บทความทั้งหมด

article image
Communication

เผยกลยุทธ์ Marketing Communication สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

หมดยุคการทำการตลาดแบบขี่ช้างจับตั๊กแตนกันแล้ว ในโลกออนไลน์วันนี้ธุรกิจขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องตามธุรกิจขนาดใหญ่อีกต่อไป โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์ Marketing Communication ที่ธุรกิจขนาดเล็กทำได้เองแบบไม่ต้องเลียนแบบใคร ด้วยความที่กลยุทธ์ดีก็ทำให้ธุรกิจไปได้ไกลและช่วยให้แผนธุรกิจชัดเจน โดยเฉพาะการวางแผนการสื่อสารการตลาดหรือที่เรียกทับศัพท์ว่า Marketing Communication          หลายคนอาจจะเข้าใจว่า การทำ Marketing Communication นั้นมีเฉพาะการซื้อ หรือลงโฆษณา (Advertising) เท่านั้น เราอยากให้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่า การโฆษณาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการทำการสื่อสารการตลาดเพียงเท่านั้น          และด้วยความที่ Marketing Communication ยังมีส่วนอื่น ๆ ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย เดี๋ยวบทความนี้จะบอกเล่าให้เข้าใจนะคะ ว่าเราจะวางกลยุทธ์อะไรยังไงบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กค่ะ1.กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัด          เคยได้ยินคำว่า “One size doesn't fit all.” ไหมคะ กลยุทธ์สื่อสารการตลาดของธุรกิจขนาดเล็กก็เช่นกันค่ะ เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับทุกคนในตลาด ลองเปลี่ยนมาสื่อสารกลุ่มลูกค้าที่ใช่ หรือกลุ่มลูกค้าเฉพาะ (Niche Customers) เจาะจงมากขึ้นก็ช่วยให้การสื่อสารการตลาดของเราทรงพลัง สร้างยอดขายได้จริง และไม่เปลืองงบประมาณเยอะ          อย่างไรก็ดี การมองหาลูกค้าอย่างเข้าใจ พร้อมกับวางกลยุทธ์สื่อสารด้วยโปรดักส์และบริการของเราโดยตรง เป็นสิ่งที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องเริ่มต้นให้ไว โดยสตาร์ทจากการทำข้อมูลสรุปหาลูกค้าตัวจริงให้ได้ เริ่มต้นธุรกิจให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีด้วย Customer Journey และมองหา Persona ของผู้ซื้อสินค้า เมื่อเราเข้าใจลูกค้าก็จะสามารถส่งต่อคอนเทนต์ โฆษณา หรือกิจกรรมทางการตลาดอื่น ๆ ได้ตรงกับที่ลูกค้ากำลังมองหาได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ช่วยเพิ่ม Conversion ได้อย่างยั่งยืนเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเราเข้าใจที่จะสื่อสารกับลูกค้า ยอดขายก็จะมาเองค่ะ2.ต้องรู้ว่าเรากำลังจะทำอะไร           ไม่อยากให้โลภค่ะ ก่อนทำ Marketing Communication จะต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า เรากำลังต้องการอะไร อยากทำอะไร มีอะไรที่เราต้องการหรือเปล่า จะต้องตอบให้ชัดเจนก่อนวางแผนกลยุทธ์ Marketing Communication นะคะ เช่น          ต้องการวางแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness) ด้วยการส่งต่อโฆษณา หรือโพสต์คอนเทนต์ที่ถูกใจให้กับกลุ่มลูกค้า ต้องการสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ก็อาจจะมองหากิจกรรมให้มีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ต้องการสร้างยอดขาย (Conversions) เป็นหลักก็อาจจะจัดโปรโมชั่น หรือส่วนลดมาเพื่อสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า          โดยการกำหนดเป้าหมายดังกล่าวนั้น ทำให้เราไม่หลงทาง และช่วยให้ให้การสื่อสารชัดเจนไม่ซับซ้อน ตรงประเด็น เข้าใจไม่ยากเกินไปนั้นเอง3.สร้างแบรนด์ให้ชัดเจน และเป็นที่ไว้วางใจ          การทำ Marketing Communication นอกจากการสร้างแบรนด์ให้ชัดเจน มีเอกลักษณ์ ปั้นโลโก้ที่เหมาะสม สโลแกนที่ใช่ พร้อมกับการวางวิสัยทัศน์ พันธกิจที่เหมาะสม ตามด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าไว้วางใจก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ค่ะ ซึ่งจุดนี้เองอาจจะต้องอาศัยความร่วมมือจากพนักงาน และลูกจ้างที่จะบริการลูกค้าให้ดีที่สุด และมีแนวทางที่เหมาะสม สร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ หรือซื้อสินค้าซ้ำอีกครั้ง เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าใหม่ ๆ รวมทั้งสร้างกลยุทธ์การสื่อสารอย่างมีคุณภาพต่อไปในระยะยาว 4.สร้างตัวตนให้เป็นที่จดจำให้ได้           หลังจากเรารู้จักกลุ่มลูกค้า รู้เป้าหมาย สร้างแบรนด์ให้ชัดเจนแล้ว กลยุทธ์สร้างการจดจำก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ยิ่งถ้าเราทำธุรกิจมีคู่แข่งจำนวนมาก การสร้างตัวตนให้คนจำได้ว่า เราเป็นใคร ทำอะไร มีบริการ หรือสินค้าอะไร เป็นอีกกลยุทธ์ Marketing Communication ที่ต้องลงมือทำ ยกตัวอย่างการสื่อสารการตลาดของธุรกิจขนาดเล็กที่ปังและน่าสนใจ เช่น ร้านขายอุปกรณ์การเกษตรแอ็กกี้โฮม (@aggiehomeonline) จากอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์          แอ็กกี้โฮม  กวาดกระแสไวรัลโกยยอดวิวหลักล้านบนแพลตฟอร์ม TikTok และก็สร้างเสียงหัวเราะได้ด้วยการรีวิวสินค้าแบบไม่เหมือนใคร เน้นพูดน้อย แอคติ้งหน้านิ่ง และเน้นการจดจำได้ด้วยคาแรกเตอร์ผู้ชายตาโต ๆ เน้นฮาไว้ก่อน ก็พรีเซนต์ขายของบวกกับความครีเอทีฟให้เข้ากับกระแส ช่วยสร้างความจดจำได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียวล่ะ 5.ลงมือทำ วัดผล และปรับปรุง          ในข้อนี้อาจจะไม่ใช้กลยุทธ์ Marketing Communication แบบโดยตรงค่ะ แต่ะเป็นขั้นตอนสำคัญ หากเราวางแผนกลยุทธ์อย่างเดียวการสื่อสารที่ดีก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น หลังจากวางแผนกลยุทธ์เสร็จ เราจะต้องลงมือทำ วัดผลลัพธ์ที่ได้แบบไม่หลอกตัวเอง และปรับปรุงมองหาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้กลยุทธ์สดใหม่ตลอดเวลานั้นเองค่ะ สรุป Marketing Communicationทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์ Marketing Communication การสื่อสารการตลาดแบบน้อยแต่มากให้ธุรกิจขนาดเล็กนะคะ หากต้องการผู้ช่วยคอยดูแลธุรกิจคุณ ปรึกษา Magnus ได้เสมอนะคะ พวกเรายินดีให้คำปรึกษาวางแผนการตลาดแบบครบวงจร วัดผลลัพธ์ได้จริง แบบคุ้มค่าที่สุด 

22 พฤษภาคม 25668 min read
article image
Communication

เคล็ดลับการสื่อสารแบบ Marketing Communication ที่มีประสิทธิภาพ

“การสื่อสารที่ดีทำให้ธุรกิจมีชัยไปกว่าครึ่ง” เพราะคนเราจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้การสื่อสารเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิต และถ้าต้องการทำการตลาดให้เข้าถึงผู้คนให้มากที่สุด หรือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Target) ที่เราต้องการมากที่สุด เราก็จะต้องใส่ใจกับการทำ Marketing Communication หรือการสื่อสารการตลาดอย่างเข้าใจ เรามีเคล็ดลับมาบอกเล่าให้ฟังค่ะMarketing Communication คืออะไร?แปลกันตรงตัว Marketing Communication คือ การสื่อสารการตลาด หรือบางที่ก็ชอบเรียกแบบย่อว่า Marcom (อ่านว่า มาร์คอม) ถามว่า Marketing Communication มีไว้ทำไม ก็อาจจะสรุปรวมยอดได้ว่า Marcom มีไว้สื่อสารธุรกิจ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างการรับรู้ สร้างการเข้าถึง โดยมีจุดเป้าหมายคือกระตุ้นการขาย เพิ่มความจงรักภัคดีให้กับแบรนด์ โดยรวมทั้งการตลาดทางตรง การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ และการส่งเสริมการขายแบบโปรโมชั่น ล้วนแล้วแต่อยู่ในคำ ๆ นี้ Marketing Communicationส่วนใหญ่ Marcom จะนิยมการสื่อสารกแบบสองทาง (Two-way Communication) เพื่อโน้มน้าวใจให้ลูกค้ามาอุดหนุนสินค้าและบริการของเรานั้นเอง1. สื่อสารผ่านข้อความ          เคยได้ยินคำว่า “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจไหมคะ” เช่นกันค่ะ “การสื่อสารก็เป็นหัวใจของ Marcomm เหมือนกัน” เพราะ Marketing Communication คือการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ ก่อนจะลุยทำ Marketing Communication แบบเต็มตัวสิ่งที่อยากให้เข้าใจเบื้องต้น เตรียมตัวก่อน เราควรมี Key Message ที่ชัดเจน และมี Mood & Tone ของการสื่อสารผ่านข้อความ            เพื่อให้การสื่อสารผ่านข้อความทรงพลัง ไม่ควรเปลี่ยน Key Message ไปมาบ่อย ๆ อาจจะเน้นมองหาใช้คำพูดที่น่าสนใจ หรือโน้มน้าวใจให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตาม เพื่อเกิดการจดจำเราผ่านการอ่าน หรือการพบเห็นนั้นเองค่ะ และการสื่อสารผ่านข้อความ Key Message นั้นจะต้องสอดคล้องกับความเป็นแบรนด์ รวมทั้งตอบโจทย์ของบริษัทด้วยนะ            ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการตั้งคำถามพื้นฐานค่ะ “What, Who, Why?” ธุรกิจหรือองค์กรของเราทำอะไร ? เราเป็นใคร ? และเรามีไว้ทำไม ? หลังจากตอบครบถ้วนก็กลับไปดูเป้าหมายของบริษัท วัตถุประสงค์ พร้อมกับกลยุทธ์ทางการตลาด และดูผลิตภัณฑ์/บริการของเราว่า จะต้องการนำเสนอแบบไหน ต้องการข้อความ คำพูด หรือแนวคิดที่แตกต่างจากธุรกิจคู่แข่งอย่างไร  หลักการคิด Key Message ที่ดีKey Message ต้องกระชับ ชัดเจน ไม่เวิ่นเว้อKey Message ต้องง่าย ไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการจดจำKey Message สร้างความแตกต่างKey Message ช่วยโน้มน้าวใจได้ในไม่กี่คำKey Message เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น ตรงกับความต้องการ ช่วยแก้ปัญหา มีประโยชน์ ฯลฯKey Message สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ไม่สร้างความกังวลใจ            แต่ถ้าหากคิดไม่ออกว่า… จะเริ่มสื่อสารอย่างไร ด้วยถ้อยคำแบบไหน แนะนำให้ลองวิเคราะห์ข้อมูลก่อนลงมือทำ และถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ปรึกษา Magnus ได้นะคะ  2. สื่อสารผ่านการออกแบบ           การมี Key Message ปัง ๆ อย่างเดียวนั้นไม่พอ การทำ Marketing Communication พังแน่ หากการออกแบบไม่ได้เรื่อง เพราะภาพหนึ่งภาพแทนคำเป็นล้านคำ ดังนั้น เราต้องกลับมาใส่ใจกับออกแบบให้ชัดเจนตามที่เราต้องการสื่อสารค่ะ และจะต้องมีความเข้าใจพื้นฐานในการสร้างคาแรคเตอร์ให้ชัดเจนตรงกับความเป็นแบรนด์ธุรกิจ          เพื่อให้โดดเด่นในยุคที่การแข่งขันสูงปริ๊ด การสื่อสารที่ดี การออกแบบก็สำคัญมาก ๆ นะคะ เช่น การออกแบบภาพโฆษณาบน FB หรือการออกแบบแบนเนอร์ GDN รวมทั้งการตัดต่อ VDO Content ก็ล้วนแล้วแต่ช่วยให้การสื่อสารทรงพลังมากยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มการจดจำได้เยอะเลยนะคะ  3. รับฟังฟีคแบคต่าง ๆ           การทำธุรกิจต้องปรับตัวให้ทัน เพื่ออยู่ทนในวิกฤต และอยู่รอดในทุกสถานการณ์สำคัญสุด Marketing Communication ที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น เราจะไม่แค่สื่อสารออกไปอย่างเดียวเท่านั้น เราจะต้องหมั่นเก็บผลการตอบรับ (Feedback)อยู่เสมอ ต้องคอยสอดส่อง และเก็บข้อมูล คำติชมต่าง ๆ ที่ได้รับ เพื่อนำมาปรับใช้ต่อไป ยิ่งการทำการตลาดออนไลน์ในยุคสมัยนี้การรับฟีคแบคต่าง ๆ ไม่ยากแล้วค่ะ เพราะมีเครื่องมือ Social listening เอาไว้คอยดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ ว่าสิ่งที่สื่อสารออกไปนั้น ได้รับผลลัพธ์เป็นอย่างไร อย่างเช่น ThaiBulkSMS เองก็เช่นเดียวกัน เรามีการเก็บฟีคแบคต่าง ๆ และนำมาปรับใช้หรือปรับปรุงบริการเช่นเดียวกัน          หากทำ Marketing Communication ได้รับฟีคแบคดีคำวิจารณ์เชิงบวกเราก็นำมาต่อยอดได้ หรือถ้าเจอกับคำวิจารณ์เชิงลบก็อาจจะปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้การทำ Marketing Communication ดีที่สุด เราจะต้องเก็บฟีคแบคอย่างเป็นกลาง ไม่เข้าข้างตัวเอง เพื่อจะได้พัฒนาต่อยอดการสื่อสารการตลาดให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนั้นเองค่ะ  อยากเริ่มทำ Marketing Communication แล้วใช่ไหมคะ?การวางแผนกลยุทธ์การสื่อสารที่ทรงพลังก็ทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จได้ เราพร้อมช่วยเหลือให้คุณจบทุกปัญหาที่เคยเจอ พร้อมช่วยให้ธุรกิจคุณสำเร็จได้มากกว่า ปรึกษา 1Moby ได้นะคะ เรามีผู้ช่วยด้านการสื่อสารอย่างเช่น ThaiBulkSMS หรือ MBOX ที่ตอบโจทย์การทำงานของคุณแน่นอนค่ะ

22 พฤษภาคม 25668 min read
article image
Marketing Automations

Marketing Automation เรื่องที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Chatbot

พูดถึงเรื่องราว Marketing Automation เป็นการตลาดแบบอัตโนมัติที่ใช้ซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจในยุค New Normal ที่ต้องรวดเร็วทันใจ สะดวกมากขึ้น ลดการใช้จำนวนคน ช่วยประหยัดแรง ไม่เหนื่อย แถมยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี จะบอกว่าการใช้เครื่องมือ Marketing Automation อย่าง Chatbot และ AI Bot มาช่วยบริการและช่วยการขาย ตอบแชทพูดคุยกับลูกค้าก็เป็นอีกสิ่งที่นักการตลาด และนักธุรกิจหันมาใช้กันจำนวนมาก เพราะด้วยข้อดีคือ Chatbot และ AI Bot สามารถทำงานได้ตลอดเวลาแบบ 24/7 จึงเป็นอะไรที่สร้างมูลค่าให้ธุรกิจได้ดีกว่า  Chat นั้นสำคัญแค่ไหน?          จากข้อมูลพบว่า ลูกค้ายุค New Normal ชอบพูดคุยสอบถาม ยิ่งธุรกิจตอบแชท (ว่าที่) ลูกค้าได้ไวเท่าไหร่ก็ปิดยอดขายได้เยอะเท่านั้น ดังนั้น การนำ Marketing Automation อย่าง Chatbot และ AI Bot มาใช้ช่วยเสริมพลังให้ธุรกิจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้เสียโอกาสปิดยอดขายนั้นเอง          การันตีว่าระบบแชทพูดคุยในโลกออนไลน์สำคัญจริง ๆ นะ อ้างอิงจากข้อมุลล่าสุด Facebook ทำการศึกษา Conversational Commerce: The nextgen of E-Com"เผยเทรนด์การช้อปปิงแห่งอนาคตในไทยบอกว่าคนไทยซื้อของออนไลน์มากขึ้น ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และกลุ่ม Millennials 8 ใน 10 คน ชอบจะติดต่อร้านค้าผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 4 ใน 5 คนบอกว่า รู้สึกใกล้ชิดกับธุรกิจมากขึ้นหลังจากการแชทออนไลน์ในช่วงก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ 83% ของลูกค้าส่งข้อความหาร้านค้าหรือธุรกิจก่อน เกือบ 70% ของลูกค้า ชอบส่งข้อความหาร้านค้าในช่วงซื้อสินค้า ลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการไปแล้วประมาณ 58% มักจะส่งข้อความมาพูดคุยสอบถามในแชท          อ้างอิงจากสถิติดังกล่าว ทำให้เราเห็นว่า การทักแชทกลายมาเป็นอีกฮีโร่ช่วยสร้างความมั่นใจ และเพิ่มประสบการณ์การช้อปปิงแบบไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการนำ Marketing Automation อย่าง Chatbot กับ AI Bot มาใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับธุรกิจเรา Chatbot กับ AI Bot มันไม่เหมือนกัน          การนำ Marketing Automation ในการตอบแชทลูกค้า เพราะหลายคนคาดหวังว่า Chatbot จะต้องทำได้แบบเดียวกับ AI นั้นเป็นการเข้าใจผิดเป็นอย่างมากนะ            เนื่องจาก Chat bot กับ AI Bot ไม่เหมือนกัน แม้ระบบ Marketing Automation ทั้งสองจะถูกสร้างมาเพื่อเลียนแบบการพูดคุยตามสไตล์ของมนุษย์ก็ตาม แต่ก็ไม่เหมือนกันแต่อย่างใด เพราะ Chat Bot เป็นระบบแชทที่คิดเองไม่ได้ แต่ AI Bot นั้นคิดเองได้และตอบคำถามได้มากกว่าเยอะ สร้างประสบการณ์เสมือนจริงได้มากกว่า แต่ก็มีต้นทุนการลงทุนค่อนข้างสูงChatbot คืออะไรเรามาเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับ Marketing Automation อย่าง Chatbot คือ การที่เราตั้งระบบกำหนดคำถามให้เลือก ถามตอบคำถามพบบ่อย ตอบคำถามพื้นฐาน ใช้ลดปัญหาการตอบคำถามหรือการประสานงานโดยไม่จำเป็น ซึ่งระบบ Chatbot จะตอบตามที่ระบบตั้งไว้เท่านั้น เป็นระบบที่ไม่สามารถคิดประมวลผลเองได้ จะต้องถูกกำหนดโดยมนุษย์ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะรู้ว่านี้คือ Chatbot อย่างเช่น แชท Facebook มีไว้กดสั่งสินค้า ตอบคำถามลูกค้า หลาย ๆ ธุรกิจต้องการแค่นี้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องเสียงบทำถึงขั้น AI Bot ก็ได้AI Bot คืออะไร          ชื่อเต็ม ๆ ของ AI Bot คือ Artificial Intelligent Bot บางครั้ง บางคนก็เรียกว่า Intelligent Bot จัดว่าเป็นปัญญาประดิษฐ์ เราสามารถพิมพ์คำไหน แบบไหนก็ได้ ระบบจะทำการกรองและคำโต้กลับได้อย่างอิสระและชาญฉลาดกว่า Chatbot ทั้งนี้ ธุรกิจจะต้องสร้างบทสนทนา Dialogue Flow ให้ AI Bot นะ          เนื่องจาก AI Bot เป็นบอทอัจฉริยะพัฒนาด้วยภาษาแบบ Natural Language Processing (NLP) จำลองบทสนทนาของมนุษย์แบบเราที่พูดคุยกันในชีวิตประจำวันได้อย่างแม่นยำสุด ๆ ถึงขั้นที่บางสำนักบอกว่า AI Bot นี่คือบริการในโลกอนาคตเชียวล่ะ เทียบระหว่าง Chatbot กับ AI botDetailMarketing Automation ChatbotAI Botสามารถตอบแชทลูกค้าได้ทุกวันตลอด 24/7✓✓ใช้ภาษาตอบแชทได้อิสระเป็นธรรมชาติเหมือนคนคุยกันจริงๆ ✗✓          เข้าใจเพิ่มมากขึ้นแล้วใช่ไหมว่า AI Bot ไม่ใช่ Chatbot ทั้งสองอย่างไม่เหมือนกัน ดังนั้น รู้ก่อนจะได้เลือกถูกว่าธุรกิจเราจะใช้อะไรถึงจะเหมาะสม แม้ต้นทุนการลงทุนจะสูงกว่าการใช้แรงงานคน แต่ Chatbot และ AI Bot นั้นสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพภายใต้การดูแลควบคุมของคนเราอยู่ดี เอาเป็นว่า ถ้าเลือกไม่ถูกปรึกษา 1Moby ได้ค่ะ เราพร้อมดูแลการทำการตลาดออนไลน์ที่วัดผลลัพธ์ได้จริงคุ้มค่าแน่นอน  

22 พฤษภาคม 25665 min read
article image
Digital Transformations

Digital Transformation คืออะไร พร้อมตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

ให้เล่าเรื่องราวธุรกิจ และการ Digital Transformation แบบเข้าใจง่ายที่สุด คงต้องบอกว่า วันนี้..ได้หมดยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก และสิ้นยุคปลาเร็วกินปลาช้า คงเหลือเพียงแค่ “ปลาที่ใช่” และรู้จักใช้ Digital Transformation ในการทำธุรกิจเท่านั้นที่จะอยู่รอดปลอดภัย          และบทความนี้เรานำรายละเอียด Digital Transformation คืออะไร พร้อมตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มาบอกเล่าให้ทำความเข้าใจเบื้องต้น เผื่อเป็นไอเดียให้กับนักธุรกิจ ผู้บริหารที่ต้องการเริ่มต้น Transform องค์กรในยุค 5.0 นี้ความหมาย Digital Transformation คือ          ก่อนเข้าเรื่องตัวอย่างธุรกิจที่ทำ Digital Transformation มาทำความรู้จักความหมายกันก่อน Digital Transformation ประกอบด้วยคำศัพท์ 2 คำ นั้นก็คือ Digital ดิจิทัลหรือเทคโนโลยี และ Transformation การเปลี่ยนแปลง  เมื่อนำมารวมกัน Digital Transformation คือ การนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาปรับใช้สร้างสิ่งใหม่มาปรับใช้ในทุกภาคส่วนขององค์กรอย่างมีกลยุทธ์ วัดผลลัพธ์ได้จริง บนเป้าหมายนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น ดียิ่งกว่าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้ตามเทรนด์ของโลกยุคปัจจุบัน  จะบอกว่า การทำ Digital Transformation ไม่จำกัดเพียงแค่บริษัทยักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่บริษัทเล็ก ๆ หรือธุรกิจไหน ๆ ก็ทำได้ทั้งนั้น และสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับ Digital Transformation สามารถอ่านบทความ Digital Transformation คืออะไร มีเทรนด์ไหนบ้างที่กำลังมาแรง ได้นะคะทีม 1Moby เขียนสรุปเอาไว้ให้แล้วค่ะ ทำ Digital Transformation แล้วได้ประโยชน์อะไร          ทำไมสมัยนี้ ต้องทำธุรกิจแบบ Digital Transformation ให้เข้าใจและเห็นภาพมากขึ้น ขอยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ Customer Data โดยจะแยกเป็น 3 หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับแนวทาง Transform ได้แก่ด้าน Customer Communication : การกระจายข้อมูล ข่าวสารและการโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละองค์กรด้าน CRM : การเชื่อมต่อสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจ ระบบ Loyalty ต่าง ๆ เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่จะนํามาชนะใจลูกค้า เพิ่มโอกาสการซื้อซ้ำให้มากขึ้น แบบไม่ต้องหาลูกค้าใหม่ ๆ ให้เหนื่อย ด้าน Customer Engagement : พัฒนาเทคโนโลยี และออกแบบโซลูชันที่สะท้อนถึงตัวตนขององค์กร ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในแบรนด์มากยิ่ง ขึ้น เช่น Metaverse, Minigame หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับแบรนด์ให้เกิดความสัมพันธ์ในระยะยาว          จากทั้ง 3 ข้อที่เล่ามา เพื่อให้เห็นภาพผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงแบบชัดเจนที่สุด เราไม่จำเป็นว่าจะต้อง Transform หรือทำตามทั้งหมด สามารถเลือกเริ่มต้นเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจ หากไม่รู้จะเริ่มยังไงสามารถเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความการวาง Digital Transformation Roadmap ให้ไม่พัง ทำได้จริงตัวอย่าง : ธุรกิจที่ทำ Digital Transformation ประสบความสำเร็จNetflix          เริ่มจาก Netflix เปลี่ยนจากผู้ส่ง DVDs ทางไปรษณีย์ สู่การเป็นผู้นำในการให้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอคอนเทนต์และปัจจุบันก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำในการผลิต Original Content แบบเฉพาะตามรูปแบบของ Netflix เป็นการต่อยอด และ Tranform ด้าน Customer Communication ช่วยให้สื่อถึงมือผู้ใช้งานแบบ Self-service platform ได้ง่ายดายมากขึ้น ง่ายแบบเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาที่ลูกค้าต้องการสลากดิจิทัล เป๋าตัง          ขยับกลับมาใกล้ตัวกันหน่อยกับกรณีศึกษา Tranform โดยภาครัฐ เปิดให้ซื้อสลากดิจิทัลหรือแอปพลิเคชัน GLO ที่อยู่บนแอปพลิเคชันเป๋าตังอย่าง จัดว่าเป็นการพัฒนาด้าน Customer Communication ได้อย่างเข้าถึง ช่วยให้การค้นหาเลขเด็ดกลายเป็นเรื่องง่าย เพียงแค่พิมพ์ตัวเลขที่ต้องการ ในราคาใบละ 80 บาท          การันตีเลยว่าการ Tranform ครั้งนี้ถูกใจคอหวยเป็นอย่างมากจากกระแสตอบรับในการซื้อสลากออนไลน์ที่มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ พร้อมกันนี้ในแอปยังมีทีเด็ด คือ ถูกหวยรางวัลปุ้บก็รับเงินเข้าบัญชีได้ทันทีแบบไม่ต้องไปดำเนินเรื่องให้เสียเวลา พร้อมกับฟีเจอร์ช่วยตรวจหวย สแกนสลากที่ซื้อจากข้างนอกมาเก็บไว้ก็ได้ และมีข้อมูลสถิติสลากย้อนหลังให้ดูด้วย เรียกได้ว่า มีครบถ้วนจริง ๆพิมรี่พายขายทุกอย่าง         จะไม่พูดถึงเจ้าแม่ขายของออนไลน์ชื่อดังในเมืองไทยอย่าง “พิมรี่พาย” ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน! หากให้หยิบยกตัวอย่างการ Tranform ให้มากกว่าการขายของออนไลน์ของพิมรี่พายที่น่าสนใจก็คือ การลงทุนเปลี่ยนแปลงระบบหลังบ้านและการจัดส่งครั้งใหญ่ให้แม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยการส่งลิงก์คอนเฟิร์มรายการที่สั่งซื้อให้ลูกค้าตรวจสอบก่อนโอนเงิน หลังจากกรอกข้อมูลครบก็จะมีข้อความส่งยืนยันเลขพัสดุของลูกค้า เพื่อจบปัญหาดราม่าส่งของไม่ครบ ส่งของช้า ฯลฯ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สยบดราม่าได้อย่างสิ้นเชิง  อยากทำ Digital Transformation ต้องเริ่มยังไง?          อ่านมาถึงตรงนี้น่าจะได้ไอเดีย และแรงบันดาลใจในการทำ Digital Transformation และคุณเองก็สามารถ Transform ธุรกิจของคุณได้ หากไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงปรึกษาหรือให้ 1Moby ดูแลคุณ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

6 พฤษภาคม 25666 min read
1...910