บทความทั้งหมด

article image
Digital Transformation

ส่องการปรับใช้ Digital Transformation ในรูปแบบ CRM

โลกเดี๋ยวนี้หมุนไวค่ะ โดยเฉพาะเรื่องราวเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่เราต้องอัปเดทเป็นประจำสม่ำเสมอ และเช่นเคย 1Moby มีเรื่องราวกระแส Digital Transformation และ CRM คืออะไร และทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร มาเล่าสู่กันฟังค่ะ ความหมายของ Digital Transformation          Digital Transformation หมายถึง กระบวนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ และปรับใช้ในทุกภาคส่วน เพื่อให้การทำงานง่ายขึ้น และส่งมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า บ้างก็เรียกย่อ ๆ ว่า DX ซึ่งเป็นคำกว้างที่นิยมพูดถึง และนำไปปรับใช้ในองค์กรเทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจ          ก่อนจะนำพัฒนาระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า CRM มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า Customer Relationship Management เรามาดูเทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจกันก่อน        ว่ากันว่า แนวโน้มในอนาคต จะหันมาใช้ CRM เพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูล ใช้เชื่อมต่อการขาย การตลาด และการบริการทราบข้อมูลที่ดีขึ้น ในการพัฒนาระบบเข้าถึงลูกค้า          หรือจะเป็นเทรนด์ Social CRM ที่นับต่อจากนี้ธุรกิจจะใช้รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าบนสื่อออนไลน์ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง          ใด ๆ นี้เป็นตัวอย่างเทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจคร่าว ๆ ที่นำมาบอกเล่าให้เข้าใจเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำมาทำให้ธุรกิจดียิ่งขึ้น ช่วยให้ลูกค้าประทับใจอยู่กับธุรกิจยาวนานปรับใช้ Digital Transformation กับ CRM          หลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของ Digital Transformation และ CRM เรียบร้อย ต่อมาเรามาดูการปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ เริ่มจากขั้นตอน ดังนี้สำรวจปัญหาที่องค์กรหรือธุรกิจมีว่าต้องการแก้ไขปัญหาอะไร มองหาเทคโนโลยี มาช่วยแก้ปัญหาให้เหมาะสมประยุกต์ใช้ พร้อมกับตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานตัวอย่าง  เจอปัญหาข้อมูลเยอะเกิน ไม่รู้จะวิเคราะห์ทำข้อมูล CRM จากอะไรก่อนดี การนำ Digital Transformation มาปรับใช้ จัดเรียงข้อมูลของลูกค้าเพื่อต่อยอดการทำกิจกรรมการตลาด วิเคราะห์ได้ง่าย และฉับไวมากขึ้นก็สามารถทำได้ หลังจากนั้นอย่าลืมตรวจสอบผลลัพธ์หลังจากปรับใช้ด้วยนะเริ่มสนใจแล้วใช่ไหม? สนใจลงทุนพัฒนา Digital Transformation ให้กับองค์กร ผสานกับการทำ CRM สอบถาม 1Moby เราพร้อมเนรมิตแพลตฟอร์มหรือโซลูชันที่เป็นเกี่ยวข้องกับ Digital Transformation ซึ่งเป็นรูปแบบ CRM หรือ แบบอื่น ๆ ได้โดยคุณจะได้โซลูชันที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจหรือการขายของคุณ เพราะเราจะวิเคราะห์และออกแบบให้คุณโดยเฉพาะ รับประกันว่าไม่ซ้ำใครแน่นอน สามารถสอบถามได้ที่  www.1moby.com/  หรือโทร 02 798 6000 

29 กันยายน 25667 min read
article image
Digital Transformation

ไม่ควรพลาดการทำ Digital Transformation เพื่อสร้าง Engage ในธุรกิจปัจจุบัน

หลังจาก 1Moby เคยเขียนบทความ Digital Transformation คืออะไร พร้อมตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว เพื่อบอกเล่าความหมายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนแปลงปรับปรุงประสิทธิภาพทางธุรกิจหรือองค์กรให้สามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นอีกทั้งช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และเพื่อต่อยอดไอเดียรอบนี้เรามาต่อกันกับหัวข้อการทำ Digital Transformation โดยการใช้ Metaverse โลกเสมือนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์กันค่ะทำไมเราต้องสร้าง Engage ให้กับ Brand          การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า หรือที่เรียกว่า Engagement หรือบ้างก็เรียกว่า Engage นั้นมีความสำคัญ เพราะช่วยผลักดันให้ลูกค้าสามารถจำแบรนด์เราได้ มีความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งสร้าง Engage ได้ดีเท่าไหร่ เราก็ช่วยสร้างประสบการณ์ประทับใจ สร้างความพึงพอใจ อีกทั้ง ได้ฐานลูกค้าใหม่ และช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้อยู่ในระยะยาว           หากนึกไม่ออกว่าการสร้าง Engage คืออะไร? 1Moby อยากให้คุณนึกถึงการที่ลูกค้า/กลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่ติดตามคุณมากดไลค์ (Like) กดแชร์ (Share) พิมพ์คอมเมนต์ (Comment) และร่วมกิจกรรมชาเลนจ์ต่าง ๆ ในบทความนี้จะพูดถึงการสร้าง Engage แบบ Digital Transformation สร้างประสบการณ์แบบใหม่ด้วยการใช้ Metaverse โลกเสมือนจริงที่สามารถโต้ตอบได้ทันทีเป็นหลักค่ะ ถามว่า Engage กับ Digital Transformation เกี่ยวข้องกันอย่างไร          ให้การกำหนดกลยุทธ์ชัดเจนไม่สับสน เราจะต้องเข้าใจว่า Digital Transformation คือ การนำเทคโนโลยีและโซลูชั่น เช่น Metaverse ฯลฯ มาช่วยให้แบรนด์สร้าง Engage ได้อย่างแตกต่าง ช่วยสะท้อนตัวตนของธุรกิจได้ชัดเจน ภายใต้เป้าหมายการทำ Customer Engagement ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมที่ตอบโจทย์ธุรกิจให้มากที่สุด สร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว มอบประสบการณ์ราบรื่น ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าได้อย่างเข้าใจภายในโลกเสมือนจริงดังกล่าว  หรือถ้ายังไม่เต็มอิ่มต้องการอ่านบทความเกี่ยวกับ Digital Transformation สามารถอ่านบทความ Digital Transformation คืออะไร มีเทรนด์ไหนบ้างที่กำลังมาแรงได้นะคะ ทีมงาน 1Moby เราเขียนสรุปเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ยกตัวอย่างการทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage          กระแส Metaverse นั้นเกิดขึ้นหลังจากการที่ Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook เปลี่ยนชื่อตัวเอง เปิดตัว Meta และพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่โลกเสมือนหรือ Metaverse เมื่อเรารู้และเข้าใจว่า Metaverse เป็นสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ รวมสื่อ ความบันเทิง ซอฟแวร์ และเกมส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Tranformation ช่วยสร้าง Engage ได้ เช่น ให้ลูกค้าเลือกดูรายละเอียดสินค้า และสามารถทดลองสวมใส่ได้ และสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่/พนักงาน ผ่านโลกเสมือนนั้น ๆ ได้ทันทีทุกที่แบบไม่ต้องเดินทางไปสาขา ฯลฯ          เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เดี๋ยวเรามาดู 2 ตัวอย่างธุรกิจ 2 กรณีศึกษาที่ทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage สนับสนุนความต้องการของลูกค้าไปพร้อมกันเลยค่ะ1.NIKELAND ดินแดนในฝันของคนรักกีฬาเริ่มจากสร้าง Metaverse เพิ่ม Engage ของ Nike ยักษ์ใหญ่แห่งวงการกีฬาที่ลงทุนสร้างโลกเสมือนจริงร่วมกับแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ Roblox เกมแนว Sandbox ชื่อว่า NIKELAND โลกเสมือนที่เป็นสนามกีฬา แข่งกีฬาแบบมินิเกมที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเกม Fortnite อยู่เหมือนกันสำหรับโลกเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ NIKELAND on Roblox เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเปิดให้แฟนคลับไนกี้เข้าไปสร้างตัวอวตาร์ (Avatar) จะสวมใส่ไอเทมเสื้อผ้า กางเกง รองเท้าสนีกเกอร์ กระเป๋า ฯลฯ รวมทั้งใช้เทสสินค้าใหม่ในโลกเสมือนที่เป็น Digital Showroom โชว์รูมออนไลน์ว่า สินค้านั้น ๆ มีคนสนใจไหม ? หากมีคนสวมใส่เยอะ มีความนิยม ก็จะเปิดจำหน่ายจริง ๆ เหมือนเป็นการทดสอบหรือโปรโมทสินค้าก่อนขายจริง ๆ อ่ะล่ะแหล่งที่มา Nike Basketballอย่างไรก็ดี Nike นั้นจริงจังสุด ๆ ในเรื่องการลงทุน Metaverse อย่างมาก เห็นได้จากการรุกหนักเข้าซื้อกิจการ RTFKT Studio (อาร์ติแฟกต์) สตาร์ทอัพบริษัทผลิตรองเท้าและแฟชั่นดิจิทัล NFT โดยล่าสุดได้ทำการเปิดขายรองเท้าผ้าใบ Metaverse รุ่นแรกของ Nike ใช้ชื่อว่า Nike Dunk Genesis CryptoKicks หรือสั้น ๆ ว่า CryptoKicks บนเครือข่าย Ethereum ซึ่งเป็นคอลเลกชั่น NFT เพื่อสร้างชุมชนเกี่ยวกับอุปกรณ์สวมใส่เสมือนจริง2.Uniqlo กับ Animal Crossing  ต่อกันที่ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่น ก็เป็นอีกแบรนด์ที่ขอเข้าไปแจมในโลก Metaverse แบบเบา ๆ จับมือกับเกมส์ Animal Crossing สำหรับ Nintendo Switch เกมส์สไตล์ฟาร์มสร้างบ้านเมืองบนเกาะร้างในป่าใหญ่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระตามต้องการ พร้อมๆ กับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผองเพื่อนสัตว์โลกสุดน่ารักบนเกาะ เป็นอีกเกมส์โปรดของลิซ่า Blackpink เลยนะ โดย Uniqlo เนี้ยะเลือกเปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ 2021 Sping/Summer Collection ในเกม Animal Crossing ให้ได้เดินเลือกช้อปแบบ STOP by Uniqlo Island เดินเลือกใส่เสื้อยืดคอลเลคชัน UT กางเกง กระเป๋า ฯลฯ ปรับแต่งตัวละครในเกมส์ตามสบายมีเสื้อผ้ากว่า 22 แบบให้ลองโหลดใส่มิกซ์แอนด์แมช์สนุก ๆ และมีขายจริงในช้อปด้วยค่ะ ยกตัวอย่างการทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage          เห็นภาพและเข้าใจกันแล้วใช่ไหมคะ แต่ใด ๆ  Digital Transformation ไม่ได้สัมพันธ์กับการทำ Engage อย่างเดียวเท่านั้นนะ ยังมีอีกหลายรูปแบบที่ Digital Transformation เข้าไปเกี่ยวข้องและสามารถนำมาประยุกต์เพื่อทำประโยชน์ต่อองค์กรได้อีกเพียบ          และในฐานะที่ 1Moby เราเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาทุกธุรกิจที่อยากเริ่มใช้เทคโนโลยีให้เกิดรายได้ สามารถทักเข้ามาเพื่อปรึกษาเราได้เสมอค่ะ เราพร้อมช่วยคุณ Transformation ให้เหมาะสมกับธุรกิจแบบพิเศษเฉพาะตัว ไม่ต้องกลัวปวดหัว เพราะ 1Moby เราพร้อมทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องง่ายและไม่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจอีกต่อไปค่ะ

23 สิงหาคม 25668 min read
article image
Digital Transformations

ไม่ควรพลาด การทำ Digital Transformation เพื่อสร้าง Engage ในธุรกิจปัจจุบัน

หลังจาก 1Moby เคยเขียนบทความ Digital Transformation คืออะไร พร้อมตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว เพื่อบอกเล่าความหมายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเปลี่ยนแปลงปรับปรุงประสิทธิภาพทางธุรกิจหรือองค์กรให้สามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นอีกทั้งช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และเพื่อต่อยอดไอเดียรอบนี้เรามาต่อกันกับหัวข้อการทำ Digital Transformation โดยการใช้ Metaverse โลกเสมือนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมกับแบรนด์กันค่ะทำไมเราต้องสร้าง Engage ให้กับ Brand          การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า หรือที่เรียกว่า Engagement หรือบ้างก็เรียกว่า Engage นั้นมีความสำคัญ เพราะช่วยผลักดันให้ลูกค้าสามารถจำแบรนด์เราได้ มีความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งสร้าง Engage ได้ดีเท่าไหร่ เราก็ช่วยสร้างประสบการณ์ประทับใจ สร้างความพึงพอใจ อีกทั้ง ได้ฐานลูกค้าใหม่ และช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ให้อยู่ในระยะยาว           หากนึกไม่ออกว่าการสร้าง Engage คืออะไร? 1Moby อยากให้คุณนึกถึงการที่ลูกค้า/กลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่ติดตามคุณมากดไลค์ (Like) กดแชร์ (Share) พิมพ์คอมเมนต์ (Comment) และร่วมกิจกรรมชาเลนจ์ต่าง ๆ ในบทความนี้จะพูดถึงการสร้าง Engage แบบ Digital Transformation สร้างประสบการณ์แบบใหม่ด้วยการใช้ Metaverse โลกเสมือนจริงที่สามารถโต้ตอบได้ทันทีเป็นหลักค่ะ ถามว่า Engage กับ Digital Transformation เกี่ยวข้องกันอย่างไร          ให้การกำหนดกลยุทธ์ชัดเจนไม่สับสน เราจะต้องเข้าใจว่า Digital Transformation คือ การนำเทคโนโลยีและโซลูชั่น เช่น Metaverse ฯลฯ มาช่วยให้แบรนด์สร้าง Engage ได้อย่างแตกต่าง ช่วยสะท้อนตัวตนของธุรกิจได้ชัดเจน ภายใต้เป้าหมายการทำ Customer Engagement ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมที่ตอบโจทย์ธุรกิจให้มากที่สุด สร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว มอบประสบการณ์ราบรื่น ไร้รอยต่อให้กับลูกค้าได้อย่างเข้าใจภายในโลกเสมือนจริงดังกล่าว  หรือถ้ายังไม่เต็มอิ่มต้องการอ่านบทความเกี่ยวกับ Digital Transformation สามารถอ่านบทความ Digital Transformation คืออะไร มีเทรนด์ไหนบ้างที่กำลังมาแรงได้นะคะ ทีมงาน 1Moby เราเขียนสรุปเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ยกตัวอย่างการทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage          กระแส Metaverse นั้นเกิดขึ้นหลังจากการที่ Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook เปลี่ยนชื่อตัวเอง เปิดตัว Meta และพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่โลกเสมือนหรือ Metaverse เมื่อเรารู้และเข้าใจว่า Metaverse เป็นสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ รวมสื่อ ความบันเทิง ซอฟแวร์ และเกมส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Tranformation ช่วยสร้าง Engage ได้ เช่น ให้ลูกค้าเลือกดูรายละเอียดสินค้า และสามารถทดลองสวมใส่ได้ และสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่/พนักงาน ผ่านโลกเสมือนนั้น ๆ ได้ทันทีทุกที่แบบไม่ต้องเดินทางไปสาขา ฯลฯ          เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เดี๋ยวเรามาดู 2 ตัวอย่างธุรกิจ 2 กรณีศึกษาที่ทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage สนับสนุนความต้องการของลูกค้าไปพร้อมกันเลยค่ะ1.NIKELAND ดินแดนในฝันของคนรักกีฬาเริ่มจากสร้าง Metaverse เพิ่ม Engage ของ Nike ยักษ์ใหญ่แห่งวงการกีฬาที่ลงทุนสร้างโลกเสมือนจริงร่วมกับแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ Roblox เกมแนว Sandbox ชื่อว่า NIKELAND โลกเสมือนที่เป็นสนามกีฬา แข่งกีฬาแบบมินิเกมที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเกม Fortnite อยู่เหมือนกันสำหรับโลกเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มเกมออนไลน์ NIKELAND on Roblox เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเปิดให้แฟนคลับไนกี้เข้าไปสร้างตัวอวตาร์ (Avatar) จะสวมใส่ไอเทมเสื้อผ้า กางเกง รองเท้าสนีกเกอร์ กระเป๋า ฯลฯ รวมทั้งใช้เทสสินค้าใหม่ในโลกเสมือนที่เป็น Digital Showroom โชว์รูมออนไลน์ว่า สินค้านั้น ๆ มีคนสนใจไหม ? หากมีคนสวมใส่เยอะ มีความนิยม ก็จะเปิดจำหน่ายจริง ๆ เหมือนเป็นการทดสอบหรือโปรโมทสินค้าก่อนขายจริง ๆ อ่ะล่ะแหล่งที่มา Nike Basketballอย่างไรก็ดี Nike นั้นจริงจังสุด ๆ ในเรื่องการลงทุน Metaverse อย่างมาก เห็นได้จากการรุกหนักเข้าซื้อกิจการ RTFKT Studio (อาร์ติแฟกต์) สตาร์ทอัพบริษัทผลิตรองเท้าและแฟชั่นดิจิทัล NFT โดยล่าสุดได้ทำการเปิดขายรองเท้าผ้าใบ Metaverse รุ่นแรกของ Nike ใช้ชื่อว่า Nike Dunk Genesis CryptoKicks หรือสั้น ๆ ว่า CryptoKicks บนเครือข่าย Ethereum ซึ่งเป็นคอลเลกชั่น NFT เพื่อสร้างชุมชนเกี่ยวกับอุปกรณ์สวมใส่เสมือนจริง2.Uniqlo กับ Animal Crossing  ต่อกันที่ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่น ก็เป็นอีกแบรนด์ที่ขอเข้าไปแจมในโลก Metaverse แบบเบา ๆ จับมือกับเกมส์ Animal Crossing สำหรับ Nintendo Switch เกมส์สไตล์ฟาร์มสร้างบ้านเมืองบนเกาะร้างในป่าใหญ่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระตามต้องการ พร้อมๆ กับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผองเพื่อนสัตว์โลกสุดน่ารักบนเกาะ เป็นอีกเกมส์โปรดของลิซ่า Blackpink เลยนะ โดย Uniqlo เนี้ยะเลือกเปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ 2021 Sping/Summer Collection ในเกม Animal Crossing ให้ได้เดินเลือกช้อปแบบ STOP by Uniqlo Island เดินเลือกใส่เสื้อยืดคอลเลคชัน UT กางเกง กระเป๋า ฯลฯ ปรับแต่งตัวละครในเกมส์ตามสบายมีเสื้อผ้ากว่า 22 แบบให้ลองโหลดใส่มิกซ์แอนด์แมช์สนุก ๆ และมีขายจริงในช้อปด้วยค่ะ ยกตัวอย่างการทำ Metaverse เพื่อสร้าง Engage          เห็นภาพและเข้าใจกันแล้วใช่ไหมคะ แต่ใด ๆ  Digital Transformation ไม่ได้สัมพันธ์กับการทำ Engage อย่างเดียวเท่านั้นนะ ยังมีอีกหลายรูปแบบที่ Digital Transformation เข้าไปเกี่ยวข้องและสามารถนำมาประยุกต์เพื่อทำประโยชน์ต่อองค์กรได้อีกเพียบ          และในฐานะที่ 1Moby เราเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาทุกธุรกิจที่อยากเริ่มใช้เทคโนโลยีให้เกิดรายได้ สามารถทักเข้ามาเพื่อปรึกษาเราได้เสมอค่ะ เราพร้อมช่วยคุณ Transformation ให้เหมาะสมกับธุรกิจแบบพิเศษเฉพาะตัว ไม่ต้องกลัวปวดหัว เพราะ 1Moby เราพร้อมทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องง่ายและไม่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจอีกต่อไปค่ะ

22 สิงหาคม 25668 min read
article image
MarTech

สรุปสั้น ๆ Marketing Insight & Technology Trend 2023 ที่ได้จากงาน CTC 2023

1Moby ได้มีโอกาสร่วมฟัง คุณแบงค์ สิทธินันท์ พลวิสุทธิ์ศักดิ์ CEO of Content Shifu ที่มาบอกเล่าความรู้ที่นักการตลาดทุกท่านควรรู้ ในหัวข้อ  Marketing Insight & Technology Trend 2023 และคาดคะเนไปถึงเทรนด์อนาคต ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนาในงาน CTC2023  โดยเราขอนำมาย่อยความรู้ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ AI อยู่กับเรามานานแล้ว แต่พึ่งแมส เทคโนโลยี AI นั้นอยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน และมีเยอะมากจนเรานับกันไม่ไหว ซึ่งก่อนที่ AI จะมีกระแสในช่วง 3 - 4 ปีนี้ เรามี AI ใช้กันมาตั้งนานแล้ว นั้นคือการส่ง Email ซึ่งเป็นหนึ่งในการทำการตลาด เป็นการ  Optimize และ Segment กลุ่มผู้รับข้อความจากเรา หรือเครื่องมือจำพวก social listening tools และการ Genarate ภาพ ก็มีมานานแล้ว เพียงแค่เราพึ่งจะมาให้ความสนใจไม่นานมานี้แค่นั้นเอง  เนื่องจากตอนนี้เรามี Generative AI มาให้เราใช้งานกันเยอะมาก แต่เราก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างยกตัวอย่าง Samsung ที่ได้ออกมาตรการห้ามให้พนักใช้ ChatGPT เนื่องจากกังวัลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ส่องเทรนด์ Marketing  & Technologyตอนนี้กระแสอะไรบ้างที่กำลังมา เพื่อไม่ให้นักการตลาดทุกคนตกเทรนด์ ตามให้ทันคลื่นลูกใหม่ที่มีเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ มีดังนี้1. Automationมาแรงและน่าสนใจ สำหรับการทำ Automation การเก็บข้อมูลอัตโนมัติเป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบOne Way Push : การเก็บข้อมูลชุดนึง ถูกดึงไปใช้กับอีกชุดนึง ปกติแล้วเรามักจะ manual  เก็บข้อมูลมาไว้ที่ไฟล์เอง หากอยากใช้ข้อมูลก็ต้องไปนั่งหาไฟล์นั้น ๆ แต่ Automation จะต้องทำ Flow เรียกเก็บข้อมูลไปที่ Database ได้เองTwo Way Sync : จะดีไม่น้อยเลยถ้าข้อมูล 2 ชุดนี้สามารถใช้ร่วมกัน ดึงข้อมูลไปใช้ร่วมกันได้ไปมา หรือถ้าเราเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ชุดนึง ในข้อมูลชุดอื่น ๆ ที่ซิงค์ก็จะเปลี่ยนตาม   2. The fall of 3rd Party Dataเนื่องจากออกพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทำให้หลายองค์กรเกิดปัญหาการเก็บข้อมูลลูกค้าได้ยากขึ้น ทำให้ระบบ Tracking อาจจะถูกจำกัดความสามารถในการติดตามลูกค้าลง จะเห็นได้จากเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง Apple ที่เพิ่งประกาศเรื่องการยกเลิก Tracking ผู้ใช้งาน และปี 2024 Alphabet ก็จะลงมือเรื่องนี้แบบจริงจังเช่นกันแล้วเราจะทำอย่างไร?  เมื่อเราตามไป Tracking ผู้ใช้งานไม่ได้ เราก็ต้องทำให้ผู้ใช้งานนั้นมาให้ข้อมูลเราแทน (The Rise of Zero-party & First-party) เช่นการส่ง Email และขอความคิดเห็นหรือให้ผู้ใช้งานกดเลือกเนื้อหาของ Email ที่สนใจ 3 Going Beyond Typical Content Formatsการทำคอนเทนต์แบบเดิมอาจจะไม่เห็นผลอีกต่อไป เพราะใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ดังนั้นเราต้องทำให้เด่นและไม่เหมือนใครมากขึ้นตัวอย่าง คอนเทนต์ที่น่าสนใจInteractive Content : การทำคอนเทนต์เน้นให้เกิดความสนใจ คาดหวังให้คนอ่านเข้ามากระทำอะไรบางอย่าง เช่น การประกาศผลการเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมา ให้ผู้ชมติดตามผลแบบเรียลไทม์ หรือการโพสข้อความเชิงคำถามบน  media platform เพื่อให้ผู้พบเห็นเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในพื้นที่ของแบรนด์Behind The Scene Content : การขายของเดี๋ยวนี้ต้องมี Story  ทำให้คนอ่านเห็นถึงเบื้องหลังก่อนที่จะเกิดสินค้านี้ขึ้นมา สร้างความน่าเชื่อถือและสินค้าเข้าถึงได้มากขึ้นเพราะมีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้นนั่นเองContent that Reflects your Brand’s Values : นำเสนอแบรนด์เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์หรือตัวตนของเราจริง ๆ มักจะมาในรูปแบบ Story doing + Story telling 4. MarTech is MarvelousMarTech คือที่สุดของความยิ่งใหญ่ ณ ตอนนี้เรามี MarTech ที่เยอะมากจนจำไม่หมด จะเห็นได้จากข้อมูลที่ทาง Content Shifu ร่วมกับ Hummingbirds Consulting ได้สำรวจผู้ใช้งาน MarTech Tools ในไทย พบว่า          - องค์กรมีการใช้งาน Martech เฉลี่ย 16.7 ตัว และจะมีการลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ          - มีแนวโน้มความพึงพอใจในการใช้งานที่สูงขึ้นกว่า 49% ถึงแม้ในช่วงแรกจะไม่ค่อยพอใจเนื่องจากใช้งานยากทาง Content Shifu  ได้แจก Thai MarTech Providers ซึ่ง MBOX เป็นหนึ่งใน Product ของเราก็ติดโพลนี้ด้วย หากใครที่กำลังสนใจ Communication tools ที่ช่วยในการรวมทุกแพลตฟอร์มแชทมีเดียมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ตอบกลับลูกค้าได้ง่ายขึ้น MBOX ยินดีให้บริการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ MBOX เลยค่ะ 5. Emerging Adsการทำโฆษณาของไทย จะทำแพลตฟอร์มไหนจะขึ้นอยู่กับกระแส แต่ว่าตอนนี้หนีไม่พ้น Tiktok ที่มาแรงมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Engagement หรือ E-Commerce Marketplace ที่โดดเด่นสุด ๆ 6. The Creator NationAffiliate ในตอนนี้ก็ถูกจับตามองอย่างยิ่ง เป็นการยื่นหมูยื่นแมวที่เท่าเทียมที่สุด นั่นคือการที่ฃให้บุคคลธรรมดาหรือ infulencer ขายของให้ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนก็ต่อเมื่อเกิดการขาย หรือง่าย ๆ ก็คือ ผู้นั้นขายของได้นั่นเองและนี่คือทั้งหมดที่ 1Moby ได้สรุปมาให้ทุกคนได้อ่าน และเราเชื่อว่า MarTech นั่นจะอยู่คู่กับเราแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างที่อยู่มาโดยตลอด ขึ้นอยู่ที่เราแล้วว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้แบบไหนและใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าลืมอัพเดทเทรนด์ให้ทันและหมั่นมองหา Tools ที่ใช่สำหรับคุณอยู่เสมอนะคะ 

29 มิถุนายน 25666 min read
article image
MarTech

5 ตัวชี้วัดความคุ้มค่าของ MarTech สรุปความรู้ที่ได้ในงาน CTC2023

          MarTech คุ้มค่ากับการลงทุนมั้ย? ในยุคที่ทุกอย่างต้องเร็ว การแข่งขันสูง “เทคโนโลยี” มีบทบาทเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต ทำให้หลายบริษัทนำเครื่องมือ MarTech เข้ามาใช้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องมือนั้น คุ้มค่ากับการลงทุนมากแค่ไหน ?          วันนี้  1Moby ขอสรุป 5 MarTech Performance Metrics โดยคุณบี สโรจ เลาหศิริ จากเพจ สโรจขบคิดการตลาด จากงาน CTC2023 มาฝากกันค่ะ 1. Marketing Output Metric : ตัวชี้วัดด้านผลลัพธ์การตลาด          เป็นการวัดในแง่ของผลลัพธ์ทางการตลาด ว่าในแต่ละส่วนที่เราเอา MarTech เข้ามาช่วยนั้น Marketing Out Put ออกมาเป็นอย่างไร โดยดูได้จาก “Customer Journey” ว่าในทุกๆ Funnels เรานำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานครบเต็มประสิทธิภาพมั้ย? พนักงานทำงานง่ายหรือยากขึ้นกว่าเดิม? และที่สำคัญ ต้องวัดผลได้ชัดเจนในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ ยกตัวอย่างเช่น Reach to core target % Engagement , Desired และ Conversion Quality Lead GenerationRepeat Rate and Chun RateRevenue Generation  2. Financial Metric : วัดผลด้านการเงิน          ลองคำนวณดูว่าเงินที่เราลงทุนไปกับ MarTech ตัวนั้นๆ คุ้มค่ากับองค์กรของเรามั้ย ได้งานที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น ต้นทุนต้องลดลงหรือเปล่า โดยมีสูตรในการคำนวณ คือ              Return on Investment (ROI)  =  Revenue Generated + Revenue Saving                                                                     ______________________________________                                                                                      Tools Expense3. Customer Metric : วัดผลด้านความพึงพอใจของลูกค้า          Martech ที่ดีกับองค์กรของ “ต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้า ไม่ใช่สร้างปัญหา” และที่สำคัญต้อง “วัดผลได้” ว่าลูกค้าของเรามีความพึงพอใจมากขึ้นมั้ย ทั้งนี้การวัดผลทำได้หลายหลากวิธี ตามแต่รูปแบบของสินค้าและบริการ เช่น การเซอร์เวย์ความพึงพอใจของลูกค้า , การทำ NPS , Customer Retention Rate , Customer Support Response Time เป็นต้น  4. Utilization & Compliance Metric : วัดผลด้านความคุ้มค่ากับการใช้งานจริงในองค์กร          อีกสิ่งสำคัญในการนำ MarTech มาใช้ในองค์กร นั่นก็คือ “พนักงาน” ของเราใช้เครื่องมือได้คุ้มค่าหรือไม่ ใช้คุ้ม ใช้ดี ใช้เป็นหรือเปล่า?  ซึ่งมีวิธีตรวจสอบได้จากอัตราการใช้งานภาพรวมของ MarTech , อัตราการใช้งานฟีเจอร์ , เอนเกจของพนักงานกับเครื่องมือนั้นๆ   5. Provider Performance Metric วัดผลจากประสิทธิภาพของเครื่องมือและผู้ให้บริการ          หลังจากองค์กรได้ใช้เครื่องมือ MarTech แล้ว จำเป็นต้องกลับไปดูผู้ให้บริการ MarTech นั้นด้วยว่ามีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน , มีการอัปเดตเวอร์ชันการบริการหรือเปล่า , เครื่องมือมีความเสถียรมั้ย ระบบล่มบ่อยแค่ไหน หรือถ้าจะให้ดี ผู้ให้บริการต้องมีการเล่าถึง Roadmap ในการพัฒนา Tools นั้นๆว่าไปในทิศทางใดอยู่เสมอ ดูตัวอย่างง่ายๆ เช่น Apple ที่จะมีการมาอัปเดตเวอร์ชันให้ผู้ใช้งานได้ทราบกันตลอด เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้มากขึ้น          และนี่คือ 5 ตัวชี้วัดความคุ้มค่าของ MarTech ที่ 1Moby นำมาฝากกันค่ะ ไม่ว่าจะทำองค์กร หรือธุรกิจรูปแบบใด ความคุ้มค่าย่อมเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ การจะเลือก Tools Martech มาใช้สักตัว ก็ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งกับผู้บริหาร พนักงาน และลูกค้า  #CTC2023 #MarTech #Metrics  

29 มิถุนายน 25664 min read
article image
MarTech

พลิกวงการ Creative Content Marketing ด้วย Generative AI

Generative AI เป็นเพียงเครื่องมือ คุณต่างหากคือผู้เล่น คำถามคือแล้วเราจะเล่นกับ AI อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ‼1Moby สรุปเซสชัน Transform Creative Content Marketing with Generative AI โดยคุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล Co-Founder & Director of Planning & Ideas BrandbakerAI เปรียบเหมือนกล่องหนึ่งใบให้เราสามารถใส่ Input เข้าไป และกล่องนั้นประมวลผล Output ออกมา ซึ่งกล่องของ AI นั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ ภาพ เพลง วิดีโอ หรือเว็บไซต์AI สามารถช่วยคิดไอเดีย และคราฟต์งานเบื้องต้นได้ เพื่อให้เราเลือกข้อมูลที่ดีที่สุดมาใช้ แต่เราไม่ควรนำข้อมูลจาก AI มาใช้ทั้งหมด เพราะอาจจะยังมีข้อบกพร่องบางจุดAI เข้ามาช่วยให้ Process งาน เร็วขึ้น และหลากหลายรูปแบบขึ้น โดยสามารถรวม Output จากหลายกล่อง มาประกอบกันเป็นงานหนึ่งชิ้นได้Input ที่ดี นำมาสู่ Output ที่ดี ฉะนั้น Good Input ในการใช้ AI คือการให้ข้อมูลที่ละเอียดมากๆ เพื่อให้ AI หาคำตอบที่ต้องการได้ถูกจุด รวมถึงพยายามคุยกับ AI บ่อยๆ เพื่อให้ AI เกิดการเรียนรู้และจดจำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นHow to ใช้ Generative AI ในการทำ Content Marketing 3 ขั้นตอนAnalyze DataSummarized DataCraft Strategy ข้อควรระวังในการใช้ Generative AIอาจมีชุดข้อมูลผิดพลาด หรือไม่อัปเดต ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมขาด Common Sense เหมือนมนุษย์ เรื่องลิขสิทธิ์ ความปลอดภัย เราไม่ควรนำข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลบริษัทป้อนให้ AI ทั้งหมดอย่างไรก็ตามหากคุณต้องการเพลงที่ไพเราะจับใจ แน่นอนว่าเปียโนคือสิ่งสำคัญ แต่อีกสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือตัวผู้เล่น ที่ต้องอาศัยความรู้ การฝึกฝน และประสบการณ์ เครื่องมือ AI ก็เช่นเดียวกัน ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นเครื่องมือเท่านั้น ตัวที่จะชี้วัดได้ว่า AI จะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับผู้เล่นเช่นคุณต่างหาก 

29 มิถุนายน 25662 min read
article image
Digital Transformations

CRM คืออะไร ? ทำความรู้จัก 4 ประเภท CRM กันเถอะ

เพราะโลกธุรกิจแข่งขันรุนแรงขึ้นทุกวัน หากเรามัวแต่วางกลยุทธ์มองหาแต่ลูกค้าใหม่อย่างเดียว ก็อาจจะทำให้เราต้องเสียงบการตลาดแบบเกินความจำเป็น ต้องจ่ายต้องลงทุนไปเรื่อย ๆ แบบเดา โดยไม่รู้เลยว่าคนกลุ่มนั้นเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราจริงหรือเปล่า การลงทุนนั้น ๆ เขาจะสนใจสินค้าหรือบริการเราจริงแค่ไหนก็ยังไม่รู้          เลิกเถอะค่ะ การทำการตลาดแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ทุ่มทั้งเงินทุ่มทั้งแรงแล้วมองไม่เห็นผลลัพธ์อะไรเลย จะดีกว่าไหม ถ้าเราหันมาเอาใจลูกค้าที่มีอยู่แล้ว ดูแลจัดการความสัมพันธ์ลูกค้าด้วยระบบ CRM หรือ Customer Relationship Management ให้ดี เพื่อส่งต่อบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้งาน รู้จักระบบ CRM          ให้สรุปชัดเข้าใจง่าย ๆ ระบบ CRM คือ ระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขาย และเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร จุดนี้มีข้อดีคือเราไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าใหม่ และการหันมาทำความรู้จักและบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าให้มากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น รู้ใจแบบไม่ต้องเดาใจ ตรงกับความต้องการสูงสุด4 ประเภทของ CRMกำลังอยากเริ่มต้น และอยากทำความรู้จัก CRM ให้มากขึ้น เรามาดู 4 ประเภทของระบบ CRM มาบอกเล่าสู่กันฟังค่ะ เผื่ออยากเอาไปเลือกใช้งานกันได้1. Operational CRM บริหารจัดการ          บริหารดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! รู้หรือเปล่าว่า ระบบ CRM ไม่ได้เพียงแค่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเท่านั้น แต่ช่วยบริหารจัดการธุรกิจได้ด้วยนะ โดย Operational CRM แบ่งเป็นรูปแบบตามนี้           Sales Automation ระบบการขายอัตโนมัติ ช่วยจัดระเบียบให้การซื้อขายง่ายยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบดังกล่าว จะทำให้เราพยากรณ์ยอดขายได้แม่นยำขึ้นเยอะMarketing Automation ระบบการตลาดอัตโนมัติ เป็นการหาช่องทางการโปรโมท นำเสนอผลิตภัณฑ์ กระตุ้นการซื้อซ้ำ บริการให้เข้าถึงลูกค้าของเราแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องเหนื่อยอัตโนมือแล้ว เช่น การส่งอีเมล ส่งข้อความ SMS หรือการยิง Ads โฆษณาบนออนไลน์ ระบบนี้ก็ข้ามาช่วยได้นะ          Service Automation ระบบบริการอัตโนมัติ จุดนี้เป็นการช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด ส่วนใหญ่จะใช้กับคอลเซนเตอร์เป็นหลัก          จะเห็นได้ว่า Operational CRM ดังล่าว ช่วยเพิ่มความสะดวกให้การทำงาน ลดเวลาการทำงานให้ทีมการตลาดและทีมขาย เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เพิ่มประสิทธิภาพได้เยอเลยนะ 2. Analytical CRM เน้นวิเคราะห์ข้อมูล          การสร้างรายงานและการวิเคราะห์ก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ Analytical CRM ด้วยความที่เป็น CRM วิเคราะห์เชิงลึกที่ผู้บริหารนิยมใช้ค่ะ เนื่องจากจะได้เห็นภาพรวมทั้งหมดของการบริการลูกค้าในทุกช่องทาง ซึ่งความหินของ Analytical CRM คือ จะต้องรวบรวมข้อมูลให้หมดจะได้เห็นภาพว่า ต้องทำยังไงต่อไป ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพยังไง เพื่อให้ลูกค้าอยากอยู่กับเราไปนาน ๆ มีความภักดีในแบรนด์สินค้าและบริการ (Brand Loyalty) ต่อไป 3. Collaborative CRM การทำงานร่วมกัน          สำหรับ  Collaborative CRM อันนี้เป็นระบบที่บางครั้งก็ถูกเรียกว่า Strategic CRM ก็มีค่ะ โดยจะเป็นการรวมข้อมูลทั้งองค์กรแบบขนานใหญ่ เน้นการแบ่งปันข้อมูลของลูกค้าในหน่วยธุรกิจต่าง ๆ เช่น ทีมขาย ทีมการตลาด ทีมเทคนิค และฝ่ายสนับสนุน หรือทีมคอลเซนเตอร์ ฯลฯ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแชร์ข้อมูลกัน ร่วมกันมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน          ในส่วน Collaborative CRM นี้มีไว้แก้ปัญหาให้กับบริษัท ธุรกิจ หรือองค์กรที่ไม่รู้ว่า จะต้องวางแผนยังไงต่อไป ยิ่งถ้ากำลังรู้สึกเบื่อ ๆ กับการวางกลยุทธ์แบบไม่รู้ว่าลูกค้าคิดอะไร ? เพื่อให้การตลาดยั่งยืน รู้หรือไม่ว่า หลังจากที่เราทำ สิ่งนี้จะช่วยวางกลยุทธ์ให้กับธุรกิจได้ด้วย โดยข้อมูลดังกล่าว ช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลได้ง่าย เช่น รู้ว่าลูกค้าชอบอะไร ชอบสินค้าไหน ชอบโปรโมชั่นอะไร หรือมีความต้องการยังไง ตรงนี้ถือว่าเป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์แบบคนรู้ใจที่ไม่ต้องเดาไปเอง เนื่องจากข้อมูลนี้ค่อนข้างเยอะ บางครั้งก็จะใช้ระบบซอฟท์แวร์มาช่วยวิเคราะห์ เก็บข้อมูล และตัดสินใจร่วมด้วยค่ะ4. Social CRM โซเชียลก็ช่วยได้          เพราะโซเชียลทำให้เราใกล้กันมากขึ้น ยิ่งตอนนี้คนเล่นโซเชียลกันทุกวัน ทุกเวลาค่ะ ดังนั้น รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าบนช่องทาง Social CRM ก็เป็นอีกทางที่น่าสนใจ โดยระบบ CRM ประเภทนี้เราจะต้องเน้นการสื่อสารให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้ยินดีที่จะแชร์ คอมเมนต์ แชทหา โดย Socail CRM นั้นทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกค้า หรือสื่อสารกันแบบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันขึ้นกับชาวเน็ต และเก็บข้อมูลเอาไปต่อยอดบริการในขั้นต่อไปได้ค่ะ นอกจากนี้เรายังหยิบข้อมูลในโซเชียลมีเดียที่เรามีมาวิเคราะห์ต่อยอดการตลาดได้อีกด้วยนะแล้วจะทำยังไงให้ CRM ประสบความสำเร็จ          เพราะความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัวค่ะ เพื่อให้การทำ CRM แม่นยำแบบไม่คิดไปเอง เราจะต้องตั้งโจทย์ที่ต้องการ ว่า เราทำ CRM เพื่ออะไร มีเป้าหมายอะไร หลังจากนั้นต้องเก็บข้อมูล Data พอสมควรเลยค่ะ โดยจะต้องเก็บข้อมูลให้ตรงกับที่เราต้องการใช้งาน และต้องวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ด้วยนะ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายของมือใหม่ที่อยากลองทำ CRM พอสมควรเลยล่ะ          และถ้าอยากเริ่มทำระบบ CRM แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ปรึกษา 1Moby ได้นะคะ เรายินดีให้คำปรึกษาทุกธุรกิจ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องตามเป้าหมายของธุรกิจคุณ ปรึกษาฟรีค่ะ 

23 มิถุนายน 25666 min read
article image
Digital Transformations

ตามให้ทันการตลาดปัจจุบัน ส่องการปรับใช้ Digital Transformation ในรูปแบบ CRM

โลกเดี๋ยวนี้หมุนไวค่ะ โดยเฉพาะเรื่องราวเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่เราต้องอัปเดทเป็นประจำสม่ำเสมอ และเช่นเคย 1Moby มีเรื่องราวกระแส Digital Transformation และ CRM คืออะไร และทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร มาเล่าสู่กันฟังค่ะ ความหมายของ Digital Transformation          Digital Transformation หมายถึง กระบวนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ และปรับใช้ในทุกภาคส่วน เพื่อให้การทำงานง่ายขึ้น และส่งมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า บ้างก็เรียกย่อ ๆ ว่า DX ซึ่งเป็นคำกว้างที่นิยมพูดถึง และนำไปปรับใช้ในองค์กรเทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจ          ก่อนจะนำพัฒนาระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า CRM มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า Customer Relationship Management เรามาดูเทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจกันก่อน        ว่ากันว่า แนวโน้มในอนาคต จะหันมาใช้ CRM เพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูล ใช้เชื่อมต่อการขาย การตลาด และการบริการทราบข้อมูลที่ดีขึ้น ในการพัฒนาระบบเข้าถึงลูกค้า          หรือจะเป็นเทรนด์ Social CRM ที่นับต่อจากนี้ธุรกิจจะใช้รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าบนสื่อออนไลน์ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง          ใด ๆ นี้เป็นตัวอย่างเทรนด์ CRM เพื่อธุรกิจคร่าว ๆ ที่นำมาบอกเล่าให้เข้าใจเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำมาทำให้ธุรกิจดียิ่งขึ้น ช่วยให้ลูกค้าประทับใจอยู่กับธุรกิจยาวนานปรับใช้ Digital Transformation กับ CRM          หลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของ Digital Transformation และ CRM เรียบร้อย ต่อมาเรามาดูการปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ เริ่มจากขั้นตอน ดังนี้สำรวจปัญหาที่องค์กรหรือธุรกิจมีว่าต้องการแก้ไขปัญหาอะไร มองหาเทคโนโลยี มาช่วยแก้ปัญหาให้เหมาะสมประยุกต์ใช้ พร้อมกับตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานตัวอย่าง  เจอปัญหาข้อมูลเยอะเกิน ไม่รู้จะวิเคราะห์ทำข้อมูล CRM จากอะไรก่อนดี การนำ Digital Transformation มาปรับใช้ จัดเรียงข้อมูลของลูกค้าเพื่อต่อยอดการทำกิจกรรมการตลาด วิเคราะห์ได้ง่าย และฉับไวมากขึ้นก็สามารถทำได้ หลังจากนั้นอย่าลืมตรวจสอบผลลัพธ์หลังจากปรับใช้ด้วยนะเริ่มสนใจแล้วใช่ไหม? สนใจลงทุนพัฒนา Digital Transformation ให้กับองค์กร ผสานกับการทำ CRM สอบถาม 1Moby เราพร้อมเนรมิตแพลตฟอร์มหรือโซลูชันที่เป็นเกี่ยวข้องกับ Digital Transformation ซึ่งเป็นรูปแบบ CRM หรือ แบบอื่น ๆ ได้โดยคุณจะได้โซลูชันที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจหรือการขายของคุณ เพราะเราจะวิเคราะห์และออกแบบให้คุณโดยเฉพาะ รับประกันว่าไม่ซ้ำใครแน่นอน สามารถสอบถามได้ที่  www.1moby.com/  หรือโทร 02 798 6000 

23 มิถุนายน 25667 min read
article image
Data& Analytics

มัดรวมมาให้ CDP คืออะไร ทำไม ? ถึงเป็นเทรนด์สุดปัง

เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ Digital Transformation ที่กำลังมาแรงและกำลังได้รับความสนใจมาก ๆ เลย นั่นก็คือ CDP หรือเรียกว่า Cutomer Data Platform แต่ถ้าคุณสงสัยว่า CDP คืออะไร มีรายละเอียดแบบไหน แล้วทำไมธุรกิจจะต้องทำความรู้จัก บทความนี้มีสรุปเล่าให้ฟังCustomer Data Platform (CDP) คืออะไร          คำว่า Customer Data Platform หรือ CDP คือ แพลตฟอร์มสำหรับจัดการข้อมูลลูกค้า จุดเด่นที่ทำให้ CDP น่าสนใจสุด ๆ คือ Platform นี้ใช้เก็บข้อมูลจากทุก ๆ แหล่งข้อมูลที่กระจัดกระจายแบบรวบไว้ที่เดียวใน CDP ช่วยให้ทำการตลาดและบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าได้สะดวกขึ้น เห็นลูกค้าชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมีความปลอดภัยด้วย เลยทำให้ CDP กลายเป็นอีกเทรนด์ที่น่าสนใจ! ทำไมทุกธุรกิจจะต้องมี CDP           ทุกวันนี้ Data Privacy ความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าต้องมาเป็นอันดับ 1 และ CDP จะช่วยให้จัดการข้อมูลให้เป็นไปตาม กฎ PDPA และ GDPR ที่จะเก็บข้อมูลเฉพาะผู้ที่ยินยอมให้ข้อมูลเท่านั้น ตอบโจทย์กรอบกำกับการดูแลข้อมูล Data Governance          ยิ่งถ้าคุณเผชิญหน้ากับปัญหามี Data หลายช่องทาง้กินไปแล้ว!!! แพลตฟอร์ม CDP จะช่วยรวบ Data ให้ทำงานได้ง่ายแบบไม่ต้องเดา ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป เพราะรู้ทุกข้อมูลของธุรกิจ แบบมีระบบชัดเจนมากขึ้นCDP ใช้เก็บข้อมูลประเภทใด           สำหรับข้อมูล CDP จะสามารถเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรมของลูกค้า และนำมาสร้างโปรไฟล์ของลูกค้าได้ละเอียดแม่นยำขึ้น โดยมีระยะการเก็บข้อมูลไม่จำกัดถามว่า CDP เก็บข้อมูลอะไรบ้าง CDP จะช่วยข้อมูลที่ระบุตัวตนชัดเจน ได้แก่ข้อมูลส่วนตัวที่ระบุตัวตนได้ (Identity data) เช่น ชื่อ, รายละเอียดการติดต่อ,  พิกัด ฯลฯข้อมูลเชิงรายละเอียด (Descriptive data) เช่น อาชีพ, ไลฟ์สไตล์, งานอดิเรก ฯลฯข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative data) เช่น ยอดการสั่งซื้อ, วันที่สั่งซื้อ, จำนวนสินค้า ฯลฯข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Behavioral data) เช่น การเข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลการเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับโซเชียลมีเดีย, อุปกรณ์ที่ใช้ รวมทั้งข้อมูลการฌข้าถึงโฆษณาออนไลน์ ฯลฯข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative data) เช่น การให้คะแนนบริการของลูกค้า ฯลฯ          จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนได้เอาไว้ด้วยกันทำให้ CDP เปรียบเสมือนคลังสมบัติกล่องโตที่พร้อมใช้งาน          โดย CDP มีโครงสร้าง Data ยืดหยุ่น เชื่อมโยงข้อมูลหลากหลายแบบ Relational Data ได้สบาย ๆ ระบบดังกล่าวเน้นใช้งานฝั่งนักการตลาด แบ่งประเภทได้ชัดเจน (Segmentation) ไว้ใช้งานได้ และมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลระดับ Enterprise เพิ่มความปลอดภัยอีกระดับให้ข้อมูลของลูกค้าปลอดภัยที่สุด ตัวอย่างการใช้งาน CDP มีอะไร           กรณีศึกษาของการใช้งาน CDP จะมีจุดแตกต่างกัน เช่นเก็บข้อมูล หรือสามารถทำนายและแนะนำอนาคตได้ด้วยช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เดี๋ยวเราแบ่งเป็นรายละเอียดคร่าว ๆ ให้เห็นเป็นไอเดียนะคะใช้เพิ่มยอดขาย ด้วยการใช้ข้อมูลการซื้อของลูกค้า เอาไปเสนอโค้ดรหัสส่วนลด แต่ละรายการหรือแนะนำผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของลูกค้าใช้ทำความเข้าใจแบรนด์ เพื่อปรับข้อเสนอโปรโมชันของสินค้าได้ตรงจุดที่สุดใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในอนาคต เช่น ความน่าจะเป็นของยอดขาย การเข้าชม การเปิดอีเมล เมื่อเรารู้ข้อมูลก็จะสามารถปรับปรุงธุรกิจและการตลาดได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพใช้รวมโปรไฟล์ลูกค้าจากทุกช่องทาง ทั้งข้อมูลลูกค้าหน้าร้านและช่องทางออนไลน์เข้าด้วยกัน ทำให้เรารู้จักลูกค้า จดจำได้ และบริการได้ดีกว่าที่เคย          เห็นถึงประโยชน์ของ CDP และเริ่มสนใจทำ CDP ให้กับองค์กรหรือธุรกิจกันแล้วใช่ไหม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด และพูดคุยกันได้ที่ 1Moby เรายินดีให้คำปรึกษา สร้างแต้มต่อให้ธุรกิจด้วย Digital Tranformation นะคะ 

22 พฤษภาคม 25664 min read