตลาดสามารถปรับแอปมือถือของตนให้เหมาะสมสำหรับประสิทธิภาพและประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีขึ้น2.แพลตฟอร์มการตลาด SMSบริการเช่น Thaibulksms ช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งแคมเปญ SMS ที่ตรงเป้าหมายได้ แพลตฟอร์มเหล่านี้มีคุณสมบัติเช่น การทำงานอัตโนมัติ, การแบ่งกลุ่ม และการวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการตลาด SMS ให้มากที่สุด3.เครือข่ายโฆษณาบนมือถือAdMob, Facebook Audience Network และ Unity Ads เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับการโฆษณาบนมือถือ พวกเขาช่วยให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากผ่านโฆษณาในแอป, วิดีโอที่มีการตอบแทน และโฆษณาแทรก4.เครื่องมือแบบ Push Notification OneSignal, Pushwoosh และ Airship ให้บริการการแจ้งเตือนแบบพุชที่แข็งแกร่ง เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้นักการตลาดสามารถส่งข้อความที่ทันท่วงทีและเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ เพิ่มการมีส่วนร่วมและการเก็บรักษา5.เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพมือถือเครื่องมือเช่น Google AMP, GTmetrix และ Crazy Egg ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์มือถือสำหรับความเร็วและการใช้งาน การให้ประสบการณ์การท่องเว็บบนมือถือที่ราบรื่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาผู้ใช้และปรับปรุงอัตราการเปลี่ยนแปลง กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับการตลาดบนมือถือ1.พัฒนากลยุทธ์ที่เน้นมือถือเป็นหลักด้วยอุปกรณ์มือถือที่คิดเป็นส่วนสำคัญของการจราจรบนเว็บ การนำกลยุทธ์ที่เน้นมือถือเป็นหลักมาใช้ทำให้มั่นใจได้ว่าความพยายามทางการตลาดทั้งหมดได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับผู้ใช้มือถือ ซึ่งรวมถึงการออกแบบตอบสนอง, หน้าที่โหลดเร็ว และการนำทางที่เข้าใจง่าย2.ใช้การตลาดตามสถานที่ การใช้เทคโนโลยี geofencing และ beacon ธุรกิจสามารถส่งข้อเสนอและการแจ้งเตือนเฉพาะสถานที่ไปยังผู้ใช้ได้ วิธีการที่เจาะจงสูงนี้ช่วยเพิ่มความเกี่ยวข้องและดึงดูดการจราจรเดินเข้าร้าน3.เพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้ (UX)UX ที่ราบรื่นและน่าพึงพอใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในการตลาดบนมือถือ ให้ความสำคัญกับการทำให้การเดินทางของผู้ใช้เป็นเรื่องง่าย ลดจุดที่กีดขวาง และให้การเรียกร้องให้ดำเนินการ (CTAs) ที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง4.ดำเนินการแคมเปญหลายช่องทาง การรวมความพยายามทางการตลาดบนมือถือกับช่องทางอื่นๆ เช่น โซเชียลมีเดีย, อีเมล, และการส่งเสริมการขายในร้าน สร้างประสบการณ์แบรนด์ที่สอดคล้องกันและเชื่อมโยง วิธีการหลายช่องทางนี้ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและความจงรักภักดีของลูกค้า5.วัดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตรวจสอบประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดบนมือถืออย่างต่อเนื่องโดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ การทดสอบ A/B, ข้อเสนอแนะจากผู้ใช้, และการวิเคราะห์ข้อมูลช่วยระบุพื้นที่ที่ต้องปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น สรุปเทคโนโลยีบนมือถือยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ การติดตามแนวโน้มและเครื่องมือที่คอยสนับสนุนเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่เสมอ จะช่วยให้เราสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ที่เน้นมือถือเป็นหลักได้อย่างรวดเร็ว ให้ธุรกิจของคุณสามารถขับเคลื่อนการมีส่วนร่วม, เพิ่มการเปลี่ยนแปลง และสร้างความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับลูกค้าได้ดีมากขึ้นค่ะ

16 กรกฎาคม 25673 min read
article image
Marketing Technology

แนะนำเครื่องมือ Martech ถูกใจสาย Content Marketing

Content Marketing คือกลยุทธ์การทำการตลาดผ่านเนื้อหาที่เราสร้างสรรค์ขึ้น โดยเนื้อหาเหล่านั้นให้ออกมาดูน่าดึงดูดเรียกความสนใจจากผู้อ่าน ทำให้เขาเกิดความประทับใจ ติดตามเราเรื่อย ๆ และในท้ายที่สุดกลายมาเป็นลูกค้าของเรา  การสร้างเนื้อหาจำเป็นต้องอาศัยความว่องไว ความคิดที่สร้างสรรค์ และเครื่องมือที่พร้อมจะซัพพอร์ตการทำงานทุก ๆ ด้าน Martech tools หลายชิ้นถูกนำมาใช้เพื่อตอบสนองทั้ง 3 ข้อกล่าวมา ในปัจจุบันเรามีเครื่องมือ Martech ให้เลือกใช้งานเยอะมาก ดังนั้นในบทความนี้ 1Moby จะขอลองหยิบยกเครื่องที่เป็นประโยชน์ในการจัดการเนื้อหา รับรองว่าทุกเครื่องมือ Martech ที่เรายกมานั้นจะต้องโดนใจสาย Content Marketing แน่นอนค่ะ  เครื่องมือ Martech สำหรับการสร้างและคัดสรรเนื้อหา1. ระบบจัดการเนื้อหา (CMS)WordPress: เป็น CMS ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ ก็ต้องยกให้ WordPress เพราะมีปลั๊กอินและธีมมากมายเพื่อปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหา ทั้งใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ครบครัน เป็นที่ถูกใจคนทำงานสาย content และ SEO อย่างมากเลยค่ะภาพจาก : https://wordpress.org/ Drupal:  มีความยืดหยุ่นและสามารถขยายได้ เหมาะสำหรับกลยุทธ์เนื้อหาที่ซับซ้อนมากขึ้น มักจะถูกเป็นตัวเลือกนำไปเปรียบเทียบกับ Wordpress อยู่เสมอ  Contentful:  เป็น Headless CMS ที่สามารถรวมเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ได้ง่าย และมี API สำหรับการส่งมอบเนื้อหา 2. เครื่องมือออกแบบกราฟิกCanva: เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายสำหรับการสร้างกราฟิกที่น่าสนใจ อินโฟกราฟิก และโพสต์สื่อสังคมออนไลน์ภาพจาก : https://www.canva.com/  Adobe Creative Cloud: เป็นชุดเครื่องมือออกแบบระดับมืออาชีพ รวมถึง Photoshop, Illustrator และ InDesign สำหรับการสร้างเนื้อหาคุณภาพสูง 3. เครื่องมือสร้างวิดีโอภาพจาก : https://www.adobe.com/ Adobe Premiere Pro: เป็นเครื่องมือแก้ไขวิดีโอระดับมืออาชีพที่มีคุณสมบัติขั้นสูงสำหรับการสร้างเนื้อหาวิดีโอที่น่าสนใจFinal Cut Pro: เป็นซอฟต์แวร์แก้ไขวิดีโอที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ใช้ Mac ที่ได้รับความนิยมจากบรรณาธิการวิดีโอมืออาชีพAnimoto: เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายสำหรับการสร้างวิดีโอคุณภาพระดับมืออาชีพด้วยการลากและวาง 4. เครื่องมือคัดสรรเนื้อหาFeedly: เป็นตัวรวบรวมฟีด RSS ที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถติดตามข่าวสารและแนวโน้มในอุตสาหกรรมได้ภาพจาก : https://feedly.com/  Pocket: เป็นเครื่องมือสำหรับบันทึกและจัดระเบียบบทความ วิดีโอ และเนื้อหาอื่นๆ สำหรับการอ้างอิงและการแชร์ในอนาคตCurata: เป็นซอฟต์แวร์คัดสรรเนื้อหาที่ใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อช่วยให้นักการตลาดค้นพบ จัดระเบียบ และแชร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง  แพลตฟอร์มและกลยุทธ์การกระจายเนื้อหา  การเลือกช่องทางการกระจายเนื้อหาก็สำคัญเช่นเดียวกัน ลองดูธุรกิจหรือแบรนด์ที่คุณทำอยู่นั้นเหมาะกับช่องทางกระจายเนื้อหาเพื่อสื่อสารกับลูกค้าอะไรบ้าง1. แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์Facebook: ใช้หน้าและกลุ่ม Facebook เพื่อแชร์เนื้อหาและมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขวางTwitter: แชร์เนื้อหาสั้นๆ ที่มีผลกระทบและมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามผ่านทวีตและการรีทวีตLinkedIn: เผยแพร่เนื้อหามืออาชีพ บทความ และมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่มุ่งเน้นธุรกิจผ่านหน้าและกลุ่ม LinkedInTiktok : แพลตฟอร์มยอดนิยมที่ทุกแบรนด์ในไทยก้าวเข้ามา และมีหลายแบรนด์ที่ใช้ช่องทางนี้ในการกระจายข้อมูลหลัก เพราะการสร้างเนื้อหาเป็นแบบวิดีโอเน้นไวรัล สามารถวางตะกร้าขายของซื้อ-ขายได้ง่าย และสามารถยิง Ads ได้ นับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับทุกธุรกิจค่ะ2. การตลาดผ่านอีเมลMailchimp: เป็นแพลตฟอร์มการตลาดผ่านอีเมลที่ได้รับความนิยมซึ่งมีคุณสมบัติการทำงานอัตโนมัติ การแบ่งกลุ่ม และการวิเคราะห์ Thaibulksms : เป็นเครื่องมือสำหรับสร้างแคมเปญอีเมลแบบมืออาชีพด้วยเทมเพลตที่ปรับแต่งได้และการวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง สามารถลองส่งได้ที่ https://www.thaibulksms.com/ 3. แพลตฟอร์มการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์Buddyreview: เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงแบรนด์กับอินฟลูเอนเซอร์เพื่อขยายขอบเขตการเข้าถึงเนื้อหา ค้นอินฟลูที่ใช่กับแบรนด์ของเราเพื่อรีวิวสินค้า Tellscore: Influencer Hiring Automation Platform  มีบริการ 2 รูปแบบคือแบบเอเจนซี่ ด้านอินฟลูเอนเซอร์ ครบวงจร พร้อมบริการ Media buy, และ 2 แพลตฟอร์ม Influencer ให้คุณได้ตั้งแคมเปญเองแบบ Self Service4. การโฆษณาแบบชำระเงินGoogle Ads: เป็นแพลตฟอร์มสำหรับโปรโมทเนื้อหาผ่านการค้นหาและโฆษณาแสดงผลFacebook Ads: กำหนดเป้าหมายกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้วยเนื้อหาสปอนเซอร์บน Facebook และ Instagram  การวัดผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ของการตลาดเนื้อหาContent Marketing ย่อมต้องการวัดผลผลงานของตนเองอยู่เสมอ เพื่อการพัฒนาชิ้นงานในครั้งต่อ ๆ ไป มองหาจุดอ่อนเพื่อแก้ไข มองหาจุดแข็งเพื่อเสริมให้แกร่งกว่าเดิม ทั้งหมดก็เพื่อบรรลุตามเป้าหมายที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่แรก และเราควรใช้อะไรบ้างในการวัดผลเหล่านั้น 1. ดัชนีชี้วัดควาสำเร็จ (KPIs)Traffic: ตรวจสอบการเข้าชมเว็บไซต์โดยใช้เครื่องมือเช่น Google Analytics เพื่อวัดการเข้าถึงของเนื้อหา Engagement: วัดการกดไลค์ การแชร์ ความคิดเห็น และเวลาที่ใช้กับเนื้อหาเพื่อประเมินการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายLead Generation: ติดตามจำนวนลูกค้าที่มีศักยภาพที่เกิดจากความพยายามทางการตลาดเนื้อหาโดยใช้ระบบ CRMConversion Rate: วิเคราะห์เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าชมที่ดำเนินการตามที่ต้องการ (เช่น การซื้อ การสมัครรับจดหมายข่าว) หลังจากมีส่วนร่วมกับเนื้อหา 2. เครื่องมือวิเคราะห์Google Analytics: ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์ พฤติกรรมผู้ใช้ และการติดตามการแปลงHubSpot: เป็นแพลตฟอร์มการตลาดแบบครบวงจรที่มีคุณสมบัติการวิเคราะห์และการรายงานรายละเอียดBuzzSumo: เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ประสิทธิภาพเนื้อหาและการระบุเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพสูงในอุตสาหกรรมของคุณ 3. การคำนวณ ROIRevenue Generated: ติดตามรายได้โดยตรงที่เกิดจากความพยายามทางการตลาดเนื้อหาCost of Content Creation and Distribution: รวมต้นทุนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการแจกจ่ายเนื้อหาROI Formula: (Revenue Generated - Cost of Content) / Cost of Content * 100 = เปอร์เซ็นต์ ROI  Content marketing ควรที่จะมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการช่วยเหลือด้านการทำงานให้ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคิด สร้าง และกระจายเนื้อหา อีกทั้งควรวัดผลความสำเร็จที่ตั้งไว้ ด้วยเกณฑ์การวัดผลที่ดีและเหมาะสม เพราะ Content marketing มีส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและขับเคลื่อนการกระทำของลูกค้าที่สร้างผลกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญค่ะ 

28 มิถุนายน 25673 min read
article image
Marketing Technology

Martech ในการทำ Personalization มีวิธีการอย่างไรบ้าง

การใช้ Martech ในการทำการปรับแต่งเนื้อหาเฉพาะบุคคล (Personalization) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการมีส่วนร่วมและความพึงพอใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งการปรับแต่งเนื้อหาเฉพาบุคคลด้วย Martech มีหลายวิธีให้คุณลองเลือกใช้งาน วิธีที่ Martech สามารถช่วยในการทำ Personalization 1. การเก็บข้อมูลผู้ใช้ (User Data Collection)ใช้เครื่องมือ Martech เช่น CDP (Customer Data Platform) หรือ DMP (Data Management Platform) เพื่อรวบรวมและจัดการข้อมูลจากหลายช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ข้อมูลที่เก็บรวมถึงพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ประวัติการซื้อ การโต้ตอบกับอีเมล และข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย2. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและความชอบของผู้ใช้ การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้คุณสามารถแบ่งกลุ่มผู้ใช้ (Segmentation) ตามเกณฑ์ต่างๆ เช่น อายุ เพศ พฤติกรรมการซื้อ และความสนใจ3. การสร้างเนื้อหาที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized Content Creation)ใช้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์เพื่อสร้างเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการและความสนใจของแต่ละกลุ่มผู้ใช้ สามารถใช้เครื่องมือ CMS หรือ CDP ที่มีฟีเจอร์ Personalization หรือ AI-generation (ที่แบรนด์ชั้นนำเริ่มมีฟีเจอร์นี้ให้เราลองเล่นในแพลตฟอร์มของพวกเขาบ้างแล้ว) คุณสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ในการสร้างและจัดการเนื้อหาที่ปรับแต่งได้ 4. การใช้ AI และ Machine Learningใช้ AI และ Machine Learning เพื่อปรับแต่งเนื้อหาและข้อเสนอในแบบเรียลไทม์ ตัวอย่างเช่น การแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความชอบของผู้ใช้ การปรับแต่งหน้าเว็บเพจให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้เข้าชม ตัวอย่างเช่น Chat GPT, midgerney หรือ Gemini5. การส่งข้อความที่ตรงเป้าหมาย (Targeted Messaging)ใช้ Martech เพื่อส่งข้อความที่ปรับแต่งตามความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น อีเมล SMS โซเชียลมีเดีย และโฆษณาออนไลน์ การส่งข้อความที่ตรงเป้าหมายช่วยเพิ่มโอกาสในการมีส่วนร่วมและการทำ Conversion6. การวัดผลและปรับปรุง (Measurement and Optimization)ใช้เครื่องมือ Martech ในการวัดผลและวิเคราะห์ความสำเร็จของแคมเปญ Personalization เช่น การติดตาม Conversion Rate การวัด Engagement Rate และการวิเคราะห์ ROI เพื่อปรับปรุงแคมเปญให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  เมื่อเรารู้ถึงวิธีการใช้งาน Martech ด้วยการทำ Personalization แล้ว เราลองมาดูข้อดีของการใช้ Martech Tools  กันดูหน่อยไหมคะ ต่อไปนี้เป็นข้อดีหลัก ๆ ของการใช้ Martech Tools ในการทำ Personalization ข้อดีของ Martech tools ในการทำ Personalization1. การเพิ่มความพึงพอใจและการมีส่วนร่วมของลูกค้าการนำเสนอเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจและความต้องการของลูกค้า ช่วยเพิ่มความพึงพอใจและการมีส่วนร่วม ลูกค้าจะรู้สึกว่าคุณเข้าใจและใส่ใจในความต้องการของพวกเขา และลูกค้าจะรู้สึกว่าเขาคือคนพิเศษของเรา2. การเพิ่ม Conversion Rateเนื้อหาที่ปรับแต่งให้ตรงกับพฤติกรรมและความสนใจของลูกค้ามีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การแปลงเป็นยอดขายหรือการกระทำที่ต้องการ เช่น การสมัครรับข่าวสาร หรือการดาวน์โหลดเอกสาร ยิ่งเราปรับแต่งได้ตรงใจลูกค้ามากเท่าไหร่ อัตราการเกิดการซื้อก็จะยิ่งสูงขึ้นเช่นเดียวกัน3. การสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า  การใช้เนื้อหาที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยั่งยืนกับลูกค้า ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะกลับมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าซ้ำ เนื่องจากรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวและความใส่ใจ4. การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพMartech Tools ช่วยให้การทำ Personalization เป็นไปอย่างมีระบบและอัตโนมัติ ลดการใช้ทรัพยากรและเวลาโดยไม่ต้องคิดเนื้อหาข้อมูลเอง Martech Tools จะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างเนื้อหาตรงกับเป้าหมายของเรามากกว่าที่เราลงมือทำเองค่ะ5. การปรับปรุงแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่องMartech Tools ช่วยให้คุณสามารถติดตามและวัดผลการทำ Personalization ได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงและปรับแต่งแคมเปญการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น6. การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งนอกจากเราจะรู้ Insight บางอย่างของแบรนด์เราเพื่อการทำ Personalization ที่มีประสิทธิภาพ เรายังทราบข้อมูลของคู่แข่งบางอย่าง ที่อาจจะสามารถสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขัน ลูกค้าจะเลือกใช้บริการหรือสินค้าของคุณมากกว่าคู่แข่งเนื่องจากได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่า7. การเพิ่มมูลค่าของลูกค้าในระยะยาว (Customer Lifetime Value)การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนกับลูกค้าช่วยเพิ่มมูลค่าของลูกค้าในระยะยาว ลูกค้าที่พึงพอใจและรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการมากขึ้นและบ่อยขึ้น  แนะนำเครื่องมือ Martech การทำ Personalization ต้องการเครื่องมือ Martech ที่สามารถรวบรวม วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลของผู้ใช้ในการปรับแต่งประสบการณ์ของพวกเขา นี่คือบางส่วนของ Martech Tools ที่มีประสิทธิภาพในการทำ Personalization การใช้เครื่องมือเหล่านี้ร่วมกันช่วยให้คุณสามารถทำการ Personalization ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความพึงพอใจและการมีส่วนร่วมของลูกค้าอย่างสูงสุด1. Customer Data Platforms (CDPs)CDPs รวบรวมและจัดการข้อมูลลูกค้าจากหลายช่องทาง ช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ซึ่ง 1Moby เองมีแพลตฟอร์ม CDP ที่สามารถให้คุณได้นำมาใช้ในการทำ Personalization ชื่อว่า Unisight สามารถเข้าไปดูรายละเอียดหรือขอทดลองใช้งานได้ที่ https://www.unisight.asia/ 2. Content Management Systems (CMS)CMS ที่มีฟีเจอร์ Personalization ช่วยให้คุณสามารถสร้างและจัดการเนื้อหาที่ปรับแต่งตามผู้ใช้ได้3. Marketing Automation Platformsเครื่องมือเหล่านี้ช่วยในการจัดการแคมเปญการตลาดแบบอัตโนมัติและปรับแต่งเนื้อหาสำหรับแต่ละผู้ใช้ 4. Email Marketing Platformsแพลตฟอร์มการส่งอีเมลที่มีความสามารถในการปรับแต่งเนื้อหาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญอีเมล   อย่างเช่นเครื่องมือส่ง Email อย่าง Thaibulksms   5. Web Personalization Toolsเครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งหน้าเว็บเพจตามพฤติกรรมและข้อมูลของผู้ใช้6. Recommendation Enginesเครื่องมือแนะนำสินค้าและเนื้อหาที่ใช้ AI และ Machine Learning เพื่อปรับแต่งข้อเสนอให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้7. Customer Journey Orchestrationเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนและปรับแต่งเส้นทางของลูกค้าตามพฤติกรรมและการโต้ตอบ8. Behavioral Analytics Toolsเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ที่ช่วยในการปรับแต่งเนื้อหาและข้อเสนอให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ สุดท้ายนี้อยากให้คุณลองเริ่มต้นทำการตลาดแบบ Personalization โดยใช้เครื่องมือ Martech มาช่วยเป็นกำลังเสริมให้การทำงานของคุณให้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้แก่คุณได้แน่นอนค่ะ

27 มิถุนายน 25674 min read
article image
Marketing Technology

1Moby ฉลองปีที่ 17 แห่งการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง รุกคืบหัวหาด Marketing Technology (MarTech) ของไทยในปี 2024

ผลลัพธ์รูปธรรมของความพยายามอยู่ในรายงาน Thailand's Martech Report 2024 แล้วค่ะ ชาว 1Moby ยินดีอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเมื่อเข้าปีที่ 17 ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการตลาดประเทศไทย เราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ลูกค้าไว้วางใจ เพราะเครื่องมือที่ช่วยให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น Digital Tranformation อาจเป็นวิกฤตสำหรับบางธุรกิจ แต่เป็นโอกาสทองของเรา 1Moby ได้ปูเส้นทางสู่ความสำเร็จ ด้วยการพัฒนาโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองจุดประสงค์ทุกการทำการตลาด รวมถึงที่มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็นผู้นำอยู่เสมอ ปี 2024 นี้ คือปีที่ความมุ่งมั่นของเราเริ่มผลิดอกออกผล Content Shifu ได้แบ่งหมวดหมู่ MarTech ตามฟังก์ชั่นการใช้งานออกเป็น 6 ประเภท โดย 1Moby มีชื่อติดอันดับอยู่ถึง 4 ประเภท ได้แก่Content & Experience: Thaibulksms อยู่ในกลุ่ม SMS MarketingData: UniSight อยู่ในกลุ่ม CDPCommerce & Sales: MBOX อยู่ในกลุ่ม Chat CommerceSocial & Relationships: 1Moby Software Studio อยู่ในกลุ่ม CRM for B2C รั้งตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ด้าน SMS MarketingThaibulksms คือโซลูชั่นที่ให้บริการมาถึง 17 ปี เป็นตัวช่วยส่งข้อความ SMS การตลาดในปริมาณมากอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย แม้ว่าจะเกิดความท้าทายในโลกที่โซเชียลมีเดียเป็นใหญ่ แต่ทุกอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาทำให้รู้ว่า SMS ยังจำเป็นต่อภาคธุรกิจไทยแทบจะทุกอุตสาหกรรม เพราะเป็นหนึ่งในวิธีที่สื่อสารถึงลูกค้าได้ง่ายและเร็วที่สุดนั่นเอง ทั้งยังอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ จะส่งผ่านเว็บคอนโซลของ Thaibulksms โดยตรง หรือผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจของผู้ใช้เอง หรือแม้แต่ทำใน Google Sheet ก็ส่งได้! และสิ่งที่ได้รับความชื่นชมมากที่สุดย่อมไม่พ้นการบริการเหนือระดับ ทีมงานของเราพร้อมช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และแก้ไขอย่างทันท่วงที เป็นเพื่อนคู่คิดทางธุรกิจของทุกแบรนด์ นอกจากนี้ในปี 2024 ทาง Thaibulksms ยังขยายขีดความสามารถไปถึงตลาด Email Marketing และ LINE LON ที่สามารถใช้งานส่งข้อความร่วมกันได้ทั้ง 3 ช่องทางบนหน้าเว็บคอนโซลเดียว ทั้งยังสลับเครดิตที่เติมเงินเข้ามาแล้วใช้กับช่องทางใดก็ได้อย่างอิสระ ในรายงาน Thailand's Martech Report 2025 คาดหวังว่า Thaibulksms ยังครองใจนักการตลาดที่ใช้งาน SMS เป็นอันดับ 1 ได้เหมือนเดิม และเจาะกลุ่ม Email Marketing และ LINE LON เพิ่มเติมได้ด้วย  UniSight มุ่งหน้าสู่การเป็นนวัตกรรม CDP แห่งอนาคตแม้เพิ่งเริ่มต้นช่วงแรกของเครื่องมือ Customer Data Platform (CDP) แรกของ 1Moby แต่ UniSight ก็เป็นกระแสในหัวหาดของอุตสาหกรรมนี้ มีลูกค้าองค์กรให้ความสนใจจะใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบในกลางปี 2024 เนื่องจากเป็นระบบ CDP ที่จะมีขนาดใหญ่และครอบคลุมที่สุดแพลตฟอร์มต้นๆ ของประเทศไทย เราได้รวบรวมเครื่องมือที่กระจัดกระจายแยกเดี่ยวให้รวมศูนย์ในแพลตฟอร์มเดียว ทั้งส่วนที่พัฒนาเองอย่างใส่ใจ Pain Point ของลูกค้า เช่น Data Cleansing, Unification, Segmentation, Analytics, Automation และเครื่องมือของพันธมิตรนักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกเชื่อมต่อเข้ากับเรา เช่น App Tracking, Social Listening หรือ Communication Gateway ของ 1Moby เองอย่าง Thaibulksms ทำให้ทุกองค์กรจัดการข้อมูลลูกค้าได้ง่ายแสนง่ายกว่าที่เคย นำอินไซด์เชิงลึกและหลากหลายมิติที่ได้ไปต่อยอดทำการตลาดต่อได้อย่างไม่มีสะดุด เป็นที่น่าจับตามองในตลาด CDP ไทยอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ในรายงานยังปรากฏชื่อ MBOX เครื่องมือ Chat Commerce ที่เตรียมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ UniSight รวบรวมการตอบแชทลูกค้าจากทุกช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ไว้ในหน้าจอเดียว ทำให้รู้ได้ว่าแบรนด์ของ 1Moby แข็งแกร่งอย่างมากในฐานะผู้ให้บริการช่องทางการสื่อสาร 1Moby Software Studio คือตัวเลือกหลักของนักการตลาดซอฟต์แวร์โซลูชั่นของ 1Moby ยังมีชื่อติดอันดับ CRM for B2C โดยเราเชี่ยวชาญด้านการพัฒนา Loyalty Program บน LINE OA อย่างรวดเร็วและราคาไม่แพง ด้วยการวางระบบ 1Moby Core ที่รวมเอาโซลูชั่นทุกรูปแบบที่นักการตลาดมองหามาเป็นอาวุธชิ้นหลักของเรา จากการพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกับลูกค้าตั้งแต่ปี 2011 กระทั่งได้มาเป็น Best practice ที่เข้าใจแบรนด์มากที่สุด นอกจาก LINE OA แล้ว ทีมของเรายังเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแอปพลิเคชั่นและเว็บไซต์ รวมถึง Game Studio ที่กำลังจะให้บริการ Game as a Service (GaaS) เร็วๆ นี้ เพื่อหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการมัดใจลูกค้าของแบรนด์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น มาร่วมพุ่งทะยานสู่ความสำเร็จไปด้วยกันด้วยการเปิดตัว UniSight ในปีนี้ 1Moby พร้อมที่จะวาดลวดลายความสามารถเทคโนโลยีการตลาดแก่ผู้ประกอบการไทยและสากล UniSight ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือรวบรวมข้อมูลเท่านั้น แต่เป็นโซลูชันที่บูรณาการเครื่องมือทรงพลังหลายชิ้นเพื่อจัดการกับปัญหาทางการตลาดและการขายโดยเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้น ทีมซัพพอร์ตลูกค้าขึ้นชื่อว่าดีเยี่ยม เป็นมิตรกับแบรนด์ไทย เข้าใจบริบทการทำธุรกิจในไทยเป็นอย่างดี Thaibulksms ยังเป็นซอฟต์แวร์หลักของเราและจะพัฒนาต่อไป ส่วน 1Moby Software Studio ยังมุ่งมั่นผลิตโซลูชั่นที่ออกแบบ Tailor-made สำหรับแต่ละองค์กรธุรกิจโดยเฉพาะ  1Moby ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมและเป็นผู้นำในด้าน MarTech ต่อไป ขยายความเชี่ยวชาญหลายๆ ด้านเพื่อช่วยเหลือนักการตลาดให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปสู่ความสำเร็จ ปี 2024 นี้เป็นหมุดหมายที่สำคัญอย่างยิ่งของชาว 1Moby ทุกคน และต่อจากนี้จะเป็นปีแห่งความสำเร็จของเราและคุณ เหนือสิ่งอื่นใด ขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้ใจใช้บริการของเราค่ะ

4 มิถุนายน 25673 min read
article image
Marketing Technology

สรุปเทรนด์ Martech ในช่วงครึ่งปี 2024 นี้

ผ่านปี 2024 มาได้ครึ่งปีแล้ว แน่นอนว่า Martech ก็ยังคงร้อนแรงและมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับเราออกมายังมากมาย ในบทความนี้เราลองมาดูกันว่าครึ่งปีแรกของปี 2024 นี้ เทรนด์ของ Martech เป็นอย่างไรบ้าง   1. Generative AI and Personalizationเริ่มกันที่ Generative AI ที่ยังคงถูกพูดถึงและหยิบยกมาใช้งานกันอย่างมาก ซึ่งปีนี้เน้นไปที่เครื่องมือที่สามารถปรับแต่งไปตามข้อมูลของผู้ใช้งานได้จริง ส่วนใหญ่จะนำไปใช้กับเครื่องมือที่ต้องการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า โดนใจนักการตลาดเพราะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าเฉพาะบุคคลได้ แนะนำการผลิตคอนเทนท์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ดียิ่งขึ้น2. Growth in Martech Solutions เติบโตของ Martech Solutions อ้างอิงจากข้อมูลของ (Learn Hub | G2) กล่าวว่าในปีนี้มีเครื่องมือ Martech ให้เราได้ใช้กันมากกว่า 14,000 รายการ และอัตราการเติบโตมากขึ้นจากปีที่แล้ว 27.8% ซึ้งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการแข่งขันที่เข้มข้นและมีแนวโน้มที่จะไม่หยุดอยู่แค่นี้3. CDP ยังคงร้อนแรงประเภทของ Martech ที่ถูกกล่าวถึงและมีเครื่องมือให้เราได้เลือกใช้กันมากที่สุด ขอยกให้กับเครื่องมือประเภท CDP เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่นักการตลาดสามารถใช้ประโยชน์ในการทำการตลาดได้อย่างครอบคลุม ช่วยลดแรง ลดเวลา ลดทรัพยากรในการทำงานได้เป็นอย่างดี เห็นได้จาก Unisight Martech tools ของ 1Moby ที่ปีนี้มีผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว4. No-Code/Low-Code Platformsเมื่อการแข่งขันสูงขึ้น การผลิตภัณฑ์ก็ต้องเร็วตามเพื่อรองรับกับความต้องการของตลาด ณ เวลานี้ ทำให้การใช้ No-Code/Low-Code Platforms เข้ามามีบทบาทอย่างมาก เพื่อช่วยให้นักพัฒนาลดเวลาในการผลิตผลงานลง หรือให้นักการตลาด นักธุรกิจ ที่ไม่ได้มีประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมมากนัก ให้สามารถพัฒนาแอป เว็บไซต์ หรือแคมเปญต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองแม้จะไม่มีทักษะมากนัก5. การนำ Martech tools มาขับเคลื่อนองค์กรในปีนี้ นอกจากนักการตลาดที่นำเครื่องมือ Martech มาใช้ประโยชน์แล้ว ยังมีหน่วยงานหรือแผนกอื่น ๆ ก็เริ่มที่จะหยิบ  Martech tools  มาใช้งานด้วยเช่นกัน เพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว เช่น การใช้ AI ช่วยตอบแชท, การออโตรันข้อมูลลูกค้า, การวิเคราะห์ SEO เว็บไซต์, ใช้ Generative AI ช่วยแนะนำคอนเทนท์และภาพประกอบ ตลอดจนการใช้ Martech tools ในการเขียนโปรแกรม   นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เป็นเทรนด์ของ Martech ในปีนี้ หากมีเทรนด์ไหนที่น่าสนใจและคาดว่าปีนี้จะมาแรงแซงทั้ง 5 ข้อที่เรายกมา 1Moby จะมานำเสนอในทุกคนได้ทราบในครั้งหน้านะคะ  

28 พฤษภาคม 25672 min read