บทความทั้งหมด

article image
Marketing Technology

พลิกวงการ Creative Content Marketing ด้วยการใช้ Generative AI

Generative AI เป็นเพียงเครื่องมือ คุณต่างหากคือผู้เล่น คำถามคือแล้วเราจะเล่นกับ AI อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ‼1Moby สรุปเซสชัน Transform Creative Content Marketing with Generative AI โดยคุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล Co-Founder & Director of Planning & Ideas BrandbakerAI เปรียบเหมือนกล่องหนึ่งใบให้เราสามารถใส่ Input เข้าไป และกล่องนั้นประมวลผล Output ออกมา ซึ่งกล่องของ AI นั้นมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ ภาพ เพลง วิดีโอ หรือเว็บไซต์AI สามารถช่วยคิดไอเดีย และคราฟต์งานเบื้องต้นได้ เพื่อให้เราเลือกข้อมูลที่ดีที่สุดมาใช้ แต่เราไม่ควรนำข้อมูลจาก AI มาใช้ทั้งหมด เพราะอาจจะยังมีข้อบกพร่องบางจุดAI เข้ามาช่วยให้ Process งาน เร็วขึ้น และหลากหลายรูปแบบขึ้น โดยสามารถรวม Output จากหลายกล่อง มาประกอบกันเป็นงานหนึ่งชิ้นได้Input ที่ดี นำมาสู่ Output ที่ดี ฉะนั้น Good Input ในการใช้ AI คือการให้ข้อมูลที่ละเอียดมากๆ เพื่อให้ AI หาคำตอบที่ต้องการได้ถูกจุด รวมถึงพยายามคุยกับ AI บ่อยๆ เพื่อให้ AI เกิดการเรียนรู้และจดจำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นHow to ใช้ Generative AI ในการทำ Content Marketing 3 ขั้นตอนAnalyze DataSummarized DataCraft Strategy ข้อควรระวังในการใช้ Generative AIอาจมีชุดข้อมูลผิดพลาด หรือไม่อัปเดต ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมขาด Common Sense เหมือนมนุษย์ เรื่องลิขสิทธิ์ ความปลอดภัย เราไม่ควรนำข้อมูลสำคัญ หรือข้อมูลบริษัทป้อนให้ AI ทั้งหมดอย่างไรก็ตามหากคุณต้องการเพลงที่ไพเราะจับใจ แน่นอนว่าเปียโนคือสิ่งสำคัญ แต่อีกสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือตัวผู้เล่น ที่ต้องอาศัยความรู้ การฝึกฝน และประสบการณ์ เครื่องมือ AI ก็เช่นเดียวกัน ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นเครื่องมือเท่านั้น ตัวที่จะชี้วัดได้ว่า AI จะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับผู้เล่นเช่นคุณต่างหาก 

2 ตุลาคม 25662 min read
article image
Marketing Technology

5 ตัวชี้วัดความคุ้มค่าของ MarTech สรุปความรู้ที่ได้ในงาน CTC 2023

          MarTech คุ้มค่ากับการลงทุนมั้ย? ในยุคที่ทุกอย่างต้องเร็ว การแข่งขันสูง “เทคโนโลยี” มีบทบาทเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต ทำให้หลายบริษัทนำเครื่องมือ MarTech เข้ามาใช้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องมือนั้น คุ้มค่ากับการลงทุนมากแค่ไหน ?          วันนี้  1Moby ขอสรุป 5 MarTech Performance Metrics โดยคุณบี สโรจ เลาหศิริ จากเพจ สโรจขบคิดการตลาด จากงาน CTC2023 มาฝากกันค่ะ 1. Marketing Output Metric : ตัวชี้วัดด้านผลลัพธ์การตลาด          เป็นการวัดในแง่ของผลลัพธ์ทางการตลาด ว่าในแต่ละส่วนที่เราเอา MarTech เข้ามาช่วยนั้น Marketing Out Put ออกมาเป็นอย่างไร โดยดูได้จาก “Customer Journey” ว่าในทุกๆ Funnels เรานำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานครบเต็มประสิทธิภาพมั้ย? พนักงานทำงานง่ายหรือยากขึ้นกว่าเดิม? และที่สำคัญ ต้องวัดผลได้ชัดเจนในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ ยกตัวอย่างเช่น Reach to core target % Engagement , Desired และ Conversion Quality Lead GenerationRepeat Rate and Chun RateRevenue Generation  2. Financial Metric : วัดผลด้านการเงิน          ลองคำนวณดูว่าเงินที่เราลงทุนไปกับ MarTech ตัวนั้นๆ คุ้มค่ากับองค์กรของเรามั้ย ได้งานที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น ต้นทุนต้องลดลงหรือเปล่า โดยมีสูตรในการคำนวณ คือ              Return on Investment (ROI)  =  Revenue Generated + Revenue Saving                                                                     ______________________________________                                                                                      Tools Expense3. Customer Metric : วัดผลด้านความพึงพอใจของลูกค้า          Martech ที่ดีกับองค์กรของ “ต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้า ไม่ใช่สร้างปัญหา” และที่สำคัญต้อง “วัดผลได้” ว่าลูกค้าของเรามีความพึงพอใจมากขึ้นมั้ย ทั้งนี้การวัดผลทำได้หลายหลากวิธี ตามแต่รูปแบบของสินค้าและบริการ เช่น การเซอร์เวย์ความพึงพอใจของลูกค้า , การทำ NPS , Customer Retention Rate , Customer Support Response Time เป็นต้น  4. Utilization & Compliance Metric : วัดผลด้านความคุ้มค่ากับการใช้งานจริงในองค์กร          อีกสิ่งสำคัญในการนำ MarTech มาใช้ในองค์กร นั่นก็คือ “พนักงาน” ของเราใช้เครื่องมือได้คุ้มค่าหรือไม่ ใช้คุ้ม ใช้ดี ใช้เป็นหรือเปล่า?  ซึ่งมีวิธีตรวจสอบได้จากอัตราการใช้งานภาพรวมของ MarTech , อัตราการใช้งานฟีเจอร์ , เอนเกจของพนักงานกับเครื่องมือนั้นๆ   5. Provider Performance Metric วัดผลจากประสิทธิภาพของเครื่องมือและผู้ให้บริการ          หลังจากองค์กรได้ใช้เครื่องมือ MarTech แล้ว จำเป็นต้องกลับไปดูผู้ให้บริการ MarTech นั้นด้วยว่ามีความน่าเชื่อถือมากแค่ไหน , มีการอัปเดตเวอร์ชันการบริการหรือเปล่า , เครื่องมือมีความเสถียรมั้ย ระบบล่มบ่อยแค่ไหน หรือถ้าจะให้ดี ผู้ให้บริการต้องมีการเล่าถึง Roadmap ในการพัฒนา Tools นั้นๆว่าไปในทิศทางใดอยู่เสมอ ดูตัวอย่างง่ายๆ เช่น Apple ที่จะมีการมาอัปเดตเวอร์ชันให้ผู้ใช้งานได้ทราบกันตลอด เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจได้มากขึ้น          และนี่คือ 5 ตัวชี้วัดความคุ้มค่าของ MarTech ที่ 1Moby นำมาฝากกันค่ะ ไม่ว่าจะทำองค์กร หรือธุรกิจรูปแบบใด ความคุ้มค่าย่อมเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ การจะเลือก Tools Martech มาใช้สักตัว ก็ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งกับผู้บริหาร พนักงาน และลูกค้า  #CTC2023 #MarTech #Metrics  

2 ตุลาคม 25664 min read
article image
Marketing Technology

สรุปสั้นๆ Marketing Insight & Technology Trend 2023 ที่ได้จากงาน CTC 2023

1Moby ได้มีโอกาสร่วมฟัง คุณแบงค์ สิทธินันท์ พลวิสุทธิ์ศักดิ์ CEO of Content Shifu ที่มาบอกเล่าความรู้ที่นักการตลาดทุกท่านควรรู้ ในหัวข้อ  Marketing Insight & Technology Trend 2023 และคาดคะเนไปถึงเทรนด์อนาคต ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนาในงาน CTC2023  โดยเราขอนำมาย่อยความรู้ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ AI อยู่กับเรามานานแล้ว แต่พึ่งแมส เทคโนโลยี AI นั้นอยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน และมีเยอะมากจนเรานับกันไม่ไหว ซึ่งก่อนที่ AI จะมีกระแสในช่วง 3 - 4 ปีนี้ เรามี AI ใช้กันมาตั้งนานแล้ว นั้นคือการส่ง Email ซึ่งเป็นหนึ่งในการทำการตลาด เป็นการ  Optimize และ Segment กลุ่มผู้รับข้อความจากเรา หรือเครื่องมือจำพวก social listening tools และการ Genarate ภาพ ก็มีมานานแล้ว เพียงแค่เราพึ่งจะมาให้ความสนใจไม่นานมานี้แค่นั้นเอง  เนื่องจากตอนนี้เรามี Generative AI มาให้เราใช้งานกันเยอะมาก แต่เราก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างยกตัวอย่าง Samsung ที่ได้ออกมาตรการห้ามให้พนักใช้ ChatGPT เนื่องจากกังวัลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ส่องเทรนด์ Marketing  & Technologyตอนนี้กระแสอะไรบ้างที่กำลังมา เพื่อไม่ให้นักการตลาดทุกคนตกเทรนด์ ตามให้ทันคลื่นลูกใหม่ที่มีเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ มีดังนี้1. Automationมาแรงและน่าสนใจ สำหรับการทำ Automation การเก็บข้อมูลอัตโนมัติเป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบOne Way Push : การเก็บข้อมูลชุดนึง ถูกดึงไปใช้กับอีกชุดนึง ปกติแล้วเรามักจะ manual  เก็บข้อมูลมาไว้ที่ไฟล์เอง หากอยากใช้ข้อมูลก็ต้องไปนั่งหาไฟล์นั้น ๆ แต่ Automation จะต้องทำ Flow เรียกเก็บข้อมูลไปที่ Database ได้เองTwo Way Sync : จะดีไม่น้อยเลยถ้าข้อมูล 2 ชุดนี้สามารถใช้ร่วมกัน ดึงข้อมูลไปใช้ร่วมกันได้ไปมา หรือถ้าเราเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ชุดนึง ในข้อมูลชุดอื่น ๆ ที่ซิงค์ก็จะเปลี่ยนตาม   2. The fall of 3rd Party Dataเนื่องจากออกพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทำให้หลายองค์กรเกิดปัญหาการเก็บข้อมูลลูกค้าได้ยากขึ้น ทำให้ระบบ Tracking อาจจะถูกจำกัดความสามารถในการติดตามลูกค้าลง จะเห็นได้จากเป็นแบรนด์ใหญ่อย่าง Apple ที่เพิ่งประกาศเรื่องการยกเลิก Tracking ผู้ใช้งาน และปี 2024 Alphabet ก็จะลงมือเรื่องนี้แบบจริงจังเช่นกันแล้วเราจะทำอย่างไร?  เมื่อเราตามไป Tracking ผู้ใช้งานไม่ได้ เราก็ต้องทำให้ผู้ใช้งานนั้นมาให้ข้อมูลเราแทน (The Rise of Zero-party & First-party) เช่นการส่ง Email และขอความคิดเห็นหรือให้ผู้ใช้งานกดเลือกเนื้อหาของ Email ที่สนใจ 3 Going Beyond Typical Content Formatsการทำคอนเทนต์แบบเดิมอาจจะไม่เห็นผลอีกต่อไป เพราะใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ดังนั้นเราต้องทำให้เด่นและไม่เหมือนใครมากขึ้นตัวอย่าง คอนเทนต์ที่น่าสนใจInteractive Content : การทำคอนเทนต์เน้นให้เกิดความสนใจ คาดหวังให้คนอ่านเข้ามากระทำอะไรบางอย่าง เช่น การประกาศผลการเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมา ให้ผู้ชมติดตามผลแบบเรียลไทม์ หรือการโพสข้อความเชิงคำถามบน  media platform เพื่อให้ผู้พบเห็นเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในพื้นที่ของแบรนด์Behind The Scene Content : การขายของเดี๋ยวนี้ต้องมี Story  ทำให้คนอ่านเห็นถึงเบื้องหลังก่อนที่จะเกิดสินค้านี้ขึ้นมา สร้างความน่าเชื่อถือและสินค้าเข้าถึงได้มากขึ้นเพราะมีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้นนั่นเองContent that Reflects your Brand’s Values : นำเสนอแบรนด์เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์หรือตัวตนของเราจริง ๆ มักจะมาในรูปแบบ Story doing + Story telling 4. MarTech is MarvelousMarTech คือที่สุดของความยิ่งใหญ่ ณ ตอนนี้เรามี MarTech ที่เยอะมากจนจำไม่หมด จะเห็นได้จากข้อมูลที่ทาง Content Shifu ร่วมกับ Hummingbirds Consulting ได้สำรวจผู้ใช้งาน MarTech Tools ในไทย พบว่า          - องค์กรมีการใช้งาน Martech เฉลี่ย 16.7 ตัว และจะมีการลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ          - มีแนวโน้มความพึงพอใจในการใช้งานที่สูงขึ้นกว่า 49% ถึงแม้ในช่วงแรกจะไม่ค่อยพอใจเนื่องจากใช้งานยากทาง Content Shifu  ได้แจก Thai MarTech Providers ซึ่ง MBOX เป็นหนึ่งใน Product ของเราก็ติดโพลนี้ด้วย หากใครที่กำลังสนใจ Communication tools ที่ช่วยในการรวมทุกแพลตฟอร์มแชทมีเดียมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ตอบกลับลูกค้าได้ง่ายขึ้น MBOX ยินดีให้บริการ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ MBOX เลยค่ะ 5. Emerging Adsการทำโฆษณาของไทย จะทำแพลตฟอร์มไหนจะขึ้นอยู่กับกระแส แต่ว่าตอนนี้หนีไม่พ้น Tiktok ที่มาแรงมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Engagement หรือ E-Commerce Marketplace ที่โดดเด่นสุด ๆ 6. The Creator NationAffiliate ในตอนนี้ก็ถูกจับตามองอย่างยิ่ง เป็นการยื่นหมูยื่นแมวที่เท่าเทียมที่สุด นั่นคือการที่ฃให้บุคคลธรรมดาหรือ infulencer ขายของให้ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนก็ต่อเมื่อเกิดการขาย หรือง่าย ๆ ก็คือ ผู้นั้นขายของได้นั่นเองและนี่คือทั้งหมดที่ 1Moby ได้สรุปมาให้ทุกคนได้อ่าน และเราเชื่อว่า MarTech นั่นจะอยู่คู่กับเราแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างที่อยู่มาโดยตลอด ขึ้นอยู่ที่เราแล้วว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้แบบไหนและใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าลืมอัพเดทเทรนด์ให้ทันและหมั่นมองหา Tools ที่ใช่สำหรับคุณอยู่เสมอนะคะ 

2 ตุลาคม 25666 min read
article image
Marketing Automation

การสร้างแชทบอท ตัวช่วยตอบแชทกับลูกค้าและต้นทุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

การแชทเป็นช่องทางสื่อสารที่ทุกคนใช้เป็นประจำทุกวัน!! ในวันนี้เราต้องยอมรับว่า ลูกค้าชอบแชทสอบถามรายละเอียดก่อนช้อปกันมาก ๆ ใจร้อนและหากธุรกิจไหนตอบแชทช้าไม่ทันใจ ลูกค้าก็จะหนีหายไม่รอและไปอุดหนุนเจ้าอื่นแทน ทำให้เราพลาดโอกาสสร้างรายได้ แต่จะให้เรามานั่งตอบแชทตลอดทั้งวันตลอดเวลาก็คงจะไม่ได้ ดังนั้น การสร้างแชทบอทมาเป็นตัวช่วยตอบคำถามพบบ่อยและปิดยอดขายก็เป็นสิ่งที่ต้องทำค่ะแชทบอท (Chatbot) กับ แชทบอทเอไอ (Chatbot AI) ต่างกันอย่างไร           ง่าย ๆ ไม่ยากค่ะ Chatbot เป็นส่วนผสมของคำว่า Chat + Robot คือ บอทที่ถูกสร้างมาให้ถามตอบคำถามพบบ่อยทั่วไป ส่วน Chatbot AI เป็นบอทเหมือนกันแต่ถูกสร้างมาให้ฉลาดกว่าด้วย Dialogflow ทำงานเหมือนเป็นคนตอบ ใช้ภาษาตอบแชทได้อิสระเป็นธรรมชาติเหมือนคนคุยกันจริง ๆ ซึ่งทั้ง Chatbot และ Chatbot AI สามารถตอบกลับการสนทนาแบบอัตโนมัติ ช่วยเบาแรงให้เราไม่ต้องคอยตอบคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ นั้นเองการสร้างแชทบอทมีประโยชน์กับร้านค้าออนไลน์ยังไง           เอาจริง ๆ ถ้าให้พูดแบบตรงไปตรงมาว่าประโยชน์ของการสร้างแชทบอทคืออะไร คงจะต้องบอกว่า การสร้างแชทบอท ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ทำงานได้อย่างสะดวก สบายมากยิ่งขึ้นการสร้างแชทบอท ช่วยปิดยอดขายได้รวดเร็ว ประหยัดเวลาพนักงานแอดมินให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยตอบแชทลูกค้าได้ทุกวัน ทุกเวลา แบบทันเวลา การสร้างแชทบอท ช่วยจบปัญหาแอดมินอู้งานไม่ยอมตอบแชทลูกค้าได้ดีเยี่ยม! อยากใช้แชทบอทต้องเตรียมอะไรบ้าง           ถ้าอยากเริ่มสร้างแชทบอทเราจะต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า เรามีวัตถุประสงค์ใช้แชทบอทเพื่อทำอะไร ? เช่น สร้างแชทบอทเพื่อเก็บรายชื่อลูกค้า, สร้างแชทบอทเพื่อช่วยขายสินค้าปิดยอดขาย, สร้างแชทบอทเพื่อตอบคำถามพบบ่อย ฯลฯ หากมีเป้าหมายที่ชัดเจนก็จะช่วยให้การสร้างแชทบอทนั้นไม่สูญเปล่า ช่วยลดแรง และช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เราจะต้องรู้ว่าอยากจะให้แชทบอทอยู่บนแพลตฟอร์มไหน เช่น Facebook, LINE หรือ Website ตามด้วยการดีไซน์รูปแบบการสนทนาให้กับบอท และก็ลงมือทำ อย่างไรก็ดี เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด การทำแชทบอทนั้นไม่ควรทำแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ หรือทำเสร็จแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย เราควรทำการเก็บข้อมูล มอนิเตอร์ตลอดเวลา และปรับปรุงบอทเรื่อย ๆ นะคะ สร้างแชทบอทไม่เป็นต้องทำอย่างไร           อ่านทำความเข้าใจรายละเอียดการสร้างแชทบอท ตัวช่วยตอบแชทกับลูกค้า ลดแรงและต้นทุนได้อย่างไม่น่าเชื่อเรียบร้อยแล้ว หากมีไฟมีใจอยากเริ่มสร้างแชทบอท เรามีบริการสร้างแชทบอทให้กับทุกธุรกิจ สนใจบริการติดต่อได้ https://www.1moby.com เราพร้อมเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นความจริงค่ะ

2 ตุลาคม 25663 min read
article image
Digital Transformation

ทำไม? ธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับ Digital Transformation

สำหรับ Digital Transformation เป็นเรื่องราวที่ 1Moby นำมาแชร์และบอกเล่าอยู่เสมอ ๆ และครั้งนี้เราหยิบยกเรื่องราวความสำคัญของ Digital Transformation รวมทั้งเหตุการณ์เสี่ยง ๆ หากไม่ปรับองค์กรให้เข้าสู่ยุค Digital Transformation มาบอกเล่าเพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับองค์กรหรือธุรกิจไหนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ Digital Transformation บทความนี้เรามีข้อมูลมาให้เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะDigital Transformation มีความสำคัญต่อธุรกิจแค่ไหน?          ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำ Digital Transformation นั้นสำคัญมาก บนเป้าหมายหลัก ๆ เช่น นำเทคโนโลยีมาปรับเพื่อความอยู่รอดในยุคดิจิทัล ปรับเพื่อเพิ่มรายได้ ปรับเพื่อให้ธุรกิจคล่องตัวขึ้น อีกทั้ง ใช้ออกแบบและผลิตส่งมอบผลิตภัณฑ์/บริการให้ถึงมือลูกค้า รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้ลูกค้าปลื้มและประทับใจธุรกิจและองค์กรของเรามากที่สุดอยากเริ่มต้น Digital Transformation ต้องทำไง?         ธุรกิจจะเริ่มทำ Digital Transformation ได้อย่างไร กำหนดกระบวนการทางธุรกิจปรับให้ดียิ่งขึ้น เช่น รับฟังความเห็นของลูกค้าและนำมาปรับปรุง ฯลฯ เราจะต้องเริ่มอย่างมีแบบแผน ซึ่งจะต้องเริ่มสื่อสารให้คนภายในองค์กรเข้าใจตรงกัน สร้างวัฒนธรรมองค์กร มองหาเครื่องมือที่ใช่มาช่วย Digital Transformation ได้อย่างชัดเจน และจะต้องไม่ทำเรื่อยเปื่อย ต้องวาง KPI ในการลงมือทำร่วมด้วยนะคะ และถ้าอยากอ่านเพิ่ม สามารถคลิกไปที่บทความ Digital Transformation คืออะไร มีเทรนด์ไหนบ้างที่กำลังมาแรงได้นะคะทำไมเราต้องปรับตัวด้วย ? ไม่ปรับได้ไหม?          รู้ว่า การทำ Digital Transformation นั้นมีข้อดียังไงแล้ว แต่ถ้าไม่ทำล่ะจะเป็นไรไหม จะเจอกับอะไรหรือเปล่า มาดู 7 สถานการณ์ที่ต้องเจอว่า ถ้าไม่เปลี่ยนไม่ปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation มีเจ็บแน่ ๆ ตามนี้เลยค่ะ 1.เสี่ยงเจอต้นทุนสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไวยิ่งกว่าใจคนอีกค่ะ เราไม่รู้หรอกค่ะว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุณอาจจะคิดว่าการลงทุนทำ Digital Transformation นั้นมีต้นทุนแพงหลายบาท แต่อยากให้มองว่ามันคุ้มค่าค่ะ ลองนึกภาพว่า ถ้าเรายังใช้เทคโนโลยีเดิม ๆ โดยไม่ยอมลงทุน Digital Transformation คุณอาจจะต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้2.เสี่ยงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดเราไม่ปรับ แต่คู่แข่งของเราอาจจะปรับแล้ว หากคู่แข่งของเราเริ่มต้นทำ Digital Transformation ไวกว่า และประสบความสำเร็จไปแล้ว เราอาจจะแก้ไขอะไรไม่ทัน รับมือไม่ทัน และสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวไปในที่สุดค่ะ พูดง่าย ๆ ว่า แพ้แบบแก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว 3.ธุรกิจจะล้าหลังกว่าคู่แข่งคงต้องหยิบยกประโยคที่ว่า “ทําแบบเดิม ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม” หากเราไม่ปรับตัวสู่ Digital Transformation ธุรกิจของเราก็เสี่ยงล้าหลังกว่าคู่แข่ง เสียเปรียบในการแข่งขัน ร้ายแรงสุดธุรกิจของเราอาจจะจมหายไปจากสังเวียนธุรกิจเลยก็ได้นะ 4.เสี่ยงที่จะเสียลูกค้า และพลาดโอกาสหาลูกค้าใหม่ ๆอันนี้น่ากลัวนะคะ หากเรายังทำธุรกิจแบบเดิม ไม่ได้ปรับเทคโนโลยีอะไรมาใช้ ไม่มีความน่าสนใจอะไร และไม่สนใจลูกค้าเลย แน่นอนว่าลูกค้าเปลี่ยนใจชัวร์ ๆ พร้อมกับเสียโอกาสการหาฐานลูกค้าใหม่ ตลาดใหม่ ๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลล่ะค่ะ 5.เสี่ยงที่จะตัดสินใจผิด วางกลยุทธ์ผิดข้อนี้อาจจะรู้สึกงง ๆ ว่า Digital Transformation เกี่ยวอะไรกับการตัดสินใจ บอกเลยว่า เกี่ยวเต็ม ๆ ค่ะ ข้อนี้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่มีให้เป็นประโยชน์ หรือที่เรียกว่า Data-Driven Decision Making (DDDM) ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลดี ๆ ที่ช่วยให้วางกลยุทธ์ ทำธุรกิจ ตัดสินใจอะไร ๆ ได้แม่นยำขึ้นแบบไม่เสียเปล่า หากองค์กรไม่รู้จักปรับใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์และเลือกตัดสินใจตามใจตัวเอง ตามอารมณ์ส่วนตัวก็จะทำให้องค์กรหรือธุรกิจของเรามองไม่เห็นทางเป็นม้าลำปางในที่สุด ซึ่งตรงนี้  Digital Transformation ช่วยคุณได้นะ 6.ประสิทธิภาพในการดำเนินงานและทำงานลดลงหากเราไม่เปลี่ยนไม่นำเทคโนโลยีมาช่วยธุรกิจก็จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังคำว่า "มีแต่คนบ้าเท่านั้น ที่จะทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง" จากคำกล่าวของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ น่าจะอธิบายได้ดีที่สุดหากเราไม่ปรับตัว ไม่นำ Digital Transformation มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจ นึกภาพตามว่า งานบางอย่างเราสามารถใช้เทคโนโลยีทำแทนได้โดยไม่ต้องเหนื่อย ช่วยลดงานที่ต้องทำซ้ำซาก ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพได้ เห็นไหมว่า ถ้าไม่ปรับองค์กรสู่โลก Digital Transformation อาจจะพลาดโอกาสได้นะคะ7.เสี่ยงที่จะเจอเหตุการณ์พนักงานเก่ง ๆ ลาออกหากไม่ปรับตัวเข้าสู่ Digital Transformation ชัวร์ ๆ เลยว่าต้องเจอกับสถานการณ์พนักงานเก่ง ๆ ลาออก เพราะหมดใจ หมดไฟ ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน เมื่อเจอกับสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ องค์กรของเราก็ต้องคอยลงทุนหาพนักงานใหม่บ่อย ๆ รับมาก็ต้องคอยสอนงานเทรนแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่เลี่ยงไม่ได้เลยล่ะอยากเริ่มทำ Digital Transformation แล้วใช่ไหมคะ?          เตือนแล้วนะ! ทั้งหมดนี้คือ 7 เหตุเสี่ยง ๆ เรื่องเจ็บ ๆ ว่า ทำไมองค์กรหรือธุรกิจควรปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital Transformation อยากลดความเสี่ยงเลี่ยงปัญหาดังกล่าวเรารับปรึกษา สำหรับใครที่สนใจในการปรับการทำงานให้เข้ากับ Digital Transformation เพื่อเสริมสร้างธุรกิจให้เติบโตและเหนือกว่าคู่แข่ง สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ www.1moby.com

2 ตุลาคม 25665 min read
article image
Data & Analytic

มัดรวมมาให้ CDP คืออะไร ทำไม? ถึงเป็นเทรนด์สุดปัง

เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ Digital Transformation ที่กำลังมาแรงและกำลังได้รับความสนใจมาก ๆ เลย นั่นก็คือ CDP หรือเรียกว่า Cutomer Data Platform แต่ถ้าคุณสงสัยว่า CDP คืออะไร มีรายละเอียดแบบไหน แล้วทำไมธุรกิจจะต้องทำความรู้จัก บทความนี้มีสรุปเล่าให้ฟังCustomer Data Platform (CDP) คืออะไร          คำว่า Customer Data Platform หรือ CDP คือ แพลตฟอร์มสำหรับจัดการข้อมูลลูกค้า จุดเด่นที่ทำให้ CDP น่าสนใจสุด ๆ คือ Platform นี้ใช้เก็บข้อมูลจากทุก ๆ แหล่งข้อมูลที่กระจัดกระจายแบบรวบไว้ที่เดียวใน CDP ช่วยให้ทำการตลาดและบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าได้สะดวกขึ้น เห็นลูกค้าชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมีความปลอดภัยด้วย เลยทำให้ CDP กลายเป็นอีกเทรนด์ที่น่าสนใจ! ทำไมทุกธุรกิจจะต้องมี CDP           ทุกวันนี้ Data Privacy ความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าต้องมาเป็นอันดับ 1 และ CDP จะช่วยให้จัดการข้อมูลให้เป็นไปตาม กฎ PDPA และ GDPR ที่จะเก็บข้อมูลเฉพาะผู้ที่ยินยอมให้ข้อมูลเท่านั้น ตอบโจทย์กรอบกำกับการดูแลข้อมูล Data Governance          ยิ่งถ้าคุณเผชิญหน้ากับปัญหามี Data หลายช่องทาง้กินไปแล้ว!!! แพลตฟอร์ม CDP จะช่วยรวบ Data ให้ทำงานได้ง่ายแบบไม่ต้องเดา ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป เพราะรู้ทุกข้อมูลของธุรกิจ แบบมีระบบชัดเจนมากขึ้นCDP ใช้เก็บข้อมูลประเภทใด           สำหรับข้อมูล CDP จะสามารถเก็บข้อมูลเชิงพฤติกรรมของลูกค้า และนำมาสร้างโปรไฟล์ของลูกค้าได้ละเอียดแม่นยำขึ้น โดยมีระยะการเก็บข้อมูลไม่จำกัดถามว่า CDP เก็บข้อมูลอะไรบ้าง CDP จะช่วยข้อมูลที่ระบุตัวตนชัดเจน ได้แก่ข้อมูลส่วนตัวที่ระบุตัวตนได้ (Identity data) เช่น ชื่อ, รายละเอียดการติดต่อ,  พิกัด ฯลฯข้อมูลเชิงรายละเอียด (Descriptive data) เช่น อาชีพ, ไลฟ์สไตล์, งานอดิเรก ฯลฯข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative data) เช่น ยอดการสั่งซื้อ, วันที่สั่งซื้อ, จำนวนสินค้า ฯลฯข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Behavioral data) เช่น การเข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลการเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับโซเชียลมีเดีย, อุปกรณ์ที่ใช้ รวมทั้งข้อมูลการฌข้าถึงโฆษณาออนไลน์ ฯลฯข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative data) เช่น การให้คะแนนบริการของลูกค้า ฯลฯ          จะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนได้เอาไว้ด้วยกันทำให้ CDP เปรียบเสมือนคลังสมบัติกล่องโตที่พร้อมใช้งาน          โดย CDP มีโครงสร้าง Data ยืดหยุ่น เชื่อมโยงข้อมูลหลากหลายแบบ Relational Data ได้สบาย ๆ ระบบดังกล่าวเน้นใช้งานฝั่งนักการตลาด แบ่งประเภทได้ชัดเจน (Segmentation) ไว้ใช้งานได้ และมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลระดับ Enterprise เพิ่มความปลอดภัยอีกระดับให้ข้อมูลของลูกค้าปลอดภัยที่สุด ตัวอย่างการใช้งาน CDP มีอะไร           กรณีศึกษาของการใช้งาน CDP จะมีจุดแตกต่างกัน เช่นเก็บข้อมูล หรือสามารถทำนายและแนะนำอนาคตได้ด้วยช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เดี๋ยวเราแบ่งเป็นรายละเอียดคร่าว ๆ ให้เห็นเป็นไอเดียนะคะใช้เพิ่มยอดขาย ด้วยการใช้ข้อมูลการซื้อของลูกค้า เอาไปเสนอโค้ดรหัสส่วนลด แต่ละรายการหรือแนะนำผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์และความสนใจของลูกค้าใช้ทำความเข้าใจแบรนด์ เพื่อปรับข้อเสนอโปรโมชันของสินค้าได้ตรงจุดที่สุดใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในอนาคต เช่น ความน่าจะเป็นของยอดขาย การเข้าชม การเปิดอีเมล เมื่อเรารู้ข้อมูลก็จะสามารถปรับปรุงธุรกิจและการตลาดได้อย่างเหมาะสมและมีคุณภาพใช้รวมโปรไฟล์ลูกค้าจากทุกช่องทาง ทั้งข้อมูลลูกค้าหน้าร้านและช่องทางออนไลน์เข้าด้วยกัน ทำให้เรารู้จักลูกค้า จดจำได้ และบริการได้ดีกว่าที่เคย          เห็นถึงประโยชน์ของ CDP และเริ่มสนใจทำ CDP ให้กับองค์กรหรือธุรกิจกันแล้วใช่ไหม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด และพูดคุยกันได้ที่ 1Moby เรายินดีให้คำปรึกษา สร้างแต้มต่อให้ธุรกิจด้วย Digital Tranformation นะคะ 

2 ตุลาคม 25664 min read
article image
Marketing Automation

ข้อสำคัญก่อนสร้างแชทบอทเพื่อธุรกิจ ต้องอ่าน!

ทุกวันนี้การแชทแทบจะเป็นส่วนนึงของชีวิตประจำวันของผู้คน ว่ากันว่าลูกค้าส่วนใหญ่นิยมทักแชทก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการ เพื่อให้ธุรกิจของเราไม่พลาดทุกการติดต่อ แชทบอท (Chatbot) จึงเป็นตัวช่วยผู้ประกอบการและธุรกิจ ก่อนสร้างจะข้อคำนึงว่าเราต้องการแชทบอทแบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของตนเองมากที่สุด ด้วย 4 สิ่งที่ต้องตัดสินใจ ตอบคำถาม หรือเลือกก่อนจะสร้างหรือจ้างทำแชทบอท มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย1.เราต้องการใช้แชทบอทช่วยงานอะไรเป็นหลัก           เราจะต้องตอบให้ได้ว่า การสร้างแชทบอทนี้สร้างขึ้นเพื่ออะไรเป็นหลัก จะได้เลือกประเภทแชทบอทได้ตรงความต้องการมากที่สุด เช่น สร้างไว้ตอบคำถามพบบ่อย (FAQ), สร้างไว้จำหน่ายสินค้าและบริการ, สร้างไว้สำหรับบริการหลังการขาย หรือสร้างไว้สำหรับเก็บรายชื่อลูกค้า (Leads) ฯลฯ หลังจากเราได้คำตอบว่าจะสร้างแชทบอทไว้ทำอะไร ก็จะทำให้เราเริ่มต้นสร้างแชทบอทได้ง่ายขึ้น เพราะมีขอบเขตการทำงานชัดเจนเป็นขั้นตอน มีจุดมุ่งหมาย วัดผลลัพธ์ได้ สามารถพัฒนาต่อ เพื่อสร้างจุดแข็งให้แชทบอทของเราชัดเจน2.ต้องการใช้แชทบอทในช่องทางไหน          เป็นคำถามที่ต้องตอบให้ชัดเจนว่า เราต้องการแชทบอทช่วยเหลือในช่องทางไหน เช่น Facebook Messenger, LINE หรือ Live Chat รวมทั้งการสร้างแชทบนเว็บไซต์ Webchat โดยจะต้องเลือกช่องทางที่มีลูกค้าของเรานิยมใช้บริการแชทกับเราเป็นหลัก จะได้ไม่เสียเงินโดยใช่เหตุ ตรงนี้คุณจะต้องหาคำตอบก่อนเริ่มสร้างแชทบอทนะ จะได้หาเครื่องมือเชื่อมต่อ API ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานได้แบบไร้รอยต่อ3.ความสามารถของแชทบอทตอบโจทย์สิ่งที่เราต้องการหรือไม่          ข้อนี้จำเป็นมาก ๆ การพิจารณาสร้างแชทบอท เราจะต้องหาแชทบอทที่ช่วยเราได้มากที่สุด มีฟีเจอร์ต่าง ๆ  ตอบโจทย์ครบถ้วน เช่น เราอยากมีแชทบอทไว้ตอบคำถามที่เจอบ่อย ๆ ก็ต้องมองหา การใช้แชทบอทตามคีย์เวิร์ด (Keyword recognition-based chatbots) หรือ แมชชีนเลิร์นนิ่งแชทบอท (Machine Learning chatbots) มาตอบคำถามลูกค้า เป็นต้น4.แชทบอทต้องช่วยลดภาระและลดปัญหาได้มากน้อยแค่ไหน?           เพื่อให้แชทบอทไม่กลายเป็นแชทเบื่อที่ทำให้ลูกค้าหน่ายหนี ทีมงานเหนื่อยกว่าเดิม เราจะต้องพิจารณาให้แน่ใจว่า แชทบอทที่กำลังสร้างช่วยลดปัญหาและลดภาระการทำงานของทีมงานได้จริง ? หรือแชทบอทนั้นจะสร้างปัญหาหนักกว่าเดิม ข้อนี้ต้องพิจารณาให้หนักค่ะ เทียบข้อดีข้อเสียให้ครบก่อนเริ่มสร้างแบ่งให้เห็นชัด ๆ แล้วระดมความเห็นกับทีมงานก่อนลงมือทำนะคะ          ทำความรู้จักข้อคำนึงก่อนสร้างแชทบอทกันแล้ว หากอยากมีแชทบอท แต่ไม่รู้เริ่มต้นยังไง เราพร้อมช่วยธุรกิจคุณถึงฝั่งฝันให้  1Moby  ช่วยนะคะ เราพร้อมดูแลคุณ ปรึกษาฟรี!  

2 ตุลาคม 25664 min read
article image
Website & Application

6 ข้อต้องดู ก่อนตัดสินใจจ้างบริษัทรับทําเว็บไซต์

อย่างที่เราทราบกันดีว่า เว็บไซต์นั้นช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจในยุคดิจิทัล สำหรับธุรกิจไหนที่ยังไม่มีเว็บไซต์และอยากเริ่มต้น 1Moby ขอแนะนำการตัดสินใจว่าทำไมเราต้องจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ ประโยชน์ที่เราจะได้รับเมื่อจ้างมืออาชีพทำ กับรายละเอียด 6 ข้อสําหรับการตัดสินใจจ้าง บริษัทรับทําเว็บไซต์ให้ธุรกิจและองค์กรตามนี้เลยก่อนสร้างเว็บไซต์เราต้องเตรียมอะไรบ้าง          อยากทำเว็บไซต์ให้ปัง! เป้าหมายต้องชัดเจน เราจะต้องรู้ความต้องการ และตอบตัวเองให้ได้ว่า เว็บไซต์ของเรามีไว้ทำอะไร ? เป้าหมายของเว็บไซต์ที่เราต้องการ เช่นเว็บไซต์ Content Management System การออกแบบเว็บไซต์ เพื่อวางระบบการจัดการเนื้อหาหรือคอนเทนต์ของเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย ตรงเป้าหมาย หรือเป็นการให้ข้อมูลลูกค้าประกอบการตัดสินใจซื้อเว็บไซต์ E-Commerce Platform เว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ จัดการข้อมูลสินค้า วางระบบกับฐานข้อมูลเว็บไซต์ Booking and Integration Management รองรับการจองออนไลน์ นัดหมายออนไลน์ เช่น จองโรงแรมออนไลน์ จองรถใหม่แบบออนไลน์ จองคอนเสิร์ตออนไลน์ จองคิวรักษาพยาบาล ฯลฯ          หลังจากมีเป้าหมายในการทำเว็บไซต์แล้ว เพื่อให้เว็บไซต์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจะต้องมองหาฟังก์ชั่นที่เราต้องการมีบนเว็บไซต์เพื่อสนับสนุนธุรกิจเรา เช่น  ระบบแบบฟอร์มออนไลน์ให้กรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับ, ระบบแชทสนทนา (Live Chat), ระบบ Interactive Design Website ลูกเล่นดึงดูด, เว็บไซต์ Microsite & Sales Page เอาไว้ทำแคมเปญเสนอสินค้าและยิงโฆษณาออนไลน์ ฯลฯ          หลังจากได้คำตอบข้างต้นแล้ว อย่าลืมว่า การทำเว็บไซต์นั้นไม่ได้สร้างทีเดียวแล้วจบ! เนื่องจากยังยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก เช่น ค่าเช่าโฮสติ้ง (Hosting) พื้นที่เว็บไซต์ซึ่งจะต้องจ่ายเป็นประจำทุกปี รวมทั้งค่าใช้จ่ายโดเมน (Domain) ชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการจดด้วย ใด ๆ การสร้างเว็บไซต์ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย เอาเป็นว่า การจ่ายเงินจ้างบริษัททำเว็บไซต์นั้นช่วยประหยัดเวลา ประหยัดเงิน ลดความเสี่ยงเว็บล่มเว็บหาย และไม่ต้องเครียดด้วยล่ะ เลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องพิจารณาจากอะไร?           เริ่มอยากทำเว็บไซต์แล้วใช่ไหมคะ มาดูเช็กลิสต์ที่ต้องดูก่อนจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ เราควรเตรียมหรือศึกษาอะไร มีดังนี้ค่ะ1.บริษัทรับทำเว็บไซต์ต้องมีความน่าเชื่อถือ และมีตัวอย่างเว็บไซต์ที่ถูกใจเรา          เพราะเว็บไซต์จะอยู่กับบริษัทหรือธุรกิจเราไปอีกนาน ป้องกันปัญหาคนทำเว็บไซต์ทิ้งงาน! หนีหายระหว่างทำเว็บไซต์ การเลือกจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญมาก สามารถค้นหารายละเอียดออนไลน์จากเว็บไซต์บริษัทนั้น ๆ ตามดูรีวิวจากช่องทางออนไลน์ก่อนตัดสินใจจ้าง          หลังจากเจอบริษัทรับทำเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือและถูกใจแล้ว แนะนำให้ติดต่อขอดูผลงานตัวอย่างเว็บไซต์ที่บริษัทนั้นเคยทำ เพื่อประกอบการพิจารณาเลือกจ้างจะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจมากขึ้น2.คุยกันรู้เรื่อง          ควรเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่คุยกับเรารู้เรื่อง ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาค่ะ ถามว่าจะทดสอบอย่างไรว่า เรากับบริษัทรับทำเว็บไซต์คุยกันรู้เรื่องและเข้าใจเป้าหมายซึ่งกันและกัน แนะนำให้บอกรายละเอียดความต้องการของเรา และลองพูดคุยกันก่อน          ทางที่ดีเราควรมีตัวอย่าง Website Design ที่ชอบเอาไว้ในใจเผื่อเป็นไอเดียในการพิจารณาเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นค่ะ แต่ถ้าอยากทำเว็บไซต์ขายของ และยังไม่มีไอเดียสามารถปรึกษากับ 1Moby ได้นะคะ เราพร้อมเปลี่ยนทุกไอเดีย ให้กลายเป็นจริง3.พิจารณางบประมาณ          เพราะทุกอย่างคือต้นทุนของธุรกิจ การพิจารณางบประมาณเป็นอีกข้อที่เราต้องดูก่อนจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ เราจะต้องตั้งงบประมาณทำเว็บเอาไว้ และคุมงบอยู่หมัด ตรงนี้เป็นอีกจุดสำคัญที่เราต้องเตรียมก่อนพูดคุยกับบริษัทรับทำเว็บไซต์ค่ะ4.บริษัทรับทำเว็บไซต์ มีแพคเกจอย่างไร มีบริการอะไรบ้าง           ก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ ต้องดูรายละเอียดบริการรับทำเว็บไซต์ให้ดีก่อนว่าจ้าง เช่น          - พัฒนาเว็บไซต์ด้วยระบบอะไรปลอดภัยแค่ไหน          - ค่าใช้จ่าย Domain และ Hosting เท่าไหร่          - ออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้กี่หน้า          - ดูแลหลังบ้าน ติดตั้ง Google Analytics (GA4) หรือ Google Ads          - สร้างปุ่มเชื่อมต่อ LINE และ FB Inbox         - มีบริการออกแบบภาพกราฟิกไหม          - มีการออกแบบ UX/UI ให้หรือเปล่า          - รับทำ SEO ให้เว็บไซต์หรือไม่          ไม่จำเป็นต้องเลือกให้ครบทุกข้อ แต่อยากให้เลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณให้มากที่สุด จะได้ไม่ต้องเสียเวลาปรับเว็บในภายหลังนะคะ5.บริษัทรับทำเว็บไซต์ มีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน           การจ้างบริษัทมืออาชีพทำเว็บไซต์ให้ธุรกิจออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ได้เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ และตรงตามเป้าหมายการใช้งานจะต้องมีขั้นตอนชัด! ว่าจะทำอะไรบ้าง มีรายละเอียดต่าง ๆ ระบุชัดเจน ตามด้วยกำหนดระยะเวลาส่งงานเพราะเวลาก็เป็นต้นทุนที่สำคัญของธุรกิจ ดังนั้น จะต้องกำหนดระยะเวลาส่งงานให้ชัดเจน ตรงนี้ต้องพูดคุยตกลงกันให้ดีนะคะ6.บริการหลังการขาย หรือหลังทำเว็บเป็นอย่างไร          ข้อนี้ต้องดูให้ชัด! ก่อนจ่ายเงินจ้างทำเว็บค่ะ จะต้องสอบถามรายละเอียดบริการหลังการขายหลังจากทำเว็บไซต์ด้วยว่า บริษัทนั้น ๆ จะยังดูแลเว็บไซต์เราหรือไม่ กรณีเว็บล่ม เว็บมีปัญหา หรือเว็บโดนแฮกข้อมูล โดยจะต้องพิจากรณาเงื่อนไขบริการหลังการขายให้ดี ว่าเป็นอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ ตรงนี้ต้องดูให้ดีก่อนจ้างทำเว็บไซต์นะคะ ทำไมถึงควรจ้างบริษัทมืออาชีพทำเว็บไซต์           ทำเว็บทั้งทีต้องทำให้ดีไปเลย! เพราะเว็บไซต์คือหน้าร้านค้า เว็บไซต์สวย เว็บไซต์ใช้งานง่ายก็ช่วยดึงดูดลูกค้าสร้างยอดขายได้มากกว่า มองหาบริษัทรับทำเว็บไซต์ จ้างทำเว็บไซต์ที่ไหนดีต้อง 1Moby เราพร้อมออกแบบเว็บไซต์ให้ตรงความต้องการของคุณด้วยทีมงานมืออาชีพที่ https://www.1moby.com/our-services/  กรอกข้อมูลให้เราติดต่อกลับคลิก หรือดูตัวอย่างผลงานได้ที่เว็บไซต์ www.1moby.com 

2 ตุลาคม 25664 min read
article image
Marketing Automation

ตัวอย่าง การใช้ประโยชน์จากการสร้างแชทบอทในปัจจุบัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คนไทยชอบแชทก่อนซื้อ และคุณเชื่อหรือไม่ว่า หากเราตอบแชทช้า ปล่อยให้ลูกค้ารอแชทนาน ๆ แบบที่เราไม่ยอมตอบ ลูกค้าอาจจะไม่รอ และเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าหรือบริการกับคู่แข่งแทน ดังนั้น การสร้างแชทบอทระบบตอบคำถามอัตโนมัติในแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อมาเป็นตัวช่วยธุรกิจ จึงเป็นอีกทางเลือกของผู้ประกอบการในยุคนี้ เพราะช่วยตอบคำถาม และคัดกรองลูกค้าได้ตลอดเวลาแชทบอท (Chatbot) คือ          สำหรับแชทบอท (Chatbot) เป็นซอฟต์แวร์แบบ Marketing Automation ใช้ตอบกลับระบบสนทนา แชท โดยเฉพาะคำถามพบบ่อย ๆ ซึ่งแชทบอทนั้นสามารถใช้งานได้ทั้งในแชทเฟซบุ๊ก (Messager Facebook) แชทไลน์ (LINE) หรือใช้ติดตั้งบนเว็บไซต์ Web Chat ก็ได้ตามความต้องการ          โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ช่วยตอบแชท ให้คำปรึกษาได้ทันใจ มีประสิทธิภาพในการให้ข้อมูล ลดการทำงานซ้ำซ้อนได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถสนทนาได้เหมือนกับคนเรา พูดง่าย ๆ แชทบอทนั้นสวมบทบาทราวกับเป็นมนุษย์ท่านหนึ่งก็ว่าได้ เช่น แชทบอทช่วยในการเคลมประกัน ส่งเอกสารและก็อัปเดทสถานะ หรือจะเป็นแชทบอทช่วยตอบคำถามที่พบบ่อยให้กับลูกค้าก็ได้ทั้งนั้นแพลตฟอร์มที่คุณพบเห็นแชทบอท          อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนใหญ่เราจะพบการติดตั้งแชทบอทผู้ช่วยอัจฉริยะบน Messenger Facebook และ LINE เป็นหลัก อย่างเช่น 1Moby เราสามารถติดตั้งระบบแชทบอทได้ตามความต้องการของธุรกิจ          ปัจจุบัน เราสามารถปรับแชทบอทได้อย่างเป็นอิสระ กล่าวคือเราสร้างสรรค์ยังไงก็ได้ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา โดยจะมีรายละเอียดรูปแบบประเภทแชทบอทให้เลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ สำหรับท่านที่สนใจสามารถอ่านบทความ 6 ประเภทแชทบอท เทคโนโลยีที่ธุรกิจต้องมีในตอนนี้เป็นไอเดียเพิ่มเติมได้ค่ะ          อย่างไรก็ดี บริการ LINE จะจำกัดความสามารถของการทำแชทบอทไว้ในระดับนึง ซึ่งเราอาจจะต้องการทำเพิ่มเติม 1Moby สามารถช่วยในส่วนนี้ได้รายละเอียดดูเพิ่มเติมที่ LINE Customization มั่นใจได้เลยว่า เราเป็น Official LINE Development Partner พร้อมพัฒนาระบบ LINE แชทบอทให้คุณการใช้ประโยชน์ของแชทบอทในธุรกิจ          ตัวอย่างของธุรกิจต่าง ๆ ที่นำแชทบอทไปใช้ ก็อยากให้นึกถึงศูนย์บริการลูกค้าที่ต้องตอบข้อมูลตลอดทั้งวัน, การนำแชทบอทมาใช้ในการขายคัดกรองลูกค้าใหม่ รวมทั้งใช้แชทบอทในสื่อสารการตลาดกับลูกค้าปัจจุบัน ช่วยนำเสนอโปรโมชั่น หรืออื่น ๆ ให้กับลูกค้า รวมทั้งช่วยตอบคำถามแบบบริการหลังการขายก็ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งเดียว ประหยัดต้นทุนได้มากประโยชน์ของการสร้างแชทบอท           ให้เห็นภาพชัดขึ้น เรามากล่าวถึงประโยชน์ของการมีแชทบอทเอาไว้ช่วยธุรกิจ ขอแบ่งเป็นรายละเอียด ดังนี้ประโยชน์ฝั่งธุรกิจประโยชน์ฝั่งลูกค้าช่วยประหยัดเวลาพนักงาน หรือแอดมินให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยตอบแชทลูกค้าได้ทุกวัน ทุกเวลา แบบทันเวลาช่วยเพิ่มโอกาสการปิดยอดขายเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าช่วยคัดกรองรายชื่อลูกค้าที่ดีมีคุณภาพ (Potential leads)ยกระดับการบริการลูกค้าดูแลลูกค้าพร้อมกันได้หลายคนในเวลาเดียวกันเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลหลังบ้าน หรือระบบที่ใช้อยู่ได้ทันที โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการเชื่อมโยง Online-to-Offline ได้คำตอบเร็วตรงความต้องการ แบบไม่เสียเวลา ไม่ต้องรอนานรู้สึกอุ่นใจ มั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องซื้อสินค้า หรือบริการกับแบรนด์นั้น ๆสนใจทำแชทบอท         อยากทำแชทบอทสอบถาม 1Moby รับสร้างแชทบอทแบบ Custom ได้โดยที่คุณสามารถกำหนดความสามารถและเราจะวิเคราะห์และออกแบบให้ ตรงกับความตรงการของธุรกิจคุณ โทรสอบถามได้ที่ (0)2 798 6000 

2 ตุลาคม 25663 min read
1...567...10