บทความทั้งหมด

article image
Marketing Automations

การสร้างแชทบอท ตัวช่วยตอบแชทกับลูกค้า ลดแรงและต้นทุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

การแชทเป็นช่องทางสื่อสารที่ทุกคนใช้เป็นประจำทุกวัน!! ในวันนี้เราต้องยอมรับว่า ลูกค้าชอบแชทสอบถามรายละเอียดก่อนช้อปกันมาก ๆ ใจร้อนและหากธุรกิจไหนตอบแชทช้าไม่ทันใจ ลูกค้าก็จะหนีหายไม่รอและไปอุดหนุนเจ้าอื่นแทน ทำให้เราพลาดโอกาสสร้างรายได้ แต่จะให้เรามานั่งตอบแชทตลอดทั้งวันตลอดเวลาก็คงจะไม่ได้ ดังนั้น การสร้างแชทบอทมาเป็นตัวช่วยตอบคำถามพบบ่อยและปิดยอดขายก็เป็นสิ่งที่ต้องทำค่ะแชทบอท (Chatbot) กับ แชทบอทเอไอ (Chatbot AI) ต่างกันอย่างไร           ง่าย ๆ ไม่ยากค่ะ Chatbot เป็นส่วนผสมของคำว่า Chat + Robot คือ บอทที่ถูกสร้างมาให้ถามตอบคำถามพบบ่อยทั่วไป ส่วน Chatbot AI เป็นบอทเหมือนกันแต่ถูกสร้างมาให้ฉลาดกว่าด้วย Dialogflow ทำงานเหมือนเป็นคนตอบ ใช้ภาษาตอบแชทได้อิสระเป็นธรรมชาติเหมือนคนคุยกันจริง ๆ ซึ่งทั้ง Chatbot และ Chatbot AI สามารถตอบกลับการสนทนาแบบอัตโนมัติ ช่วยเบาแรงให้เราไม่ต้องคอยตอบคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ นั้นเองการสร้างแชทบอทมีประโยชน์กับร้านค้าออนไลน์ยังไง           เอาจริง ๆ ถ้าให้พูดแบบตรงไปตรงมาว่าประโยชน์ของการสร้างแชทบอทคืออะไร คงจะต้องบอกว่า การสร้างแชทบอท ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ทำงานได้อย่างสะดวก สบายมากยิ่งขึ้นการสร้างแชทบอท ช่วยปิดยอดขายได้รวดเร็ว ประหยัดเวลาพนักงานแอดมินให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยตอบแชทลูกค้าได้ทุกวัน ทุกเวลา แบบทันเวลา การสร้างแชทบอท ช่วยจบปัญหาแอดมินอู้งานไม่ยอมตอบแชทลูกค้าได้ดีเยี่ยม! อยากใช้แชทบอทต้องเตรียมอะไรบ้าง           ถ้าอยากเริ่มสร้างแชทบอทเราจะต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า เรามีวัตถุประสงค์ใช้แชทบอทเพื่อทำอะไร ? เช่น สร้างแชทบอทเพื่อเก็บรายชื่อลูกค้า, สร้างแชทบอทเพื่อช่วยขายสินค้าปิดยอดขาย, สร้างแชทบอทเพื่อตอบคำถามพบบ่อย ฯลฯ หากมีเป้าหมายที่ชัดเจนก็จะช่วยให้การสร้างแชทบอทนั้นไม่สูญเปล่า ช่วยลดแรง และช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เราจะต้องรู้ว่าอยากจะให้แชทบอทอยู่บนแพลตฟอร์มไหน เช่น Facebook, LINE หรือ Website ตามด้วยการดีไซน์รูปแบบการสนทนาให้กับบอท และก็ลงมือทำ อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด การทำแชทบอทนั้นไม่ควรทำแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ หรือทำเสร็จแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย เราควรทำการเก็บข้อมูล มอนิเตอร์ตลอดเวลา และปรับปรุงบอทเรื่อย ๆ นะคะ สร้างแชทบอทไม่เป็นต้องทำอย่างไร           อ่านทำความเข้าใจรายละเอียดการสร้างแชทบอท ตัวช่วยตอบแชทกับลูกค้า ลดแรงและต้นทุนได้อย่างไม่น่าเชื่อเรียบร้อยแล้ว หากมีไฟมีใจอยากเริ่มสร้างแชทบอท เรามีบริการสร้างแชทบอทให้กับทุกธุรกิจ สนใจบริการติดต่อได้ https://www.1moby.com เราพร้อมเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นความจริงค่ะ

22 พฤษภาคม 25663 min read
article image
Digital Transformations

ทำไม ? ธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับ Digital Transformation

สำหรับ Digital Transformation เป็นเรื่องราวที่ 1Moby นำมาแชร์และบอกเล่าอยู่เสมอ ๆ และครั้งนี้เราหยิบยกเรื่องราวความสำคัญของ Digital Transformation รวมทั้งเหตุการณ์เสี่ยง ๆ หากไม่ปรับองค์กรให้เข้าสู่ยุค Digital Transformation มาบอกเล่าเพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับองค์กรหรือธุรกิจไหนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ Digital Transformation บทความนี้เรามีข้อมูลมาให้เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะDigital Transformation มีความสำคัญต่อธุรกิจแค่ไหน?          ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำ Digital Transformation นั้นสำคัญมาก บนเป้าหมายหลัก ๆ เช่น นำเทคโนโลยีมาปรับเพื่อความอยู่รอดในยุคดิจิทัล ปรับเพื่อเพิ่มรายได้ ปรับเพื่อให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น อีกทั้ง ใช้ออกแบบและผลิตส่งมอบผลิตภัณฑ์/บริการให้ถึงมือลูกค้า รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้ลูกค้าปลื้มและประทับใจธุรกิจและองค์กรของเรามากที่สุดอยากเริ่มต้น Digital Transformation ต้องทำไง?         ธุรกิจจะเริ่มทำ Digital Transformation ได้อย่างไร กำหนดกระบวนการทางธุรกิจปรับให้ดียิ่งขึ้น เช่น รับฟังความเห็นของลูกค้าและนำมาปรับปรุง ฯลฯ เราจะต้องเริ่มอย่างมีแบบแผน ซึ่งจะต้องเริ่มสื่อสารให้คนภายในองค์กรเข้าใจตรงกัน สร้างวัฒนธรรมองค์กร มองหาเครื่องมือที่ใช่มาช่วย Digital Transformation ได้อย่างชัดเจน และจะต้องไม่ทำเรื่อยเปื่อย ต้องวาง KPI ในการลงมือทำร่วมด้วยนะคะ และถ้าอยากอ่านเพิ่ม สามารถคลิกไปที่บทความ Digital Transformation คืออะไร มีเทรนด์ไหนบ้างที่กำลังมาแรงได้นะคะทำไมเราต้องปรับตัวด้วย ? ไม่ปรับได้ไหม?          รู้ว่า การทำ Digital Transformation นั้นมีข้อดียังไงแล้ว แต่ถ้าไม่ทำล่ะจะเป็นไรไหม จะเจอกับอะไรหรือเปล่า มาดู 7 สถานการณ์ที่ต้องเจอว่า ถ้าไม่เปลี่ยนไม่ปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation มีเจ็บแน่ ๆ ตามนี้เลยค่ะ 1.เสี่ยงเจอต้นทุนสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไวยิ่งกว่าใจคนอีกค่ะ เราไม่รู้หรอกค่ะว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุณอาจจะคิดว่าการลงทุนทำ Digital Transformation นั้นมีต้นทุนแพงหลายบาท แต่อยากให้มองว่ามันคุ้มค่าค่ะ ลองนึกภาพว่า ถ้าเรายังใช้เทคโนโลยีเดิม ๆ โดยไม่ยอมลงทุน Digital Transformation คุณอาจจะต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้2.เสี่ยงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดเราไม่ปรับ แต่คู่แข่งของเราอาจจะปรับแล้ว หากคู่แข่งของเราเริ่มต้นทำ Digital Transformation ไวกว่า และประสบความสำเร็จไปแล้ว เราอาจจะแก้ไขอะไรไม่ทัน รับมือไม่ทัน และสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวไปในที่สุดค่ะ พูดง่าย ๆ ว่า แพ้แบบแก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว 3.ธุรกิจจะล้าหลังกว่าคู่แข่งคงต้องหยิบยกประโยคที่ว่า “ทําแบบเดิม ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม” หากเราไม่ปรับตัวสู่ Digital Transformation ธุรกิจของเราก็เสี่ยงล้าหลังกว่าคู่แข่ง เสียเปรียบในการแข่งขัน ร้ายแรงสุดธุรกิจของเราอาจจะจมหายไปจากสังเวียนธุรกิจเลยก็ได้นะ 4.เสี่ยงที่จะเสียลูกค้า และพลาดโอกาสหาลูกค้าใหม่ ๆอันนี้น่ากลัวนะคะ หากเรายังทำธุรกิจแบบเดิม ไม่ได้ปรับเทคโนโลยีอะไรมาใช้ ไม่มีความน่าสนใจอะไร และไม่สนใจลูกค้าเลย แน่นอนว่าลูกค้าเปลี่ยนใจชัวร์ ๆ พร้อมกับเสียโอกาสการหาฐานลูกค้าใหม่ ตลาดใหม่ ๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลล่ะค่ะ 5.เสี่ยงที่จะตัดสินใจผิด วางกลยุทธ์ผิดข้อนี้อาจจะรู้สึกงง ๆ ว่า Digital Transformation เกี่ยวอะไรกับการตัดสินใจ บอกเลยว่า เกี่ยวเต็ม ๆ ค่ะ ข้อนี้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่มีให้เป็นประโยชน์ หรือที่เรียกว่า Data-Driven Decision Making (DDDM) ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลดี ๆ ที่ช่วยให้วางกลยุทธ์ ทำธุรกิจ ตัดสินใจอะไร ๆ ได้แม่นยำขึ้นแบบไม่เสียเปล่า หากองค์กรไม่รู้จักปรับใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์และเลือกตัดสินใจตามใจตัวเอง ตามอารมณ์ส่วนตัวก็จะทำให้องค์กรหรือธุรกิจของเรามองไม่เห็นทางเป็นม้าลำปางในที่สุด ซึ่งตรงนี้  Digital Transformation ช่วยคุณได้นะ 6.ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและทำงานลดลงหากเราไม่เปลี่ยนไม่นำเทคโนโลยีมาช่วยธุรกิจก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังคำว่า "มีแต่คนบ้าเท่านั้น ที่จะทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง" จากคำกล่าวของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ น่าจะอธิบายได้ดีที่สุดหากเราไม่ปรับตัว ไม่นำ Digital Transformation มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจ นึกภาพตามว่า งานบางอย่างเราสามารถใช้เทคโนโลยีทำแทนได้โดยไม่ต้องเหนื่อย ช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำซาก ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพได้ เห็นไหมว่า ถ้าไม่ปรับองค์กรสู่โลก Digital Transformation อาจจะพลาดโอกาสได้นะคะ7.เสี่ยงที่จะเจอเหตุการณ์พนักงานเก่ง ๆ ลาออกหากไม่ปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation ชัวร์ ๆ เลยว่าต้องเจอกับสถานการณ์พนักงานเก่ง ๆ ลาออก เพราะหมดใจ หมดไฟ ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน เมื่อเจอกับสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ องค์กรของเราก็ต้องคอยลงทุนหาพนักงานใหม่บ่อย ๆ รับมาก็ต้องคอยสอนงานเทรนแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่เลี่ยงไม่ได้เลยล่ะอยากเริ่มทำ Digital Transformation แล้วใช่ไหมคะ?          เตือนแล้วนะ! ทั้งหมดนี้คือ 7 เหตุเสี่ยง ๆ เรื่องเจ็บ ๆ ว่า ทำไมองค์กรหรือธุรกิจควรปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation อยากลดความเสี่ยงเลี่ยงปัญหาดังกล่าวเรารับปรึกษา สำหรับใครที่สนใจในการปรับการทำงานให้เข้ากับ Digital Transformation เพื่อเสริมสร้างธุรกิจให้เติบโตและเหนือกว่าคู่แข่ง สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ www.1moby.com

22 พฤษภาคม 25665 min read
article image
Marketing Automations

ก่อนสร้างแชทบอท เพื่อธุรกิจ ต้องอ่าน!

ทุกวันนี้การแชทแทบจะเป็นส่วนนึงของชีวิตประจำวันของผู้คน ว่ากันว่าลูกค้าส่วนใหญ่นิยมทักแชทก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการ เพื่อให้ธุรกิจของเราไม่พลาดทุกการติดต่อ แชทบอท (Chatbot) จึงเป็นตัวช่วยผู้ประกอบการและธุรกิจ ก่อนสร้างจะข้อคำนึงว่าเราต้องการแชทบอทแบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของตนเองมากที่สุด ด้วย 4 สิ่งที่ต้องตัดสินใจ ตอบคำถาม หรือเลือกก่อนจะสร้างหรือจ้างทำแชทบอท มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย1.เราต้องการใช้แชทบอทช่วยงานอะไรเป็นหลัก           เราจะต้องตอบให้ได้ว่า การสร้างแชทบอทนี้สร้างขึ้นเพื่ออะไรเป็นหลัก จะได้เลือกประเภทแชทบอทได้ตรงความต้องการมากที่สุด เช่น สร้างไว้ตอบคำถามพบบ่อย (FAQ), สร้างไว้จำหน่ายสินค้าและบริการ, สร้างไว้สำหรับบริการหลังการขาย หรือสร้างไว้สำหรับเก็บรายชื่อลูกค้า (Leads) ฯลฯ หลังจากเราได้คำตอบว่าจะสร้างแชทบอทไว้ทำอะไร ก็จะทำให้เราเริ่มต้นสร้างแชทบอทได้ง่ายขึ้น เพราะมีขอบเขตการทำงานชัดเจนเป็นขั้นตอน มีจุดมุ่งหมาย วัดผลลัพธ์ได้ สามารถพัฒนาต่อ เพื่อสร้างจุดแข็งให้แชทบอทของเราชัดเจน2.ต้องการใช้แชทบอทในช่องทางไหน          เป็นคำถามที่ต้องตอบให้ชัดเจนว่า เราต้องการแชทบอทช่วยเหลือในช่องทางไหน เช่น Facebook Messenger, LINE หรือ Live Chat รวมทั้งการสร้างแชทบนเว็บไซต์ Webchat โดยจะต้องเลือกช่องทางที่มีลูกค้าของเรานิยมใช้บริการแชทกับเราเป็นหลัก จะได้ไม่เสียเงินโดยใช่เหตุ ตรงนี้คุณจะต้องหาคำตอบก่อนเริ่มสร้างแชทบอทนะ จะได้หาเครื่องมือเชื่อมต่อ API ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานได้แบบไร้รอยต่อ3.ความสามารถของแชทบอทตอบโจทย์สิ่งที่เราต้องการหรือไม่          ข้อนี้จำเป็นมาก ๆ การพิจารณาสร้างแชทบอท เราจะต้องหาแชทบอทที่ช่วยเราได้มากที่สุด มีฟีเจอร์ต่าง ๆ  ตอบโจทย์ครบถ้วน เช่น เราอยากมีแชทบอทไว้ตอบคำถามที่เจอบ่อย ๆ ก็ต้องมองหา การใช้แชทบอทตามคีย์เวิร์ด (Keyword recognition-based chatbots) หรือ แมชชีนเลิร์นนิ่งแชทบอท (Machine Learning chatbots) มาตอบคำถามลูกค้า เป็นต้น4.แชทบอทต้องช่วยลดภาระและลดปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน?           เพื่อให้แชทบอทไม่กลายเป็นแชทเบื่อที่ทำให้ลูกค้าหน่ายหนี ทีมงานเหนื่อยกว่าเดิม เราจะต้องพิจารณาให้แน่ใจว่า แชทบอทที่กำลังสร้างช่วยลดปัญหาและลดภาระการทำงานของทีมงานได้จริง ? หรือแชทบอทนั้นจะสร้างปัญหาหนักกว่าเดิม ข้อนี้ต้องพิจารณาให้หนักค่ะ เทียบข้อดีข้อเสียให้ครบก่อนเริ่มสร้างแบ่งให้เห็นชัด ๆ แล้วระดมความเห็นกับทีมงานก่อนลงมือทำนะคะ          ทำความรู้จักข้อคำนึงก่อนสร้างแชทบอทกันแล้ว หากอยากมีแชทบอท แต่ไม่รู้เริ่มต้นยังไง เราพร้อมช่วยธุรกิจคุณถึงฝั่งฝันให้  1Moby  ช่วยนะคะ เราพร้อมดูแลคุณ ปรึกษาฟรี!  

22 พฤษภาคม 25664 min read
article image
Websites & Applications

6 ข้อต้องดู ก่อนตัดสินใจจ้าง บริษัทรับทําเว็บไซต์

อย่างที่เราทราบกันดีว่า เว็บไซต์นั้นช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจในยุคดิจิทัล สำหรับธุรกิจไหนที่ยังไม่มีเว็บไซต์และอยากเริ่มต้น 1Moby ขอแนะนำการตัดสินใจว่าทำไมเราต้องจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ ประโยชน์ที่เราจะได้รับเมื่อจ้างมืออาชีพทำ กับรายละเอียด 6 ข้อสําหรับการตัดสินใจจ้าง บริษัทรับทําเว็บไซต์ให้ธุรกิจและองค์กรตามนี้เลยก่อนสร้างเว็บไซต์เราต้องเตรียมอะไรบ้าง          อยากทำเว็บไซต์ให้ปัง! เป้าหมายต้องชัดเจน เราจะต้องรู้ความต้องการ และตอบตัวเองให้ได้ว่า เว็บไซต์ของเรามีไว้ทำอะไร ? เป้าหมายของเว็บไซต์ที่เราต้องการ เช่นเว็บไซต์ Content Management System การออกแบบเว็บไซต์ เพื่อวางระบบการจัดการเนื้อหาหรือคอนเทนต์ของเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย ตรงเป้าหมาย หรือเป็นการให้ข้อมูลลูกค้าประกอบการตัดสินใจซื้อเว็บไซต์ E-Commerce Platform เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ จัดการข้อมูลสินค้า วางระบบกับฐานข้อมูลเว็บไซต์ Booking and Integration Management รองรับการจองออนไลน์ นัดหมายออนไลน์ เช่น จองโรงแรมออนไลน์ จองรถใหม่แบบออนไลน์ จองคอนเสิร์ตออนไลน์ จองคิวรักษาพยาบาล ฯลฯ          หลังจากมีเป้าหมายในการทำเว็บไซต์แล้ว เพื่อให้เว็บไซต์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจะต้องมองหาฟังก์ชั่นที่เราต้องการมีบนเว็บไซต์เพื่อสนับสนุนธุรกิจเรา เช่น  ระบบแบบฟอร์มออนไลน์ให้กรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับ, ระบบแชทสนทนา (Live Chat), ระบบ Interactive Design Website ลูกเล่นดึงดูด, เว็บไซต์ Microsite & Sales Page เอาไว้ทำแคมเปญเสนอสินค้าและยิงโฆษณาออนไลน์ ฯลฯ          หลังจากได้คำตอบข้างต้นแล้ว อย่าลืมว่า การทำเว็บไซต์นั้นไม่ได้สร้างทีเดียวแล้วจบ! เนื่องจากยังยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก เช่น ค่าเช่าโฮสติ้ง (Hosting) พื้นที่เว็บไซต์ซึ่งจะต้องจ่ายเป็นประจำทุกปี รวมทั้งค่าใช้จ่ายโดเมน (Domain) ชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการจดด้วย ใด ๆ การสร้างเว็บไซต์ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย เอาเป็นว่า การจ่ายเงินจ้างบริษัททำเว็บไซต์นั้นช่วยประหยัดเวลา ประหยัดเงิน ลดความเสี่ยงเว็บล่มเว็บหาย และไม่ต้องเครียดด้วยล่ะ เลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องพิจารณาจากอะไร?           เริ่มอยากทำเว็บไซต์แล้วใช่ไหมคะ มาดูเช็กลิสต์ที่ต้องดูก่อนจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ เราควรเตรียมหรือศึกษาอะไร มีดังนี้ค่ะ1.บริษัทรับทำเว็บไซต์ต้องมีความน่าเชื่อถือ และมีตัวอย่างเว็บไซต์ที่ถูกใจเรา          เพราะเว็บไซต์จะอยู่กับบริษัทหรือธุรกิจเราไปอีกนาน ป้องกันปัญหาคนทำเว็บไซต์ทิ้งงาน! หนีหายระหว่างทำเว็บไซต์ การเลือกจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมาก สามารถค้นหารายละเอียดออนไลน์จากเว็บไซต์บริษัทนั้น ๆ ตามดูรีวิวจากช่องทางออนไลน์ก่อนตัดสินใจจ้าง          หลังจากเจอบริษัทรับทำเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือและถูกใจแล้ว แนะนำให้ติดต่อขอดูผลงานตัวอย่างเว็บไซต์ที่บริษัทนั้นเคยทำ เพื่อประกอบการพิจารณาเลือกจ้างจะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้น2.คุยกันรู้เรื่อง          ควรเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่คุยกับเรารู้เรื่อง ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาค่ะ ถามว่าจะทดสอบอย่างไรว่า เรากับบริษัทรับทำเว็บไซต์คุยกันรู้เรื่องและเข้าใจเป้าหมายซึ่งกันและกัน แนะนำให้บอกรายละเอียดความต้องการของเรา และลองพูดคุยกันก่อน          ทางที่ดีเราควรมีตัวอย่าง Website Design ที่ชอบเอาไว้ในใจเผื่อเป็นไอเดียในการพิจารณาเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นค่ะ แต่ถ้าอยากทำเว็บไซต์ขายของ และยังไม่มีไอเดียสามารถปรึกษากับ 1Moby ได้นะคะ เราพร้อมเปลี่ยนทุกไอเดีย ให้กลายเป็นจริง3.พิจารณางบประมาณ          เพราะทุกอย่างคือต้นทุนของธุรกิจ การพิจารณางบประมาณเป็นอีกข้อที่เราต้องดูก่อนจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ เราจะต้องตั้งงบประมาณทำเว็บเอาไว้ และคุมงบอยู่หมัด ตรงนี้เป็นอีกจุดสำคัญที่เราต้องเตรียมก่อนพูดคุยกับบริษัทรับทำเว็บไซต์ค่ะ4.บริษัทรับทำเว็บไซต์ มีแพคเกจอย่างไร มีบริการอะไรบ้าง           ก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องดูรายละเอียดบริการรับทำเว็บไซต์ให้ดีก่อนว่าจ้าง เช่น          - พัฒนาเว็บไซต์ด้วยระบบอะไรปลอดภัยแค่ไหน          - ค่าใช้จ่าย Domain และ Hosting เท่าไหร่          - ออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้กี่หน้า          - ดูแลหลังบ้าน ติดตั้ง Google Analytics (GA4) หรือ Google Ads          - สร้างปุ่มเชื่อมต่อ LINE และ FB Inbox         - มีบริการออกแบบภาพกราฟิกไหม          - มีการออกแบบ UX/UI ให้หรือเปล่า          - รับทำ SEO ให้เว็บไซต์หรือไม่          ไม่จำเป็นต้องเลือกให้ครบทุกข้อ แต่อยากให้เลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณให้มากที่สุด จะได้ไม่ต้องเสียเวลาปรับเว็บในภายหลังนะคะ5.บริษัทรับทำเว็บไซต์ มีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน           การจ้างบริษัทมืออาชีพทำเว็บไซต์ให้ธุรกิจออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ได้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ และตรงตามเป้าหมายการใช้งานจะต้องมีขั้นตอนชัด! ว่าจะทำอะไรบ้าง มีรายละเอียดต่าง ๆ ระบุชัดเจน ตามด้วยกำหนดระยะเวลาส่งงานเพราะเวลาก็เป็นต้นทุนที่สำคัญของธุรกิจ ดังนั้น จะต้องกำหนดระยะเวลาส่งงานให้ชัดเจน ตรงนี้ต้องพูดคุยตกลงกันให้ดีนะคะ6.บริการหลังการขาย หรือหลังทำเว็บเป็นอย่างไร          ข้อนี้ต้องดูให้ชัด! ก่อนจ่ายเงินจ้างทำเว็บค่ะ จะต้องสอบถามรายละเอียดบริการหลังการขายหลังจากทำเว็บไซต์ด้วยว่า บริษัทนั้น ๆ จะยังดูแลเว็บไซต์เราหรือไม่ กรณีเว็บล่ม เว็บมีปัญหา หรือเว็บโดนแฮกข้อมูล โดยจะต้องพิจากรณาเงื่อนไขบริการหลังการขายให้ดี ว่าเป็นอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ ตรงนี้ต้องดูให้ดีก่อนจ้างทำเว็บไซต์นะคะ ทำไมถึงควรจ้างบริษัทมืออาชีพทำเว็บไซต์           ทำเว็บทั้งทีต้องทำให้ดีไปเลย! เพราะเว็บไซต์คือหน้าร้านค้า เว็บไซต์สวย เว็บไซต์ใช้งานง่ายก็ช่วยดึงดูดลูกค้าสร้างยอดขายได้มากกว่า มองหาบริษัทรับทำเว็บไซต์ จ้างทำเว็บไซต์ที่ไหนดีต้อง 1Moby เราพร้อมออกแบบเว็บไซต์ให้ตรงความต้องการของคุณด้วยทีมงานมืออาชีพที่ https://www.1moby.com/our-services/  กรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับคลิก หรือดูตัวอย่างผลงานได้ที่เว็บไซต์ www.1moby.com 

22 พฤษภาคม 25664 min read
article image
Marketing Automations

ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากการสร้างแชทบอทในปัจจุบัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คนไทยชอบแชทก่อนซื้อ และคุณเชื่อหรือไม่ว่า หากเราตอบแชทช้า ปล่อยให้ลูกค้ารอแชทนาน ๆ แบบที่เราไม่ยอมตอบ ลูกค้าอาจจะไม่รอ และเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าหรือบริการกับคู่แข่งแทน ดังนั้น การสร้างแชทบอทระบบตอบคำถามอัตโนมัติในแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อมาเป็นตัวช่วยธุรกิจ จึงเป็นอีกทางเลือกของผู้ประกอบการในยุคนี้ เพราะช่วยตอบคำถาม และคัดกรองลูกค้าได้ตลอดเวลาแชทบอท (Chatbot) คือ          สำหรับแชทบอท (Chatbot) เป็นซอฟต์แวร์แบบ Marketing Automation ใช้ตอบกลับระบบสนทนา แชท โดยเฉพาะคำถามพบบ่อย ๆ ซึ่งแชทบอทนั้นสามารถใช้งานได้ทั้งในแชทเฟซบุ๊ก (Messager Facebook) แชทไลน์ (LINE) หรือใช้ติดตั้งบนเว็บไซต์ Web Chat ก็ได้ตามความต้องการ          โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ช่วยตอบแชท ให้คำปรึกษาได้ทันใจ มีประสิทธิภาพในการให้ข้อมูล ลดการทำงานซ้ำซ้อนได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถสนทนาได้เหมือนกับคนเรา พูดง่าย ๆ แชทบอทนั้นสวมบทบาทราวกับเป็นมนุษย์ท่านหนึ่งก็ว่าได้ เช่น แชทบอทช่วยในการเคลมประกัน ส่งเอกสารและก็อัปเดทสถานะ หรือจะเป็นแชทบอทช่วยตอบคำถามที่พบบ่อยให้กับลูกค้าก็ได้ทั้งนั้นแพลตฟอร์มที่คุณพบเห็นแชทบอท          อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนใหญ่เราจะพบการติดตั้งแชทบอทผู้ช่วยอัจฉริยะบน Messenger Facebook และ LINE เป็นหลัก อย่างเช่น 1Moby เราสามารถติดตั้งระบบแชทบอทได้ตามความต้องการของธุรกิจ          ปัจจุบัน เราสามารถปรับแชทบอทได้อย่างเป็นอิสระ กล่าวคือเราสร้างสรรค์ยังไงก็ได้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา โดยจะมีรายละเอียดรูปแบบประเภทแชทบอทให้เลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ สำหรับท่านที่สนใจสามารถอ่านบทความ 6 ประเภทแชทบอท เทคโนโลยีที่ธุรกิจต้องมีในตอนนี้เป็นไอเดียเพิ่มเติมได้ค่ะ          อย่างไรก็ดี บริการ LINE จะจำกัดความสามารถของการทำแชทบอทไว้ในระดับนึง ซึ่งเราอาจจะต้องการทำเพิ่มเติม 1Moby สามารถช่วยในส่วนนี้ได้รายละเอียดดูเพิ่มเติมที่ LINE Customization มั่นใจได้เลยว่า เราเป็น Official LINE Development Partner พร้อมพัฒนาระบบ LINE แชทบอทให้คุณการใช้ประโยชน์ของแชทบอทในธุรกิจ          ตัวอย่างของธุรกิจต่าง ๆ ที่นำแชทบอทไปใช้ ก็อยากให้นึกถึงศูนย์บริการลูกค้าที่ต้องตอบข้อมูลตลอดทั้งวัน, การนำแชทบอทมาใช้ในการขายคัดกรองลูกค้าใหม่ รวมทั้งใช้แชทบอทในสื่อสารการตลาดกับลูกค้าปัจจุบัน ช่วยนำเสนอโปรโมชั่น หรืออื่น ๆ ให้กับลูกค้า รวมทั้งช่วยตอบคำถามแบบบริการหลังการขายก็ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งเดียว ประหยัดต้นทุนได้มากประโยชน์ของการสร้างแชทบอท           ให้เห็นภาพชัดขึ้น เรามากล่าวถึงประโยชน์ของการมีแชทบอทเอาไว้ช่วยธุรกิจ ขอแบ่งเป็นรายละเอียด ดังนี้ประโยชน์ฝั่งธุรกิจประโยชน์ฝั่งลูกค้าช่วยประหยัดเวลาพนักงาน หรือแอดมินให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยตอบแชทลูกค้าได้ทุกวัน ทุกเวลา แบบทันเวลาช่วยเพิ่มโอกาสการปิดยอดขายเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าช่วยคัดกรองรายชื่อลูกค้าที่ดีมีคุณภาพ (Potential leads)ยกระดับการบริการลูกค้าดูแลลูกค้าพร้อมกันได้หลายคนในเวลาเดียวกันเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลหลังบ้าน หรือระบบที่ใช้อยู่ได้ทันที โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการเชื่อมโยง Online-to-Offline ได้คำตอบเร็วตรงความต้องการ แบบไม่เสียเวลา ไม่ต้องรอนานรู้สึกอุ่นใจ มั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องซื้อสินค้า หรือบริการกับแบรนด์นั้น ๆสนใจทำแชทบอท         อยากทำแชทบอทสอบถาม 1Moby รับสร้างแชทบอทแบบ Custom ได้โดยที่คุณสามารถกำหนดความสามารถและเราจะวิเคราะห์และออกแบบให้ ตรงกับความตรงการของธุรกิจคุณ โทรสอบถามได้ที่ (0)2 798 6000 

22 พฤษภาคม 25663 min read
article image
Communication

7 ขั้นตอนในการวางแผน Marketing Communication Plan ให้กับแบรนด์หรือสินค้า

เพราะมนุษย์เราจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา และการสื่อสารนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างการเข้าถึงให้กับธุรกิจของเรา เพื่อการสื่อสารดีมีประสิทธิภาพสูงสุด เราจะต้องมีการวางแผน หรือที่เรียกว่า Marketing Communication Plan ก็เป็นอีกสิ่งจำเป็นที่ต้องรู้ขั้นตอนการทำให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้การสื่อสารการตลาดหลงทางและพลาดเป้า โดยเราได้สรุป 7 ขั้นตอนการวางแผนการตลาดมาให้ตามนี้  1.วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจสำหรับขั้นตอนแรก เหมาะกับคนที่ไม่รู้ว่าจะวางแผนอย่างไร หรือไม่รู้จะทำอะไรใน Marketing Communication Plan ขอแนะนำว่า ก่อนจะลงมือวางแผน Marketing Communication Plan ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของธุรกิจว่าตอนนี้เป็นอย่างไร ยกตัวอย่างชื่อเสียงของธุรกิจเป็นอย่างไรเอกลักษณ์ของแบรนด์มีคนจดจำได้ไหม ประสบการณ์ของลูกค้าเขารู้สึกกับแบรนด์เราแบบไหนแนวโน้มการตลาดสถานะการแข่งขันในตลาดตอนนี้เราเป็นรองหรือครองอันดับแชมป์           รวมทั้งมองหาดูว่าตอนนี้ธุรกิจของเรามีจุดเจ็บปวด หรือ Pain Point อะไรบ้างที่ต้องการแก้ไขอะไรบ้าง เช่น ตอนนี้แบรนด์ไม่เป็นที่รู้จักหรือยังโนเนมอยู่, แบรนด์เจอกับปัญหาดราม่าหรือภาวะวิกฤต (Brand Crisis) ฯลฯ ลองมองหาปัญหาที่ธุรกิจกำลังเจออยู่ เพื่อวางแผน Marketing Communication Plan เบื้องต้น             เว้นเสียแต่ถ้าคุณมีธงในใจหรือมีเป้าหมายอยู่แล้วว่าอยากทำ Marketing Communication Plan เกี่ยวกับหัวข้ออะไรก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้ 2.ตั้งวัตถุประสงค์การสื่อสารทางการตลาด          ให้การวางกลยุทธ์ไม่หลุดไม่ฟุ้งก็ต้องมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า ทำ Marketing Communication Plan เพื่ออะไร เช่น ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ต้องการประชาสัมพันธ์หรือโปรโมทโปรโมชั่น/แคมเปญใหม่ ฯลฯ          หรือถ้าคิดวัตถุประสงค์ Marketing Communication Plan ไม่ออกอาจจะเริ่มจากถามคำถามว่า  เราต้องการประสบความสำเร็จใน…เรื่องอะไรทำไมเราถึงต้องการประสบความสำเร็จใน…เรื่องนั้น?ทำไม…เรื่องนั้นนั้นถึงสำคัญ?            นึกไม่ออกว่าจะสร้างวัตถุประสงค์ยังไง เดี๋ยวยกตัวอย่างสถานการณ์ธุรกิจเจอปัญหาเจอเรื่องดราม่า Brand Crisis ในโลกโซเชียล และสร้างผลกระทบที่ทำให้แบรนด์ถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ และส่งผลต่อยอดขายเราต้องการประสบความสำเร็จในเรื่อง.. แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูดีขึ้นเพื่อกลบกระแสดราม่าเราต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์อีกครั้ง เพื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตได้อย่าง\ยั่งยืนเรื่องนี้สำคัญเพราะจะช่วยให้แบรนด์รอดพ้นจากวิกฤตที่เกิดขึ้น           เมื่อเราได้ข้อสรุปแบบนี้ก็จะทำให้มองเห็นภาพชัดเจนว่าควรวางวัตถุประสงค์กู้วิกฤตเรียกความเชื่อมั่นของแบรนด์ให้กลับคืนมา และอย่าลืมกำหนดระยะเวลาการสื่อสาร Marketing Communication Plan ให้ชัดเจน และก็เป็นอะไรที่ทำได้จริง ไม่มโนไปเองนะ 3.ตั้งกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ          อย่างที่รู้กันว่าคนเรานั้นใช้ภาษาสื่อสารแตกต่างกันออกไป เพื่อให้ Marketing Commnunication Plan ไม่แป้ก เราควรเริ่มต้นกำหนดกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ (Persona) เพื่อให้การสื่อสารทางการตลาดทรงพลังมากที่สุด การตั้งกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ให้ชัดเจน เช่นกำหนดเพศ อายุ รายได้ การศึกษา อาชีพ พฤติกรรม ความชอบ ความเชื่อ ฯลฯ กำหนดเป้าหมายหลักของบริษัทฯออกมาให้ก่อนลงมือวางแผนกลยุทธ์ Marketing Communication Plan            เมื่อเรารับรู้แล้วว่า การตั้งกลุ่มเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ในการทำ Marketing Communication ให้ตรงจุด ตรงประเด็น ตรงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ รวมทั้งตรงกับกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการสื่อสารด้วย เพราะถ้าเราสื่อสารผิดกลุ่มถึงแม้จะสร้างการรับรู้ได้ก็จริง แต่อาจจะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการได้ 4.วางแผนกลยุทธ์สื่อสารการตลาด กำหนดงบประมาณ          ให้การทำ Marketing Communication Plan เกิดขึ้นจริง มาถึงขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำแล้ว คือการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ธุรกิจ วัตถุประสงค์ และกลุ่มเป้าหมาย เข้าด้วยกันเพื่อวางกลยุทธ์เฉพาะ (Specific tactics) ตลาดเพื่อให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งกำหนดงบประมาณ Marketing Communication Plan ให้ชัดเจน และกำหนดเวลาในการโปรโมทสื่อสารพร้อมกับสร้างแผนการปฏิบัติงาน (Action Plan) ด้วย  5.ผลิตเนื้อหา หรือคอนเทนต์และข้อความที่ต้องการสื่อสาร          มาถึงขั้นตอน Marketing Communication Plan การลงมือทำเมื่อมีกลยุทธ์ รู้เป้าหมาย มีวัตถุประสงค์ก็ลงมือตามแผนที่วางไว้ ด้วยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ แคปชั่น ภาพ (Artwork) ต่าง ๆ ให้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย และตอบโจทย์ที่ต้องการ โดยจะต้องเลือกภาษาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น ภาษาเข้าใจง่าย ภาษาทางการ ภาษากึ่งทางการ หรือภาษาท้องถิ่น แบบไหนต้องเลือกให้ตรงกับแผน  Marketing Communication Plan ด้วยล่ะ ซึ่งจุดนี้จะทำให้แต่ละแบรนด์มีการสื่อสารที่แตกต่างกันนั้นเอง 6.เลือกช่องทางโปรโมทคอนเทนต์หรือข้อความนั้น          มาถึงการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ เพื่อให้เข้าถึงได้มากที่สุด สร้างการรับรู้ได้สูงสุด หลังจากลงมือผลิตคอนเทนต์หรือข้อความที่ต้องการสื่อสาร Marketing Communication Plan ครบจบก็มาเลือกช่องทางโปรโมทให้กลุ่มเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้พบเห็น ผ่านการสื่อสารในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายพบเห็นและนิยมใช้งานเป็นประจำ เช่น หนังสือพิมพ์ อีเมลทางการตลาด เว็บไซต์ โทรทัศน์ ข้อความ SMS โซเชียลมีเดีย (Facebook, LINE OA, YouTube, TikTok, Twitter) รวมทั้งช่องทางการยิงแอดต่าง ๆ ก็กำหนดให้เหมาะสมตามกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยจะต้องเลือกใช้สิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ไม่เกินงบที่วางเอาไว้ และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 7.ตั้งเป้าหมายและวัดผลประเมินผล          กลยุทธ์ Marketing Communication Plan จะทรงพลังได้ถ้าเรามีเป้าหมายและมีการวัดผลประเมินผลการสื่อสารทางการตลาด โดยเราจะต้องตรวจสอบเป็นระยะว่าสิ่งที่สื่อสารออกไปนั้นเป็นอย่างไร มีกระแสตอบรับแบบไหน เป็นไปในทิศทางที่ดีหรือเปล่า เพื่อปรับปรุงและแก้ไขให้กลยุทธ์การสื่อสารดียิ่งขึ้น อาจจะเริ่มจากการลองทำแบบสำรวจ แบบสอบถาม หรือลงมือเก็บข้อมูล Social Listening ก็ช่วยได้เยอะ           เพื่อให้การสื่อสารทางการตลาดเฟอร์เฟคที่สุด จำไว้ว่า Marketing Communication Plan จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อวางแผนและมีเป้าหมายชัดเจนก่อนลงมือทำ รวมทั้งมีการวัดผลลัพธ์อยู่เสมอ 

22 พฤษภาคม 25665 min read
article image
Websites & Applications

6 ขั้นตอนการออกแบบเว็บไซต์

เพราะการมีเว็บไซต์นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือ และเว็บไซต์เปรียบเสมือนเป็นหน้าร้านออนไลน์ที่เปิดให้ลูกค้าได้เข้าชมตลอดเวลาแบบ 24/7 ทำให้หลายธุรกิจเริ่มกลับมาสนใจการเปิดเว็บไซต์ให้ธุรกิจและมองหาขั้นตอนการออกแบบเว็บไซต์กันมากขึ้น ถามว่าอยากออกแบบเว็บไซต์จะต้องเริ่มยังไง บทความนี้มีคำตอบให้คุณ  1.กำหนดคอนเซปต์ (Concept) และคอนเทนต์ (Content) ให้ชัดเจน           เว็บไซต์ที่ดีจะต้องมีคอนเซปต์ที่ใช่ และคอนเทนต์ที่เหมาะสม คนทำเว็บไซต์จะต้องรู้ว่าเว็บไซต์ที่ทำจะมีคอนเซปต์และมีคอนเทนต์อะไร สิ่งนี้จะต้องรู้และกำหนดขึ้นมาก่อนที่จะออกแบบเว็บไซต์ เพื่อให้การออกแบบไม่หลุดกรอบและตรงเป้าหมายที่สุด เช่น มีคอนเซปต์ทำเว็บไซต์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อเก็บรายชื่อลูกค้า (Lead Generation) ก็จะต้องวางให้ชัดว่าต้องมีคอนเทนต์อธิบายโปรดักส์สินค้าหรือ บริการให้ชัดเจน พร้อมกับช่องกรอกข้อมูลเพื่อติดต่อกลับลูกค้าบนเว็บไซต์ 2.กำหนดโครงสร้าง (Sitemap)           เมื่อวางคอนเซปต์และคอนเทนต์ได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำก่อนออกแบบเว็บไซต์ก็คือการกำหนดโครงสร้างเว็บไซต์ หรือ Sitemap ให้ตรงกับสิ่งที่วางเอาไว้ ด้วยการร่างหมวดเว็บไซต์ที่ต้องการทำ เรียงลำดับความสำคัญจากหัวข้อหลักสู่หัวข้อย่อย เช่น Header, Body, Footer ของเว็บไซต์ โดยจะต้องวางแผนให้ดี ไม่ควรทำให้เว็บไซต์สับสน ควรแยกลิงก์ให้ชัดเจนว่าต้องการทำเว็บไซต์เพื่ออะไรเป็นหลัก3.เตรียมชื่อจดโดเมนเนม (Domain Name) ให้เว็บไซต์          กรณีสร้างเว็บไซต์ใหม่ การเตรียมชื่อโดเมนเนมให้เว็บไซต์ หรือชื่อเว็บไซต์ก็เป็นอีกข้อสำคัญที่อยากเล่าให้ฟังก่อนจะไปออกแบบเว็บไซต์ ชื่อเว็บจะต้องไม่ยาวเกิน ไม่ซ้ำกับใคร และก็ตรงกับธุรกิจของเรา โดยจะต้องคิดให้ดีก่อนจดโดเมนเนม 4.วางดีไซน์ (UX/UI Design) ให้ตรงกับที่ต้องการ           หลังจากกำหนดโครงสร้างครบ เราก็วางแผนออกแบบเว็บไซต์ด้วยดีไซน์ที่ต้องการ ตรงกับคอนเซปต์ที่วางไว้ เพื่อสร้างการรับรู้ที่ทรงพลัง จะต้องออกแบบให้เว็บไซต์ต้องตรงกับคาแรคเตอร์แบรนด์ด้วย รวมทั้งออกแบบดีไซน์เว็บ UX/UI Design ให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการ มีความสวยงาม เข้าใจได้ง่าย ใช้งานได้สะดวก เหมาะสมไม่มากน้อยเกินไป 5.เลือกวิธีการสร้างเว็บไซต์ที่สะดวก            อันนี้เป็นขั้นตอนการออกแบบเว็บไซต์ที่สำคัญมาก เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดขึ้นมาเองก็ได้ จะเลือกใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป สร้างด้วย CMS (Content Management System) เช่น WIX, Wordpress, Jimdo, Blogger.com ฯลฯ ซึ่งตรงนี้จะต้องเลือกจากความถนัดและงบประมาณที่มีร่วมด้วย6.ดีไซน์เว็บให้ Responsive Web Design          การทำให้เว็บไซต์ Responsive Web Design จัดว่าเป็นอีกหัวข้อสำคัญในการออกแบบเว็บไซต์ รองรับหน้าจอทุกอย่างทั้ง Desktop Site และ Mobile Site โดยคนที่เคยมีเว็บก่อนหน้านี้ก็สามารถปรับให้เว็บไซต์ Responsive ได้เช่นกันแต่อาจจะต้องอาศัยการเขียนโค้ดเพิ่มเติมและต้องระวังการซ้ำซ้อนของโค้ดด้วยนะ ซึ่งการทำเว็บให้รองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นก็มีรายละเอียดค่อนข้างมาก และจะต้องใช้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญทั้ง Web Developer, Web Designer และแผนกอื่น ๆ ในการทำงานออกแบบเว็บไซต์ร่วมกัน ไม่เพียงเท่านี้การออกแบบเว็บไซต์นั้นยังขึ้นอยู่กับงบประมาณในการทำเว็บไซต์ด้วยล่ะ             ทำความเข้าใจขั้นตอนการสร้างเว็บไซต์แบบฉบับเบื้องต้นครบจบแล้ว และถ้าสนใจอยากทำเว็บไซต์เพื่อธุรกิจแต่ไม่อยากทำเอง ลองปรึกษาทีมงาน 1Moby ช่วยคุณเปลี่ยนทุกไอเดีย ให้กลายเป็นจริง เราพร้อมให้คำปรึกษา

22 พฤษภาคม 256610 min read
article image
Marketing Automations

ระหว่าง AI และ Automation แตกต่างกันยังไง??

หันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึงระบบ AI และ Automation เมื่อเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอย่างมาก เลยทำให้เรามักจะจำระบบ Automation ว่าเป็น AI เป็นอันเดียวกัน ? เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกัน ถามว่ามีอะไรบ้าง รวมถึงเลือกว่าอะไรที่ธุรกิจของคุณกำลังสนใจนำมาปรับใช้ได้จริง ตรงกับใจที่ต้องการมากที่สุด และเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกเอามาช่วยงาน เดี๋ยว 1Moby จะเขียนอธิบายให้ละเอียดในบทความนี้ AI คืออะไร          คำว่า AI ย่อมาจากคำว่า Artificial Intelligence เรียกชื่อไทย AI คือ ปัญญาประดิษฐ์ที่มีฟังก์ชั่นเรียนรู้ ทำความเข้าใจ มีความสามารถคิด วิเคราะห์ วางแผน และช่วยตัดสินใจ รวมทั้งทำนายผลลัพธ์ได้ซึ่งคำนวณจากประสบการณ์เป็นหลัก          ส่วนใหญ่จะเน้นใช้เพื่อเปลี่ยนให้ชีวิตง่ายขึ้น หากนึกไม่ออกว่า AI คืออะไร ก็มีตัวอย่างให้ทำความเข้าใจ เช่น ผู้ช่วยเสมือนจริงอย่าง Siri หรือ Alexa มาช่วยตอบคำถามและโต้ตอบได้ราวกับเป็นคนจริง ๆ และถ้าให้อินเข้ามาอีก AI ก็นำมาใช้กับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือรถยนต์ไร้คนขับด้วย          หรือจะให้ยกตัวอย่างให้เข้าใจว่าองค์กรไหนใช้ AI อีกบ้างก็ต้องเล่าถึง Netfilx และ Spotify ที่พัฒนาระบบ AI มาแนะนำหนังโปรด รวมทั้งเพลงที่คนชอบฟังให้ด้วย โดย AI จะเรียนรู้ว่า คน ๆ นั้นชอบอะไรและก็นำเสนอสิ่งที่ตรงใจให้กับ User เองแบบไม่ต้องคิดมาก แถมยังช่วยดึงคนให้อยู่กับแพลตฟอร์มได้นาน และได้ใจคนใช้งานไปโดยปริยาย แล้ว Automation คืออะไร?          ในส่วน  Automation คือ ระบบการทำงานอัตโนมัติ ที่มีโปรแกรมตั้งเอาไว้อยู่แล้ว เน้นเอาไว้คุมงาน สั่งงาน และกำหนดคำสั่งเอาไว้ จะไม่สามารถคิดหรือวิเคราะห์สิ่งใหม่ ๆ ได้เทียบเท่ากับ AI รวมทั้งต้องมีมนุษย์คอยดูแลควบคุมทำงาน จึงเหมาะกับการทำระบบโทรศัพท์ตอบกลับอัตโนมัติ ระบบรดน้ำอัตโนมัติ หรือจะเอามาช่วยการตลาดอัตโนมัติเพื่อเอามาช่วยทำงานด้านการตลาดก็ได้เช่นกัน          ถ้าให้สรุปอีกครั้ง ว่าความต่างเป็นยังไง.. AI จะทำงานเองตามระบบโดยจะตัดสินทำสิ่งที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดซึ่งจะเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ แต่ส่วน Automation จะทำงานตามคำสั่งของเราที่ระบุลงไปนั้นเองล่ะเทียบจุดเด่น/ข้อดี ระหว่าง AI และ Automation          เพราะทุกอย่างมีต้นทุน การทำความเข้าใจข้อดีก่อนลงทุนก็ลงมือทำก็จะทำให้ธุรกิจได้รับสิ่งที่คุ้มค่า หากจะให้เล่าและแนะนำให้เลือกระหว่าง AI หรือ Automation คงต้องบอกว่าทั้ง AI และ Automation มีข้อดีในตัวเอง จึงต้องเลือกให้เหมาะกับงานที่เราต้องการให้ระบบเหล่านี้มาช่วยทำAIAutomationเรียนรู้ข้อมูลทั้งหมด และเรียนรู้ประสบการณ์ตัดสินใจทำงาน วิเคราะห์สถานการณ์ สามารถเปรียบเทียบได้ และหาข้อสรุปได้เหมาะกับงานที่ไม่ซ้ำซาก และเน้นการพัฒนา เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ต้องตั้งค่าการทำงานล่วงหน้าเป็นเหมือนเครื่องจักรทำงานให้มนุษย์ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้หรือพัฒนาเพิ่มเติมเหมาะกับงานซ้ำ ๆ ต้องทำตามคำสั่งและกฎเดิม ๆ           จะเห็นได้ว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีหรือนวัฒนกรรม ที่เราพบเห็นก็นำ AI และ Automation มาใช้บ้างแล้ว เพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น อยากทำ AI หรืออยากเริ่ม Automation          และถ้าคุณมีแผนนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาพัฒนาองค์กร และบริษัท ก็สามารถปรึกษาเราได้เสมอ เพราะ 1moby เป็น Technology Solution Company บริษัทไอทีในไทย ที่จะทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องง่ายและไม่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ เราพร้อมพาธุรกิจก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วย Solution ที่เราเชี่ยวชาญหลากหลายและครอบคลุมทั้ง Communication Solution, Business Solution และ Data Solution เราพร้อมให้คำปรึกษาคุณค่ะ

22 พฤษภาคม 25665 min read
article image
Technologies

Cybersecurity คืออะไร ทำไมทุกธุรกิจจำเป็นต้องมี

เพราะอะไร ๆ ในยุคนี้ก็พึ่งพาออนไลน์ ก้าวเข้าสู่ดิจิทัลการทำธุรกิจจำเป็นต้องมีแอปพลิเคชัน มีเว็บไซต์ มีระบบคลาวด์ (Clouds) ไว้เก็บข้อมูล รวมทั้งใช้โซเชียลมีเดียต่าง ๆ จึงไม่แปลกที่ธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของบริษัทฯ หรือปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทร อีเมล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯเมื่อโลกออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว ยิ่งทำให้ Cybersecurity กำลังเป็นเรื่องราวที่ผู้คนสนใจ และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก จากข่าวคราว PDPA หรือพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ทำให้หลายบริษัทเริ่มตื่นตัว ป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้ารั่วไหล บริษัทต่าง ๆ ต้องเสริมเกราะเพิ่มความปลอดภัยในโลกออนไลน์ให้มากขึ้นถามว่า Cybersecurity คืออะไรกันแน่          ให้เล่าแบบเข้าใจง่าย Cybersecurity (ไซเบอร์ซีเคียวริตี้) บ้างก็เขียนแบบเว้นวรรคเป็น Cyber Security โดยทั้งหมดนี้แปลตรงตัว หมายถึง ความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ เป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาป้องกันความเสี่ยงในโลกออนไลน์ รวมทั้งป้องกันแฮกเกอร์ขโมยข้อมูลสำคัญ เพื่อไม่ให้ข้อมูสำคัญถูกเรียกค่าไถ่ หรือเจอกับอาชญากรรมไซเบอร์         หากให้อธิบายให้เห็นภาพมากขึ้นว่า Cybersecurity มีไว้เซฟ Cyberspace ป้องกันภัยไซเบอร์ที่ใกล้ตัวเรา มีอะไรบ้างที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง เช่น Malware เรียกค่าไถ่ ครอบคลุมไปถึง Virus, Worms และ Trojans Phishing อีเมลที่แฝงมาตามลิงก์ ใน E-mail, SMS หรือช่องทาง Social Media ต่าง ๆ หากคลิกไปปั้บข้อมูลก็จะหลุดหายไปทันทีWebsite application attacks การโจมตีเว็บไซต์          อย่างไรก็ดี ที่เล่ามาข้างต้นเป็นเพียงแค่ตัวอย่างภัยร้ายในโลกออนไลน์ที่พร้อมจู่โจมเราเท่านั้น เพราะยังมีรายละเอียดอีกมากมายเกี่ยวกับ Cybersecurity          การทำ Cybersecurity มีจุดประสงค์หลัก เพื่อความปลอดภัย รวมทั้งสร้างความไว้วางใจในระยะยาว และไม่สูญเสียข้อมูล รวมทั้งเงินทองให้กับแฮกเกอร์โดยไม่จำเป็น จึงเป็นเหตุให้หลายบริษัทเริ่มลงมือทำ Cybersecurity อย่างจริงจัง ซึ่งจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอด เพื่อป้องกันและประเมินความเสี่ยง          แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องยอมรับว่า การว่าจ้างคนตำแหน่ง Cybersecurity นั้นมีค่าแรงค่อนข้างสูงทำให้บริษัทเล็ก ๆ แบบ SME อาจคิดหนักว่าจะจ้างมาทำประจำก็อาจจะเกินงบ ดังนั้น การมองหาบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอทีมาคอยดูแลก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจอยากเริ่มทำ Cybersecurity เริ่มยังไง?         ก่อนเริ่มทำแอฟหรือเว็บไซต์ควรทำ Cybersecurity ด้วยเลยหรือแม้แต่เว็บที่มีอยู่แล้วก็ควรเสริมเกราะให้แกร่ง ป้องกันภัยไว้ดีกว่าแก้ทีหลัง เหมือนกับคำที่ว่า อย่าปล่อยให้วัวหายแล้วค่อยล้อมคอก

22 พฤษภาคม 25664 min read